ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังการวินิจฉัยคำร้อง พ.ร.ก. 2 ฉบับ 22 ก.พ.นี้
ระหว่างตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์พิจารณคำร้องของ 128 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และ 70 ส.ส. ขอให้วินิจฉัย พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ และ พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2555 เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 วรรค 1 และวรรค 2 หรือไม่
นายกรณ์ จาติกวณิช ผู้ร้องชี้แจงต่อศาลถึงเหตุผลการยื่นคำร้อง เนื่องจากการตรา พ.ร.ก. ทั้ง 2 ฉบับของรัฐบาลสามารถตราเป็น พ.ร.บ.ได้ เพื่อความรอบคอบ และเหมาะสม และย้ำว่าไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนต่อการตรา พ.ร.ก. 2 ฉบับนี้ เนื่องจากงบประมาณปกติสามารถรองรับแผนของรัฐบาลได้ และตามขั้นตอนหากออกเป็น พ.ร.บ.ก็คาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ พร้อมกันนั้นก็ตั้งข้อสังเกตถึงตัวเลขหนี้สาธารณะ โดยอ้างข้อมูลที่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุถึงตัวเลขหนี้สาธารณะอยู่ที่ 9.3 เปอร์เซ็นต์ แต่ตัวเลขของรัฐบาลกลับสูงถึง 12 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจเป็นการตกแต่งเพื่อเพิ่มเพดานการกู้
เช่นเดียวกับนายคำนูณ สิทธิสมาน ที่อ้างถึงตัวเลขหนี้สาธารณะที่ไม่ชัดเจนและขัดแย้งกันอยู่ และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องโอนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เพราะโดยภาวะปกติการเงินการคลัง กองทุนสามารถที่จะบริหารจัดการได้ แต่อาจมีเหตุของการใช้จ่ายเงินที่ไม่จำเป็นเกิดขึ้น
และขณะนี้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการตรา พ.ร.ก.ทั้ง 4 ฉบับ โดยเฉพาะ พ.ร.ก.โอนหนี้ ถือเป็นการลดภาระของรัฐบาลลง และย้ำว่าไม่ได้ผลักภาระ แต่เป็นแนวทางการบริหารจัดการหนี้
ซึ่งในวันนี้ ผู้ร้อง และผู้ถูกร้องได้ส่งเอกสารลายลักษณ์อักษรชี้แจงต่อศาลไปในคราวเดียวกันด้วย โดยเฉพาะแผนการใช้จ่ายเงินกู้ที่รัฐบาลส่งให้ ทั้งนี้ระหว่างนี้อยู่ระหว่างศาลซักถาม โดยตุลาการเน้นซักถามเหตุผลการโอนหนี้ อย่างไรก็ตาม หลังฟังคำชี้แจงของคู่ความทั้ง 2 ฝ่าย ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังการวินิจฉัยคำร้องในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 14.00 น.
