ครม.เศรษฐกิจ หารือรับมือ วิกฤตศก.ยุโรป หลังไซปรัส ขาดทุนอย่างหนัก

การเมือง
04:59
จำนวนผู้ชม 31
Thai PBS
ครม.เศรษฐกิจ หารือรับมือ วิกฤตศก.ยุโรป หลังไซปรัส ขาดทุนอย่างหนัก

วันนี้ (27 มิ.ย.55) ครม.เศรษฐกิจ เตรียมเรียกคณะรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ 9 กระทรวง ประชุมหารือ เพื่อหาแนวทางการรับมือจากวิกฤตเศรษฐกิจยูโรโซน หลังธนาคารกลาง ประเทศไซปรัส ขาดทุนอย่างหนัก หวั่นกระทบศก.ไทยในไม่ช้า ขณะอธิการบดีสถาบันการอัดฉีดสภาพคล่องปัญญาภิวัฒน์ คาดวิกฤตยูโนโซนยังยืดเยื้อนาน 4-5 ปี

วิกฤติเศรษฐกิจยุโรป ยังคงลุกลามต่อเนื่อง ล่าสุดประเทศไซปรัส ซึ่งธนาคารกลางต้องประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก เนื่องจากมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจแนบแน่นกับกรีซ ที่ได้เกิดวิกฤติไปก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ไซปรัสได้แสดงความประสงค์ขอรับการช่วยเหลือทางการเงินเช่นกัน ทำให้วันนี้ (27 มิ.ย.55) นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี ต้องเรียกประชุมรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ 9 กระทรวง มาประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและมาตรการรับมือในอนาคต

ก่อนหน้านี้มี 4 ประเทศที่ต้องเข้ารับการช่วยเหลือทางการเงิน คือ โปรตุเกส ไอร์แลนด์ กรีซ และสเปน ประเทศที่ 5 คือ ไซปรัส ไม่นับรวมที่สถาบันบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ได้ปรับลดเครดิตของธนาคารทั่วโลกรวม 15 แห่งไป ส่งให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ (26 มิ.ย.55) แสดงความเป็นห่วงว่า เป็นสัญญาณที่วิกฤติเศรษฐกิจในยุโรปจะส่งผลกระทบมาถึงไทยในไม่ช้า

รองศาสตรจารย์ สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า วิกฤตเศรษฐกิจในยุโรป มีแนวโน้มยืดเยื้อออกไปอย่างน้อย 4-5 ปี และทำให้ ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด อาจใช้มาตรการอัดฉีดสภาพคล่องเข้ายูโรโซน ซึ่งธนาคารกลางยุโรปเอง ก็คงต้องใช้มาตรการเช่นเดียวกันนี้ จนเกิดปัญหาเงินล้นโลก ซึ่งไทยต้องระวังวิกฤตนี้ลุกลามไปทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อภาคส่งออกและการลงทุนของไทย แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุดขณะนี้คือ ภาพลักษณ์ทางการเมืองของไทยที่ยังมีความขัดแย้ง อาจกระทบความเชื่อมั่นในแง่เงินทุนไหลเข้าและออกได้

สำหรับภาคการส่งออก นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ 65 แห่ง จาก 43 ประเทศ ทยอยรายงานแผนการรับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน จากสถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซนแล้ว ซึ่งจะมีการนำมาหารือในวันนี้ (27มิ.ย.55) ก่อนนำข้อมูลดังกล่าวเสนอในที่ประชุมเชิงปฏิบัติการซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันที่ 30 มิ.ย.2555