"แพทย์ชนบท" เรียกร้องรัฐบาลทบทวนมติ ครม.ลดงบเหมาจ่ายรายหัวผู้ป่วยบัตรทอง

สังคม
14:03
จำนวนผู้ชม 53
Thai PBS
"แพทย์ชนบท" เรียกร้องรัฐบาลทบทวนมติ ครม.ลดงบเหมาจ่ายรายหัวผู้ป่วยบัตรทอง

ชมรมแพทย์ชนบทและกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเรียกร้อง ให้รัฐบาลทบทวนการอนุมัติงบเหมาจ่ายรายหัวผู้ป่วยบัตรทอง ปี 2556 ใหม่ หลังถูกตัดงบประมาณลงถึง 141 บาทต่อคน ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างมีคุณภาพ และยิ่งก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่าง 3 กองทุนสุขภาพ


หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบลดงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ บัตรทอง ปี 2556 เหลือ 2,775.60 บาทต่อคน ลดลงจากปี 2555 ถึงร้อยละ 4.9 หรือ 141 บาทต่อคน นอกจากนี้ยังลดงบส่งเสริมป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงอีก ร้อยละ 6.35 ซึ่งนับเป็นปีแรกในรอบ 10 ปี ตั้งแต่มีระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่มีการปรับลดงบเหมาจ่ายรายหัวลง

น.ส.บุญยืน ศิริธรรม กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ยืนยันว่า ตัวเลขเหมาจ่ายรายหัวที่คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการเงินการคลัง สปสช. เสนอไว้ที่ 3,123.47 บาทต่อคน เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ร้อยละ 7.9 เป็นตัวเลขที่สมเหตุสมผล ในการคงสิทธิประโยชน์การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของประชาชนทั้ง 48 ล้านคน

โดยงบประมาณตัวเลขนี้คำนวณมาจากรายการสิทธิประโยชน์เดิม และอัตราเงินเฟ้อที่คำนวณไว้ในอัตราต่ำสุด เป็นเงิน 2939.73 บาทต่อคน ค่าตอบแทนแพทย์พยาบาล และเจ้าหน้าที่ 102.20 บาทต่อคนและค่าใช้จ่ายตามนโยบาย เช่น บรรจุพยาบาลใหม่ 3,000 อัตราในภาคใต้ การเพิ่มเงินเดือนเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง รวมเป็นเงิน 82 บาทต่อคน

การลดงบประมาณในครั้งนี้ จึงดูสวนทางกับนโยบายของรัฐบาล ที่ประกาศว่า จะพัฒนาคุณภาพการบริการด้านสุขภาพให้ดีขึ้น และสร้างความเท่าเทียมระหว่างสามกองทุนสุขภาพ รวมถึงยังถูกตั้งข้อสังเกตว่า เพื่อเป็นเหตุผลในการกลับมาเรียกเก็บค่าบริการ 30 บาทจากผู้ป่วยหรือไม่

ขณะที่ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชระนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า การปรับลดงบประมาณลงจะกระทบต่อฐานะการเงินและการให้บริการของโรงพยาบาล เพราะมีค่าใช้จ่ายจากเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยในระบบบัตรทอง ได้รับบริการที่มีคุณภาพต่ำลง และกลายเป็นผู้ป่วยยากไร้ เพราะได้รับงบประมาณที่น้อยกว่าผู้ป่วยระบบสวัสดิการข้าราชการ และระบบประกันสังคม จึงขอให้รัฐบาลทบทวนการพิจารณางบประมาณใหม่ โดยคำนึงถึงสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ