ผลสำรวจเผยเด็กไทยอีคิวต่ำ คาดเหตุจากสภาวะแวดล้อมในครอบครัว
ในการแถลงข่าวเตรียมพร้อม อีคิว เด็กไทย ก้าวสู่อาเซียน พญ.พรรณพิมล วิปุลากร ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล เปิดเผยผลสำรวจติดตามสถานการณ์ระดับความฉลาดทางอารมณ์ หรือ อีคิวของนักเรียนไทย ระหว่างอายุ 6-11 ปี ระดับประเทศครั้งที่ 2 จำนวน 5,325 คน จากกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่กรุงเทพมหานครและอีก 9 จังหวัดใน 4 ภูมิภาคได้แก่ จังหวัดปทุมธานี, จังหวัดระยอง, จังหวัดสมุทรสาคร, จังหวัดอุตรดิตถ์, จังหวัดนครสวรรค์, จังหวัดนครราชสีมา, จังหวัดร้อยเอ็ด, จังหวัดกระบี่ และจังหวัดปัตตานี พบว่าแนวโน้มคะแนนอีคิว มีค่าเฉลี่ยลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2554 อยู่ที่ 169.72 จากค่าเฉลี่ยเดิม 179.58 ในปี 2550 และ 186.42 ในปี 2545 ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยระดับประเทศที่อยู่ระดับต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ คือ 50-100 โดยมีจุดอ่อนทั้ง 3 ด้านคือ เก่ง ดี มีสุข โดยเฉพาะองค์ประกอบย่อยแต่ละด้าน เช่นการปรับตัวต่อปัญหามีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 46.65 การควบคุมอารมณ์ 46.50 การยอมรับถูกผิด 45.65 ความพอใจในตัวเอง 45.65 ความใส่ใจและเข้าใจอารมณ์ผู้อื่น 45.42 การรู้จักปรับใจ 45.23 และที่เป็นจุดอ่อนมากที่สุดคือ ความมุ่งมั่นพยายาม มีคะแนนอยู่ที่ 42.98 และรองลงมาคือ ความกล้าแสดงออก 43.48 และความรื่นเริงเบิกบานอยู่ที่ 44.53 ทั้งนี้หากแบ่งเป็นรายภาคจะพบว่า ภาคใต้มีคะแนน อีคิวเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ ภาคเหนือ กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และต่ำสุดที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ส่วนสาหตุที่ทำให้เด็กมี อีคิว ต่ำลง ส่วนหนึ่งคาดว่าเกิดจาก สภาวะแวดล้อมในครอบครัว และกระบวนการเรียนรู้ที่ไม่มีความสุข และไม่ส่งผลให้เด็กมีความพยายาม
ด้าน นพ.ณรงค์ สหเมธพัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต บอกว่า หลังจากนี้กรมสุขภาพจิต จะร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านเด็ก เสริมปัจจัยการเรียนรู้ให้เด็กและครอบครัว โดยส่งเสริมให้ผู้ปกครอง และผู้ดูแลเด็ก สนับสนุนให้เด็กเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ ภายใต้บรรยากาศที่มีความสุข ได้รับการสัมผัสโอบกอดให้กำลังใจไปพร้อมกับการพัฒนาระบบเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสุขภาพจิตเด็กในระดับอำเภอ เพื่อประเมิน และให้ความช่วยเหลือเด็กบกพร่องด้านสุขภาพจิตให้เข้าถึงบริการอย่างมีประสิทธิภาพ
