" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news11062012/90765-imagejpeg-132251.jpg
แม้คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลหรือวิปรัฐบาลจะเห็นควรชะลอการลงมติเห็นชอบผ่านร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และเตรียมเสนอ ครม.พิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยนิติบัญญัติในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ แต่ประธานวิปรัฐบาลได้ยอมรับว่า ทุกการตัดสินใจขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภา
ขณะที่คณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน วิเคราะห์ท่าทีของรัฐบาล ส.ส.พรรคเพื่อไทยและวิปรัฐบาลที่ยังไม่สรุปแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะหวั่นเกรงว่าผลกระทบจะกลายเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ
และแม้ว่าก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะย้ำถึงกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่านายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาล เป็นฝ่ายผลักดันกระบวนการสร้างความปรองดอง จึงควรเป็นผู้ยุติหรือปลดเงื่อนไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
ขณะที่พรรคเพื่อไทย แถลงไม่เห็นด้วยที่จะชะลอการแก้รัฐธรรมนูญไว้ พร้อมระบุเป็นอำนาจโดยชอบของประธานรัฐสภา ดังนั้น ส.ส.และส.ว.ไม่ควรหวั่นไหวกับการกระทำที่เข้าข่ายล้มล้างรัฐบาล โดยนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในกลุ่ม นปช.เรียกร้องให้ประธานรัฐสภาใช้ความกล้าในการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ
ส่วนกลุ่มพันธมิตรฯ โดยนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ แถลงผลการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ และเตรียมหาแนวทางฟ้องอัยการสูงสุดปฏิบัติหน้าที่มิชอบเข้าข่ายกระทำผิดมาตรา 157 ในกฎหมายอาญา กรณีไม่รับคำร้องและส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ
