ปิดตำนาน 23 ปี "คริสเตียโน โรนัลโด" ประกาศอำลาทีมชาติโปรตุเกส

กีฬา
09:42
จำนวนผู้ชม 185
Thai PBS
ปิดตำนาน 23 ปี "คริสเตียโน โรนัลโด" ประกาศอำลาทีมชาติโปรตุเกส
ผู้ช่วย AI

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2569 BBC Sport รายงาน คริสเตียโน โรนัลโด ประกาศอำลาทีมชาติโปรตุเกสในวัย 41 ปี ปิดฉากเส้นทางรับใช้ชาตินาน 23 ปี พร้อมสถิติ 146 ประตู จากการลงสนาม 234 นัด

แต่การจากลาครั้งนี้กลับไม่ได้เกิดขึ้นอย่างราบรื่น หลังมีปัญหากับกุนซือ จอร์จ เชซุส จนตัดสินใจออกจากแคมป์ทีมชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะไม่พอใจที่ถูกลดบทบาทเป็นตัวสำรอง และทราบว่าจะไม่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมถัดไป

โรนัลโด ถูกลงโทษพักการแข่งขัน 30 วัน ซึ่งครบกำหนดไปแล้ว พร้อมปรับเงิน 255 ยูโรหรือประมาณ 9,500 บาท โดยเกมสุดท้ายของเขาคือวันที่ 24 ก.ย. พบเวลส์ แม้สมาคมฟุตบอลโปรตุเกสยกย่องเขาในฐานะทูตระดับโลกและแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้การอำลาตำนานทีมชาติรายนี้ทิ้งความรู้สึกขมขื่นไว้ไม่น้อย

เส้นทางของโรนัลโดกับทีมชาติโปรตุเกสเริ่มต้นตั้งแต่อายุยังน้อย เขาเดินทางเข้าแคมป์ด้วยภาพลักษณ์วัยรุ่นที่โดดเด่น ทั้งหมวก แว่นตาขนาดใหญ่ และหูฟังเสียงดัง จนเคยถูก หลุยส์ ฟิโก และ รุย คอสตา รุ่นพี่ในทีมเตือนเรื่องมารยาท ขณะที่ หลุยส์ เฟลิเป สโคลารี กุนซือในเวลานั้น มองเห็นพรสวรรค์ แต่เห็นว่าเขายังต้องปรับทัศนคติ โดยเคยบอกว่า หากเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นก็มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นกัปตันทีม

ปิดตำนาน 23 ปี "คริสเตียโน โรนัลโด" ประกาศอำลาทีมชาติโปรตุเกส

ปิดตำนาน 23 ปี "คริสเตียโน โรนัลโด" ประกาศอำลาทีมชาติโปรตุเกส

ในศึกยูโร 2004 (พ.ศ.2547) โรนัลโดวัย 19 ปี ต้องเผชิญความผิดหวังครั้งใหญ่ เมื่อโปรตุเกสแพ้กรีซ 0-1 ในนัดชิงชนะเลิศที่ลิสบอน จากประตูโหม่งของ อันเจลอส ชาริสเตียส ภาพเขาร้องไห้หลังจบเกมกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของทัวร์นาเมนต์ ขณะนั้นหมายเลข 7 ยังเป็นของฟิโก เขาจึงสวมเสื้อหมายเลข 17 ก่อนจะได้รับหมายเลข 7 หลังฟิโกอำลาทีมชาติในปี 2006 (พ.ศ.2549)

อีกเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในเดือน ก.ย.2548 ก่อนเกมคัดเลือกฟุตบอลโลกกับรัสเซีย เมื่อสโคลารีและฟิโกแจ้งข่าวว่า พ่อของโรนัลโดเสียชีวิต สโคลารีเสนอให้เขากลับบ้าน แต่โรนัลโดเลือกลงสนาม พร้อมขอให้เพื่อนร่วมทีมปฏิบัติต่อเขาตามปกติ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่แน่นแฟ้นถึงขั้นที่โรนัลโดเคยเรียกสโคลารีว่า "พ่อ"

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์กับกุนซือคนอื่นก็ไม่ได้ราบรื่น หลังโปรตุเกสแพ้สเปนและตกรอบฟุตบอลโลก 2010 (พ.ศ.2553) โรนัลโดตอบคำถามเรื่องฟอร์มการเล่นของตัวเอง ด้วยการบอกผู้สื่อข่าวให้ไปถาม คาร์ลอส เคยรอซ กุนซือในเวลานั้น เหตุการณ์ลักษณะนี้สะท้อนบุคลิกที่แข็งกร้าวและความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งมีทั้งคนชื่นชมและวิจารณ์

สำหรับชาวโปรตุเกส ทีมชาติเป็นมากกว่าการแข่งขันฟุตบอล แต่เป็นสัญลักษณ์ของอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจของประเทศ นักสังคมวิทยา เจา นูโน โคเอลโญ อธิบายว่า ในช่วงที่ประเทศเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ โรนัลโดกลายเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจและการยอมรับในระดับนานาชาติ แม้บุคลิกและอัตตาของเขาจะทำให้เกิดความรู้สึกที่แตกต่างกันในหมู่แฟนบอลก็ตาม

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นภายใต้การคุมทีมของ แฟร์นานโด ซานโตส ในปี 2559 เมื่อโรนัลโดปรับบทบาทการเล่นและยอมรับแนวทางของโค้ชมากขึ้น เขาเคยพลาดจุดโทษในเกมกับออสเตรียจนถึงขั้นนอนไม่หลับ แต่ในศึกยูโร 2016 (พ.ศ.2559) เขากลับมีบทบาทสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ แม้ได้รับบาดเจ็บจนต้องออกจากสนามในนัดชิงชนะเลิศกับฝรั่งเศสตั้งแต่ครึ่งแรก

หลังออกจากสนาม โรนัลโดยังปลุกใจเพื่อนร่วมทีมในช่วงพักครึ่ง และบอก เอแดร์ ว่าเขาจะทำประตูชัย ซึ่งสุดท้ายเอแดร์ทำได้จริงในช่วงต่อเวลาพิเศษ แม้เจ้าตัวจะไม่ได้ลงเล่นต่อ แต่ก็ยังยืนสั่งการจากบริเวณเขตเทคนิคจนผู้ตัดสินที่ 4 ต้องเข้ามาเตือน ชัยชนะครั้งนั้นทำให้โปรตุเกสคว้าแชมป์ยูโรเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อเดือน ก.ค.2016 (พ.ศ.2559)

ปิดตำนาน 23 ปี "คริสเตียโน โรนัลโด" ประกาศอำลาทีมชาติโปรตุเกส

ปิดตำนาน 23 ปี "คริสเตียโน โรนัลโด" ประกาศอำลาทีมชาติโปรตุเกส

โรนัลโด ยังมีส่วนสำคัญกับความสำเร็จของทีมในเวลาต่อมา โดยทำแฮตทริกในเกมพบสวิตเซอร์แลนด์ รอบรองชนะเลิศ เนชันส์ลีก ปี 2019 (พ.ศ.2562) ก่อนโปรตุเกสคว้าแชมป์ และยังร่วมทีมคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 2 ในปี 2025 (พ.ศ.2568) ตลอดเส้นทาง เขากลายเป็นเจ้าของสถิติยิงประตูทีมชาติมากที่สุดและลงสนามให้ทีมชาติมากที่สุด

ผลงานของโรนัลโดช่วยเปลี่ยนภาพจำของโปรตุเกส จากทีมที่มีนักเตะพรสวรรค์สูงแต่ยังไม่ถูกคาดหวังว่าจะคว้าแชมป์ ให้กลายเป็นทีมที่ลงแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ด้วยเป้าหมายสูงสุด ขณะเดียวกัน นักเตะรุ่นใหม่ก็เติบโตขึ้นภายใต้มาตรฐานที่เขาสร้างไว้ อย่างไรก็ตาม หลังความสำเร็จในปี 2016 (พ.ศ.2559) เริ่มมีคำถามว่าโปรตุเกสพึ่งพาเขามากเกินไปหรือไม่

ในฟุตบอลโลก 2018 (พ.ศ.2561) โรนัลโดสร้างผลงานโดดเด่นด้วยการทำแฮตทริกใส่สเปน รวมถึงประตูฟรีคิกที่เกิดขึ้นหลังจากพยายามยิงมาแล้ว 45 ครั้งในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ แต่โปรตุเกสก็ต้องตกรอบหลังแพ้อุรุกวัย ส่วนฟุตบอลโลกปีนี้ ทีมเผชิญผลงานที่ยากลำบากและมีเสียงวิจารณ์เรื่องการให้โรนัลโดลงเป็นตัวจริง

ถึงอย่างนั้น สถิติส่วนตัวของเขาภายใต้การคุมทีมของ โรแบร์โต มาร์ติเนซ ยังอยู่ในระดับสูง โดยทำได้ 28 ประตู จาก 37 นัด หรือเฉลี่ย 0.756 ประตูต่อนัด มากกว่าช่วงที่เล่นภายใต้ซานโตส ซึ่งอยู่ที่ 0.624 ประตูต่อนัด

ปิดตำนาน 23 ปี "คริสเตียโน โรนัลโด" ประกาศอำลาทีมชาติโปรตุเกส

ปิดตำนาน 23 ปี "คริสเตียโน โรนัลโด" ประกาศอำลาทีมชาติโปรตุเกส

สมาคมฟุตบอลโปรตุเกส เตรียมจัดพิธีสดุดีเพื่อยกย่องผลงานของโรนัลโด หลังการอำลาครั้งนี้ ไม่ได้เปิดโอกาสให้แฟนบอลร่วมฉลองอย่างที่ควรจะเป็น แม้จุดจบจะเต็มไปด้วยความขัดแย้ง แต่ตลอด 23 ปีที่ผ่านมา โรนัลโดไม่ได้เพียงเติบโตขึ้นพร้อมกับทีมชาติ หากยังเป็นผู้เล่นที่ช่วยพาโปรตุเกสไปถึงความสำเร็จในระดับที่ประเทศไม่เคยทำได้มาก่อน

อ่านข่าว :

บวงสรวงแม่ย่านางเรือพระที่นั่ง-เรือพระราชพิธีฯ ทางชลมารค

จากวัดมะกอกสู่วัดอรุณฯ ย้อนรอยประวัติศาสตร์แห่งสายน้ำและขบวนเรือพระราชพิธี

เส้นทางชีวิต "บุ๋ม ปนัดดา" จากมงกุฎนางสาวไทยสู่คดีฉ้อโกงเงินบริจาคมูลนิธิฯ