คดีภาษีหุ้นชินฯหมดอายุความ พรุ่งนี้ (31 มี.ค.)
นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่าสำนักงานกฎหมายของกรมฯได้หารือกับอัยการ และคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีของกระทรวงการคลัง เห็นตรงกันหมดว่า ไม่ต้องเก็บภาษีหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำนวน 12,000 ล้านบาท จากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยยึดตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหุ้นที่ตัดสินว่าหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น เป็นของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร และการขายหุ้นดังกล่าวเป็นการขายในตลาดหลักทรัพย์จึงไม่จำเป็นต้องเสียภาษี พร้อมระบุ ไม่กังวล หากพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดกับรัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีช่วย และปลัดกระทรวงการคลัง ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่
สำหรับคดีนี้ เกิดขึ้นภายหลัง นายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทา บุตร พ.ต.ท.ทักษิณ ซื้อหุ้นบริษัทชินคอร์ป จำนวน 329 ล้านหุ้นจาก บริษัท แอมเพิลริช อินเวสท์เมนท์ ในราคาหุ้นละ 1 บาท เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2549 นอกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากนั้น ขายให้กับบริษัทเทมาเส็กโฮลดิ้ง ของสิงคโปร์ผ่านตลาดหลักทรัพย์ในราคา 49.25 บาท ทำให้ได้ผลประโยชน์จากส่วนต่างราคาหุ้นละ 48.25 บาท ซึ่ง คตส. เห็นว่า เป็นการหลีกเลี่ยงภาษี กรมสรรพากรจึงได้ประเมินภาษีบุคคลทั้ง 2 ให้ชำระคนละ 5,675 ล้านบาท โดยฟ้องศาลภาษี เพื่อขอให้ทั้ง 2 คนจ่ายดังกล่าว ต่อมาศาลภาษีอากรกลาง ตัดสินให้นายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทา เป็นผู้ชนะคดีเมื่อปลายปี 2553 แต่เป็นการวินิจฉัยในประเด็นว่าทั้ง 2 คน ไม่ใช่เจ้าของหุ้นที่แท้จริง จึงไม่ได้ประโยชน์จากส่วนต่างราคาหุ้นและกรมสรรพากร ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
