จากน้ำท่วมสู่ปรากฎการณ์น้ำสีรุ้ง ปัญหามลพิษกากอุตสาหกรรม จะจบลงตรงไหน?

สิ่งแวดล้อม
13:10
จำนวนผู้ชม 52
Thai PBS
จากน้ำท่วมสู่ปรากฎการณ์น้ำสีรุ้ง ปัญหามลพิษกากอุตสาหกรรม จะจบลงตรงไหน?

การเคลื่อนไหวของ "เครือข่ายรักษ์ปราจีนบุรี" ที่นำรายชื่อประชาชนกว่า 32,000 คน มายื่นข้อเรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาการปนเปื้อนของสารโลหะหนัก และ กากอุตสาหกรรม ย้อนดูที่มาของมลพิษในลำน้ำที่มีจุดเริ่มต้นจากน้ำท่วมที่ก่อให้เกิดปรากฎการณ์น้ำสีรุ้ง สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ จนต้องออกมาเคลื่อนไหวอย่างจริงจัง

น้ำสีรุ้งเกิดจากอะไร

จากน้ำท่วมสู่ปรากฎการณ์น้ำสีรุ้ง ปัญหามลพิษกากอุตสาหกรรม จะจบลงตรงไหน?

จากน้ำท่วมสู่ปรากฎการณ์น้ำสีรุ้ง ปัญหามลพิษกากอุตสาหกรรม จะจบลงตรงไหน?

ช่วงเดือนต.ค. – พ.ย. 2569 พบน้ำสีรุ้งลอยเป็นแนวยาวบนผิวน้ำในช่วงที่เกิดเหตุน้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่ ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ และไหลผ่านไปยังพื้นที่อื่นๆ เช่น บ้านสระมะเขือ บ้านคู้ลำพัน และบ้านโคกวัด ในอำเภอศรีมโหสถ

ผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้ว่ามีความเชื่อมโยงกับ บ่อฝังกลบขยะและโรงงานรีไซเคิล ในพื้นที่ ซึ่งได้รับอนุญาตประกอบกิจการ คัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูล รวมถึงการนำน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงทดแทน บดย่อยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

มีรายงานว่า คราบน้ำมันสีรุ้งมีร่องรอยเชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับ บ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม ของ บริษัท กรีน-เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ โดยโรงงานแห่งนี้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการ 2 ประเภทหลัก คือ

• ใบอนุญาตประเภท 105 คัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว

• ใบอนุญาตประเภท 106 นำน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้วหรือสารทำละลายมาผ่านกรรมวิธีผลิตเป็นเชื้อเพลิงทดแทน บดย่อยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

จากการตรวจสอบของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า น้ำบริเวณท้ายบ่อฝังกลบมีการปนเปื้อนของ สารกลุ่มปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในปริมาณสูงผิดปกติ แต่ผลตรวจคุณภาพน้ำเบื้องต้นจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมระบุว่ายังไม่พบสารโลหะหนักอันตรายแบบเฉียบพลันรุนแรง

จากน้ำท่วมสู่ปรากฎการณ์น้ำสีรุ้ง ปัญหามลพิษกากอุตสาหกรรม จะจบลงตรงไหน?

จากน้ำท่วมสู่ปรากฎการณ์น้ำสีรุ้ง ปัญหามลพิษกากอุตสาหกรรม จะจบลงตรงไหน?

กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ใช้กฎหมายสั่งให้โรงงานต้นเหตุ หยุดประกอบกิจการทั้งหมดชั่วคราว เพื่อเร่งปรับปรุงและทำแผนฟื้นฟู พร้อมติดตั้งทุ่นกักคราบน้ำมันเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของคราบสีรุ้งให้อยู่ในวงจำกัด

แม้จะไม่พบสารอันตรายเฉียบพลัน แต่เจ้าหน้าที่ยังคงประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมหลีกเลี่ยงการสัมผัส การสูดดม หรือการนำน้ำที่มีการปนเปื้อนไปใช้ประโยชน์

ภาคประชาชนเชื่อว่า น้ำที่ปนเปื้อนทำให้ปลาตายยกระชัง

การปนเปื้อนกากอุตสาหกรรม ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาและกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน เชื่อว่า อาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้ปลาตายยกกระชังอย่างรวดเร็ว เมื่อนำตัวอย่างน้ำและเนื้อปลาไปตรวจในห้องแล็บ พบว่า น้ำท่วมได้ไปชะล้างและพัดพาสารพิษจากกองขยะพิษเถื่อนและบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม ในพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ และ อ.กบินทร์บุรี ไหลบ่าลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ

จากน้ำท่วมสู่ปรากฎการณ์น้ำสีรุ้ง ปัญหามลพิษกากอุตสาหกรรม จะจบลงตรงไหน?

จากน้ำท่วมสู่ปรากฎการณ์น้ำสีรุ้ง ปัญหามลพิษกากอุตสาหกรรม จะจบลงตรงไหน?

ขณะเดียวกันยังตรวจพบโลหะหนักเกินมาตรฐาน โดยเฉพาะ สารอลูมิเนียม และเหล็ก ตรวจพบในระดับสูงเกินค่ามาตรฐานปนเปื้อนในแม่น้ำ รวมถึงคราบน้ำมันกลุ่ม ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน จากปัญหาน้ำสีรุ้ง ซึ่งเป็นพิษต่อระบบทางเดินหายใจ และ ระบบภายในของสัตว์น้ำโดยตรง

ที่มาของปลาตาย เป็นประเด็นถกเถียงอย่างหนักในท้องถิ่น เนื่องจากทางจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้พยายามจัดกิจกรรม "ชวนกินปลา" เพื่อเรียกความเชื่อมั่นและยืนยันว่าน้ำในบางจุดยังผ่านเกณฑ์ ขณะที่ชาวบ้านและเกษตรกรตั้งคำถามและประท้วงอย่างต่อเนื่อง เพราะจุดที่นำปลามาจัดกิจกรรมเป็นคนละจุดกับพื้นที่เสี่ยงปนเปื้อนสารเคมี ทำให้ชาวบ้านยังคงหวาดผวาและไม่กล้าซื้อปลาในพื้นที่มาบริโภคจนกว่าจะมีการพิสูจน์ที่ชัดเจนและครอบคลุม

ข้อกังวลของภาคประชาชนและนักวิชาการ

ภาคประชาชน มีความกังวลว่า ความเสี่ยงจากน้ำท่วมพัดพาเอากากพิษลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ พื้นที่เกษตรกรรม และการประมงน้ำจืด เสี่ยงต่อการปนเปื้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร

ภาคประชาชนและนักวิชาการสิ่งแวดล้อม จึงเรียกร้องให้ตรวจสอบทั้งดิน น้ำ และตะกอนอย่างต่อเนื่องหลังน้ำลด เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส และผลักดันให้มีการบังคับใช้กฎหมาย เช่น PRTR (ทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ) เพื่อแก้ปัญหามลพิษและขยะอันตรายที่ต้นตออย่างยั่งยืน

เครือข่ายรักษ์ปราจีนบุรีเรียกร้องประกาศเขตควบคุมมลพิษ

จากน้ำท่วมสู่ปรากฎการณ์น้ำสีรุ้ง ปัญหามลพิษกากอุตสาหกรรม จะจบลงตรงไหน?

จากน้ำท่วมสู่ปรากฎการณ์น้ำสีรุ้ง ปัญหามลพิษกากอุตสาหกรรม จะจบลงตรงไหน?

วันที่ 4 พ.ย.2569 กลุ่มเครือข่ายรักษ์ปราจีนบุรี พร้อมด้วยตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาและประชาชนผู้เดือดร้อน ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือและระดมรายชื่อประชาชนกว่า 32,000 รายชื่อ ส่งมอบตรงถึง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยชาวบ้านและเกษตรกรได้นำผลตรวจวิเคราะห์ค่าน้ำปนเปื้อนโลหะหนัก (สารอะลูมิเนียม) จากห้องแล็บไปแสดงเป็นหลักฐาน พร้อมยื่น 4 ข้อเรียกร้องสำคัญ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตกากอุตสาหกรรม น้ำสีรุ้ง และปลาตายยกกระชัง

จากน้ำท่วมสู่ปรากฎการณ์น้ำสีรุ้ง ปัญหามลพิษกากอุตสาหกรรม จะจบลงตรงไหน?

จากน้ำท่วมสู่ปรากฎการณ์น้ำสีรุ้ง ปัญหามลพิษกากอุตสาหกรรม จะจบลงตรงไหน?

1. ประกาศให้ลุ่มน้ำปราจีนบุรีเป็น "เขตควบคุมมลพิษ"

เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานส่วนกลางสามารถบังคับใช้กฎหมายและจัดสรรงบประมาณพิเศษเข้ามาแก้ไขปัญหาสารพิษปนเปื้อนในดินและน้ำได้อย่างเร่งด่วนและเข้มข้นขึ้น

2. สั่งปิดโรงงานต้นเหตุอย่างถาวรและขนย้ายขยะพิษออกไป

เรียกร้องให้มีการสั่งปิดโรงงานรีไซเคิลและบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมที่เป็นต้นตอปล่อยน้ำสีรุ้งปนเปื้อนสารเคมี รวมถึงสั่งการให้มีการขนย้ายกองขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายทั้งหมดออกจากพื้นที่ชุมชน

3. ตรวจสอบเชิงรุกและเปิดเผยข้อมูลผลแล็บอย่างโปร่งใส

จี้ให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจวิเคราะห์สารพิษปนเปื้อนในน้ำ ดิน และตะกอนดินเชิงรุกอย่างครอบคลุมทุกจุดเสี่ยง และต้องเปิดเผยผลแล็บรวมถึงข้อมูลสายธารการไหลของมลพิษให้ภาคประชาชนรับทราบอย่างตรงไปตรงมา

4. บังคับให้ผู้ประกอบการเยียวยาความเสียหายเต็มจำนวน

เรียกร้องให้ทส.กดดันเชิงกฎหมายและไล่บี้กับบริษัทเจ้าของกากสารเคมีให้มาชดเชยเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังและชาวนาที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและเต็มจำนวนทุกบาททุกสตางค์ พร้อมผลักดันให้มีการใช้มาตรการรุนแรง

เป็นเวลากว่า 1 เดือนที่ปัญหาดำเนินมาอย่างยืดเยื้อ ท้ายที่สุดแล้วทางออกที่ลงตัวที่สุดอยู่ที่ตรงไหน จะเป็นไปตามที่ภาคประชาชนขีดเส้นไว้ว่าขอคำตอบภายใน 15 วันหรือไม่

อ่านข่าว :

ต้นน้ำคึกคัก ปลายน้ำคุกรุ่น! ปราจีนบุรีจัดงาน "ชวนกินปลา" ท่ามกลางวิกฤตสารเคมี

เปิดผลตรวจแม่น้ำปราจีนฯ 5 จุด พบค่า pH เป็นกลางถึงด่างอ่อนๆ เร่งหาสาเหตุปลาตาย

สารปนเปื้อนแม่น้ำปราจีนฯ กระทบยอดขายปลาลดลง