คดีภาษีหุ้นชินฯหมดอายุความ พรุ่งนี้ (31 มี.ค.)

การเมือง
04:53
จำนวนผู้ชม 20
Thai PBS
คดีภาษีหุ้นชินฯหมดอายุความ พรุ่งนี้ (31 มี.ค.)

คดีเรียกเก็บเงินภาษีหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำนวน 12,000 ล้านบาท จากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะหมดอายุความ พรุ่งนี้ (31 มี.ค.) ขณะที่ อธิบดีกรมสรรพากร ระบุว่า สำนักงานกฎหมายของกรมฯได้หารือกับอัยการ และคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีของกระทรวงการคลัง เห็นตรงกันหมดว่า ไม่ต้องเก็บภาษีดังกล่าวจากอดีตจากนายกรัฐมนตรี

นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่าสำนักงานกฎหมายของกรมฯได้หารือกับอัยการ และคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีของกระทรวงการคลัง เห็นตรงกันหมดว่า ไม่ต้องเก็บภาษีหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำนวน 12,000 ล้านบาท จากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยยึดตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหุ้นที่ตัดสินว่าหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น เป็นของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร และการขายหุ้นดังกล่าวเป็นการขายในตลาดหลักทรัพย์จึงไม่จำเป็นต้องเสียภาษี พร้อมระบุ ไม่กังวล หากพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดกับรัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีช่วย และปลัดกระทรวงการคลัง ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่

สำหรับคดีนี้ เกิดขึ้นภายหลัง นายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทา บุตร พ.ต.ท.ทักษิณ ซื้อหุ้นบริษัทชินคอร์ป จำนวน 329 ล้านหุ้นจาก บริษัท แอมเพิลริช อินเวสท์เมนท์ ในราคาหุ้นละ 1 บาท เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2549 นอกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากนั้น ขายให้กับบริษัทเทมาเส็กโฮลดิ้ง ของสิงคโปร์ผ่านตลาดหลักทรัพย์ในราคา 49.25 บาท ทำให้ได้ผลประโยชน์จากส่วนต่างราคาหุ้นละ 48.25 บาท ซึ่ง คตส. เห็นว่า เป็นการหลีกเลี่ยงภาษี กรมสรรพากรจึงได้ประเมินภาษีบุคคลทั้ง 2 ให้ชำระคนละ 5,675 ล้านบาท โดยฟ้องศาลภาษี เพื่อขอให้ทั้ง 2 คนจ่ายดังกล่าว ต่อมาศาลภาษีอากรกลาง ตัดสินให้นายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทา เป็นผู้ชนะคดีเมื่อปลายปี 2553 แต่เป็นการวินิจฉัยในประเด็นว่าทั้ง 2 คน ไม่ใช่เจ้าของหุ้นที่แท้จริง จึงไม่ได้ประโยชน์จากส่วนต่างราคาหุ้นและกรมสรรพากร ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา


แท็กที่เกี่ยวข้อง

-