คาดใช้เวลา 2 เดือนแก้ไขรัฐธรรมนูญหากผ่านสภา

การเมือง
00:01
จำนวนผู้ชม 55
Thai PBS
คาดใช้เวลา 2 เดือนแก้ไขรัฐธรรมนูญหากผ่านสภา

หากญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านการพิจารณาของรัฐสภาก็มีการคาดการณ์กันว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 เดือน เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญจนแล้วเสร็จ แต่เส้นทางของร่างทั้ง 4 ฉบับ ท่ามกลางความเห็นที่แตกต่างว่าควรแก้หรือไม่ควรแก้รัฐธรรมนูญ ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการยุบสภาก่อนที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จ

การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับในวันนี้ (23พ.ย.) คือ ร่างแก้ไขของ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือ คปพร. ที่มีนพ.เหวง โตจิราการ เป็นแกนนำรวบรวมรายชื่อ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 71,543 คน เสนอให้รัฐสภาพิจารณาร่างฉบับนี้ค้างมาจากการประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ เมื่อ 2 ปีก่อน โดยมีสาระสำคัญให้แก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยนำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาบังคับใช้
ส่วนร่างแก้ไขฉบับที่ 2 คือร่างแก้ไขของพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งเป็นร่างที่ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลจำนวน 102 คน จาก 5 พรรคการเมือง ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้เสนอ ร่างฉบับนี้เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนั้นมี นายดิเรก ถึงฝั่ง เป็นประธาน
6 ประเด็นที่เสนอให้แก้ไข คือ

1.มาตรา 190 เรื่องการทำหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา
2.มาตรา 237การยุบพรรคการเมือง และการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรค

3.มาตรา 93-98 ที่มาของ ส.ส. ให้มาเป็นระบบเลือกตั้งเป็นเขตเดียวเบอร์เดียว
4.มาตรา 111-121 ที่มาของ ส.ว.ให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด
5.มาตรา 265 ให้ ส.ส.สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ ได้
6.มาตรา 266 ให้ ส.ส.และ ส.ว.สามารถใช้ตำแหน่งเข้าไปช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนทั้งทางตรง หรืออ้อมได้
ส่วนร่างฉบับที่ 3 และ 4 เป็นร่างฉบับที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้เสนอ โดยเป็นการดึงเอา 2 ใน 6 ประเด็น ที่มีการเสนอก่อนหน้านี้มาแยกเสนอเป็นรายประเด็น ซึ่ง 2 ประเด็นนี้ คณะกรรมการชุดที่มี นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธานเป็นผู้เสนอให้คณะรัฐมนตรีแก้ไข โดยประเด็นแรกมีสาระสำคัญให้แก้ระบบเลือกตั้งเป็น เขตเดียวเบอร์เดียว ส่วนอีกฉบับหนึ่ง ให้แก้ไข มาตรา 190 เรื่องการทำหนังสือสัญญากับต่างประเทศ
แม้จะมีแนวโน้มว่าร่างแก้ไข 2 ประเด็นที่ คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอมีความเป็นไปได้มากที่สุดว่าจะผ่านการพิจารณา เพราะมีเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาล แต่ศ.นันทวัฒน์ บรมานันท์ นักวิชาการคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมองว่า 2 ประเด็นที่คณะรัฐมนตรีเสนอ ไม่ได้ตอบโจทย์เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง โดยร่างที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอทั้ง 2 ประเด็น หากจะให้ผ่านการพิจารณาต้องใช้เสียงกึ่งหนึ่งหรือในขณะนี้คือ 310 เสียง นั่นหมายถึงทั้ง 270 เสียงของพรรคร่วมรัฐบาลต้องเห็นชอบด้วยทั้งหมด โดยจะต้องไม่ขาดประชุม รวมถึง ส.ส.ที่เป็นรัฐมนตรีก็ต้องลงคะแนนเสียงทุกคนเพื่อให้ได้เสียงครบทั้งหมด และยังต้องประกอบกับเสียงของ ส.ว.อย่างน้อยอีก 40 เสียง เพื่อให้ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ร่างแก้ไขนี้จึงจะผ่านการพิจารณา
นอกจากประเด็นเรื่องผลคะแนนการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการช่วงชิงความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งสนามใหญ่ เพราะเงื่อนไขเวลาในการแก้รัฐธรรมนูญอย่างน้อย 2 เดือน อาจจะนานกว่าการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ หากมีอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นกับรัฐบาล เช่น ผลตัดสินคดียุบพรรคในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งหากมีผลออกมาในทางลบ นั่นหมายถึง จะมีการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองทันที



แท็กที่เกี่ยวข้อง

-