นายกฯ เชื่อ สหรัฐฯเข้าใจ หลังครม.ไม่อนุมัติให้ "นาซ่าใช้อู่ตะเภา"

การเมือง
11:50
จำนวนผู้ชม 4
Thai PBS
 นายกฯ เชื่อ สหรัฐฯเข้าใจ หลังครม.ไม่อนุมัติให้ "นาซ่าใช้อู่ตะเภา"

นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงกับทางสหรัฐอเมริกา ภายหลังคณะรัฐมนตรียังไม่อนุมัติให้องค์การนาซา ใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภาเพื่อตั้งสถานีตรวจสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทำให้โครงการสำรวจดังกล่าวต้องล้มไปในปีนี้

นายกรัฐมนตรี นำเรื่ององค์การบริหารการบินและอวกาศ หรือ นาซา ขอใช้พื้นที่สนามบินนานาชาติ อู่ตะเภา เข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (26มิ.ย.55) โดยที่ประชุมพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่ากรณีนี้ ไม่เข้าข่ายตามกรอบข้อตกลงใน รัฐธรรมนูญมาตรา 190 วรรค 2 ที่จะต้องส่งเรื่องให้ ที่ประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณา แต่มีข้อกังวลต่อความเข้าใจของสาธารณชนและประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากมีฝ่ายค้านโจมตีกรณีนี้ และ ครม.เห็นว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงเพื่อให้เกิดความเข้าใจ จึงอาศัยกลไกโดยนำเข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภาตามมาตรา 179 เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อประชาชนและสังคมไทย

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้มอบหมายให้นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงกับทางสหรัฐอเมริกาที่ ครม.ยังไม่สามารถอนุมัติให้ความเห็นชอบ ซึ่งเชื่อว่าสหรัฐฯ จะเข้าใจ และเคารพการตัดสินใจของไทย ซึ่งหลังได้ข้อสรุปจากสภา จะมีการสรุปอีกครั้งว่า จะขอความร่วมให้ทางสหรัฐฯมาดำเนินการในโครงการดังกล่าวอีกครั้งหรือไม่

นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า ระบุว่า ฝ่ายนักวิชาการซึ่งได้ทำงานร่วมกันกับนาซามั่นใจว่า งานดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับภารกิจด้านการทหาร สอดแนม ทำให้เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ความรู้ทางวิชาการ และทางวิทยาศาสตร์ที่ไทยจะได้รับ ส่วนปีหน้าโครงการนี้จะเริ่มได้หรือไม่นั้น คงมีการกลับมาคุยกันใหม่ และต้องไปทำความเข้าใจกับนักวิทยาศาสตร์นานาชาติว่า รัฐบาลไทยไม่ใช่ไม่มีนโยบายสนับสนุนโครงการ แต่เป็นเรื่องของความเข้าใจไม่ตรงกันในประเทศไทย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่า การที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้นำเรื่องการขอใช้สนามบินอู่ตะเภาขององค์การนาซ่าเข้าพิจารณาในสภาฯ ถือเป็นการตัดสินใจภายใต้ข้อเท็จจริงและความเหมาะสม ซึ่งหากมีปัญหาก็สามารถทบทวนแก้ไขได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ดีจริงก็ถือว่าต้องเสียโอกาสไป โดยกองทัพมีหน้าที่ดูแลความมั่นคง และเสนอข้อห่วงใยโดยไม่เข้าข้างฝ่ายใด โดยยืนยันว่าโครงการของนาซ่า เป็นการดำเนินการชั่วคราว ไม่ใช่ถาวร ส่วนการสูบน้ำชลประทาน เข้าดับไฟใต้พื้นดินนั้น พบว่า มีเพียงแค่จุดเดียวที่ทำได้ ซึ่งยังไม่เพียงพอกับพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้


แท็กที่เกี่ยวข้อง