แก้ปัญหาค่าธรรมเนียมวางขายสินค้าแพง
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ได้ลงนามแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาการคิดค่าธรรมเนียมวางสินค้าของห้างค้าปลีก ค้าส่งขนาดใหญ่ และร้านค้าสะดวกซื้อ ที่ปัจจุบันคิดค่าธรรมเนียมสูงถึงร้อยละ 40 ของราคาสินค้า โดยมีนางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายในเป็นประธาน
สำหรับแนวทางการทำงาน กำหนดให้ใช้พระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้าปี 2542 ซึ่งมีรายละเอียดกำหนดเรื่องการคิดค่าธรรมเนียมการซื้อต่อสินค้า เข้ามาพิจารณาเพิ่มเอาผิดกับห้างสรรพสินค้าคิดค่าธรรมเนียมสูงเกินจริง ซึ่งสินค้ากลุ่มแรกที่จะเข้าไปดูแลคือ สินค้าเกษตร ซึ่งราคาสินค้าเกษตรที่เข้าไปห้างค้าปลีก และร้านสะดวกซื้อที่คิดค่าธรรมเนียมถึงร้อยละ 40 ทำให้ผู้บริโภคต้องซื้อสินค้าแพง แม้กลุ่มผู้บริโภคในช่องทางนี้จะเป็นผู้มีรายได้ แต่ภาพรวมนอกจากเป็นการทำธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรมแล้ว ก็ทำให้ค่าครองชีพประชาชนแพงขึ้น และทำให้สินค้าเกษตรไม่มีช่องทางเข้าถึงตลาด เพราะสู้ค่าธรรมเนียมแพงๆ ไม่ไหว
รมว.พาณิชย์ ยังได้กล่าวถึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า รัฐบาลต้องเข้าไปควบคุมเพื่อให้ประชาชนอยู่ได้ โดยกระทรวงจะดูแลทุกขั้นตอนหากมีปัญหาราคาสินค้าแพงประชาชนจะออกมาประท้วง แต่หากราคาสินค้าถูกผู้ประกอบการจะเดินขบวน ปัญหาเหล่านี้กระทรวงต้องแก้ไข ทั้งส่วนต้นทาง กลางทาง ที่เป็นฝ่ายผลิต โดยร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม ส่วนการดูแลปัญหาค่าครองชีพนั้น รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้สั่งให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพเพื่อตรวจสอบดูแลการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีอาสาสมัคร 5,000-6,000 คนทั่วประเทศ ทำหน้าที่ตรวจสอบราคาสินค้าเพื่อแจ้งกลับมาที่ส่วนกลางว่ามีสินค้ารายการใดค้ากำไรเกินควร หรือ กักตุนสินค้าเพื่อเอาเปรียบผู้บริโภคบ้าง
ขณะที่ราคาเนื้อหมู จากการสำรวจพบว่าราคาเนื้อหมูค้าปลีกลดลงเหลือกิโลกรัมละ 105-110 บาท จากเดิม 130 บาท โดยราคาเนื้อหมูที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 95-105 บาท แต่จะถึง 110 บาท บ้างในบางพื้นที่ ซึ่งอาจจำเป็นต้องปรับตามราคาค่าเช่าแผง
ส่วนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ นโยบายรัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนใช้พลังงานทดแทน โดยกระทรวงพาณิชย์พยายามจะดูแลราคาสินค้าปลายทางไม่ให้สูงเกินไป และจะขยายร้านธงฟ้าให้มากขึ้น ในส่วนของ กทม.มี 500 แห่ง แต่ทั่วประเทศจะให้มีถึง 1,000 แห่ง
อย่างไรก็ตาม ในเดือนมีนาคมนี้ รัฐบาลจะเริ่มโครงการรับจำนำข้าวนาปรัง โดยจะรับจำนำทั้งหมดในราคาตันละ 15,000-20,000 บาท เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวนาให้ดีขึ้น ส่วนที่มีข้อสงสัยว่ารัฐบาลจะสามารถระบายข้าวได้หมดหรือไม่นั้น ยืนยันว่ารัฐบาลมีขั้นตอนการระบายข้าวอยู่แล้ว ที่ผ่านมาได้เปิดรับจำนำข้าวนาปีแล้ว 10 ล้านตัน แต่ปี 2554 มีปัญหาน้ำท่วมปริมาณข้าวจึงหายไปบ้าง
