เรียกร้อง ครม.อนุมัติโครงการ
การจัดเสวนาอภิปรายการแก้ไขปัญหาน้ำของรัฐบาลที่พรรคประชาธิปัตย์มีนักวิชาการด้านบริหารจัดการน้ำตัวแทนประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเสวนา โดยได้ให้คะแนน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีสอบตกในการแก้ปัญหาน้ำท่วม จากการลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ เนื่องจากพบว่า หลายปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข หรือ ตอบคำถามให้เกิดความชัดเจนได้ โดยเฉพาะการบ้าน 10 ข้อ ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้ให้รัฐบาลไป ยังไม่พบว่า มีการแก้ไขปัญหา และยังไม่มีโครงการใดที่จำเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องออกเป็นพระราชกำหนดกู้เงิน 350,000 ล้านบาท ตามที่รัฐบาลให้เหตุผล
ขณะที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยืนยันถึงความสำเร็จต่อการลงพื้นที่ติดตามการแก้ปัญหาน้ำท่วมของคณะนายกรัฐมนตรีโดยภาคประชาชน และ ภาคเอกชนต่างให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ขาดแต่เพียงฝ่ายค้านโดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ ที่ควรจะเลิกทำตัวเป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาอุทกภัยของรัฐบาล โดยเรียกร้องขอให้ฝ่ายค้านถอนเรื่องการยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยพระราชกำหนดกู้เงินทั้ง 2 ฉบับ เพื่อให้การแก้ปัญหาของรัฐบาลเดินหน้าได้
ด้านนายกิจจา ผลภาษี ประธานคณะอนุกรรมการวางระบบบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติเดินหน้าโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้นตามที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารทรัพยากรน้ำ หรือ กยน.เห็นตรงกันว่า ต้องสร้าง หลังจากศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมครบเกือบทุกด้านแล้วเหลือแต่ด้านประชาสังคม ซึ่งให้กระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่หารือกับประชาชน ซึ่งคาดว่าจะไม่มีปัญหา ส่วนเขื่อนแม่ยมบน และ แม่ยมล่าง ที่กรมชลประทานเสนอ ค่าก่อสร้างแพงเกินไป ไม่คุ้มค่า
ส่วนปัญหาน้ำท่วมสูงกว่า1 เมตรที่ผ่านมาบริเวณริมคลองมหาสวัสดิ์ ประชาชนกว่า 10 หมู่บ้าน ในนามกลุ่มเครือข่ายพัฒนาชุมชนคลองมหาสวัสดิ์ จังหวัดนนทบุรี ระดมความคิดเห็นผลักดันโครงการลดผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ โดยมีข้อเรียกร้อเสนอต่อรัฐบาลให้สร้างคั้นกันน้ำตลอดแนวคลองมหาสวัสดิ์และสร้างคั้นกันน้ำตลอดแนวคลองมหาสวัสดิ์ฝั่งจังหวัดนนทบุรี เพื่อเพิ่มศักยภาพการไหลของน้ำลงทะเลให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังต้องการให้หน่วยงานภาครัฐทำงานเชื่อมโยงข้อมูลกันระหว่างกรุงเทพมหานคร และ นนทบุรีเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งในการปล่อยน้ำ
จังหวัดนนทบุรีซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำได้ขอสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลทั้งจังหวัดไว้ประมาณ 214 ล้านบาท เพื่อดำเนินการขุดลอกคูคลองทั้งหมด 61 โครงการ เพื่อให้น้ำไหลลงทะเลให้เร็วที่สุด โดยจะมีการดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 เดือน รวมถึงการปรับปรุงประตูระบายน้ำ และยกถนนให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันน้ำท่วม
