โพลล์ชี้ปชช.หวั่นเกิดเหตุวุ่นวายจากคดียุบพรรค
นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ยอมรับว่าผลวินิจฉัยคดียุบพรรคประชาธิปัตย์อาจจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ ขณะที่ผลสำรวจระบุว่าประชาชนยังกังวลว่าจะมีการเคลื่อนไหวจากผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของตุลาการจนเป็นสาเหตุให้บ้านเมืองกลับมาวุ่นวายอีกครั้ง
สวนดุสิตโพลล์ได้สำรวจความเห็นกรณีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ โดยประชาชนร้อยละ38 เชื่อว่า หากพรรคถูกยุบจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ และมีการแข่งขันที่รุนแรง และร้อยละ 23 เชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง ส่วนร้อยละ 9 มองว่าอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองที่ดีขึ้น
และหากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบพรรค ประชาชนร้อยละ 37 เชื่อว่าอาจมีกลุ่มผู้ชุมนุมใช้จังหวะนี้รวมตัวกันเคลื่อนไหวหรือโยงไปสู่เรื่องอื่น เป็นสาเหตุให้บ้านเมืองกลับมาวุ่นวายอีกครั้ง และจะเกิดการวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง 2 มาตรฐานตามมา จากกรณีที่พรรคอื่นเคยถุกยุบพรรคมาแล้ว
ขณะที่นายธนวรรธน์ พลวิชัย นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า หากมีการยุบพรรคเกิดขึ้นจะส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาล ทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองประมาณ 6-9 เดือน แต่ถ้าหากประชาชนและภาคธุรกิจมีความมั่นใจต่อรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ภาวะเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นได้ ซึ่งอาจจะมีส่งผลกระทบต่อการเติบโตด้านเศรษฐกิจประมาณร้อยละ 0.5
ขณะที่สำนักวิจัยเอแบคโพลล์สอบถามประชาชนถึงความรู้สึกหลังการพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ พบว่า ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าบ้านเมืองจะยังก้าวต่อไปข้างหน้าได้ แต่ก็ยังกังวลต่อผลของการพิจารณาหากพรรคถูกยุบจริง
ขณะเดียวกันเอแบคโพลล์ยังสำรวจอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ พบว่า อุปสรรคสำคัญที่สุดคือความแตกแยก, ความไม่สามัคคีของคนในชาติ รองลงมาคือการทุจริตคอรัปชั่น, พฤติกรรมนักการเมือง และข้าราชการที่มุ่งประโยชน์ส่วนตัว ขณะที่มีประชาชนส่วนน้อยที่มองว่าอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศเกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
