ร.ร.โฟร์ซีซั่นส์ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพชั้น 7 ที่ใช้เป็นห้องประชุม

การเมือง
06:50
จำนวนผู้ชม 47
Thai PBS
ร.ร.โฟร์ซีซั่นส์ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพชั้น 7 ที่ใช้เป็นห้องประชุม

อธิบดีกรมธนารักษ์ยืนยันการเลื่อนประกาศราคาประเมินที่ดินออกไป 6 เดือน เพื่อรอความชัดเจนในพื้นที่รับน้ำ ไม่เกี่ยวกับกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้หารือกับนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่การนำสื่อมวลชนเข้าตรวจพื้นที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เพื่อชี้แจงกรณีภารกิจนายกรัฐมนตรี ทางโรงแรมไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพชั้น 7 ที่ใช้เป็นห้องประชุม

จากกรณีการพบกันระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ได้กล่าวหาในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งนายกรัฐมนตรีปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ไปแล้ว นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังตั้งข้อสังเกตกรณีที่กรมธนารักษ์เลื่อนปรับราคาประเมินที่ดินใหม่ออกไป 6 เดือน อาจมีความเชื่อมโยงกับกรณีนักธุรกิจที่ดิน และอสังหาริมทรัพย์ที่ไปพบกับนายกรัฐมนตรีด้วย

นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า การเลื่อนการประกาศราคาประเมินที่ดินใหม่ออกไป 6 เดือนนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมือง แต่มีเหตุผลมาจากการรอดูเส้นทางน้ำต่างๆ เนื่องจากจะมีการทำพื้นที่รับน้ำหรือฟลัดเวย์เกิดขึ้น ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนในจุดที่จะดำเนินการ เพื่อให้เกิดความยุติธรรม จึงต้องรอการประกาศพื้นที่ทำฟลัดเวย์ที่อาจจะมีผลกระทบเกิดกับประชาชน อันเนื่องจากค่าธรรมเนียม ค่าภาษีที่ดินต่างๆ

ส่วนการนำสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบพื้นที่ห้องพักชั้น 7 โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ของนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ปรากฏว่าทางโรงแรมไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ และไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปในบริเวณของโรงแรม โดยให้เฉพาะนายประชา และตัวแทนสื่อมวลชนเข้าไปสังเกตการณ์

นายประชายืนยันว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้ใช้ให้มาตรวจสอบ แต่มาเพื่อพิสูจน์ภายในห้องที่เจรจาไม่ได้เป็นไปตามข้อกล่าวหาของทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ ผู้บริหารโรงแรมให้เหตุผลไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพ และเก็บบรรยากาศได้ เนื่องจากไม่ได้มีการประสานมาล่วงหน้า

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่นายกรัฐมนตรีจะหารือกับนักธุรกิจคนใดไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่การที่พรรคประชาธิปัตย์นำประเด็นนี้มาโจมตีนายกรัฐมนตรีถือเป็นกรณีการเล่นการเมืองไม่สร้างสรรค์ โดยยืนยันว่าการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนักธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีเรื่องผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง

ในการประชุมคณะทำงานพรรคเพื่อไทยเมื่อวานนี้ได้หารือกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยพระราชกำหนดกู้เงิน 2 ฉบับที่จะมีขึ้นวันพรุ่งนี้ โดยเสียงส่วนใหญ่ที่ประชุมเชื่อว่าผลวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีแนวโน้มที่จะตีตก พ.ร.ก. ด้วยเหตุผลไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน โดยประเมินจากการที่ตุลาการซักถามในประเด็นความจำเป็นเร่งด่วน และการตรา พ.ร.ก. ในสมัยประชุมสภาฯ

ที่ประชุมเห็นว่านายกรัฐมนตรี และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก เนื่องจากการลาออกแสดงความรับผิดชอบนั้น มีเพียงกรณีเดียวคือการเสนอกฎหมายการเงินไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาเท่านั้น นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญยังให้อำนาจฝ่ายบริหารในการตัดสินใจออก พ.ร.ก.