ตร.เผยเงินหมุนเวียนในบัญชี "มูลนิธิองค์กรทำดี" เกือบ 1,000 ล้าน

อาชญากรรม
11:39
จำนวนผู้ชม 167
Thai PBS
ตร.เผยเงินหมุนเวียนในบัญชี "มูลนิธิองค์กรทำดี" เกือบ 1,000 ล้าน

วันนี้ (2 พ.ย.2569) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณี น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ ออยศรี เจ้าของเพจออยศรีและผองเผือก และผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษากฎหมายออยศรีและผองเผือก จำกัด ได้แจ้งความและส่งมอบพยานหลักฐาน ต่อพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในคดีที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิองค์กรทำดี ของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลใกล้ชิดและสามี

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวต่อว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รับเรื่องและดำเนินการสืบสวนสอบสวนในทุกประเด็น ทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องเงินรับบริจาค หรือการดำเนินงานของมูลนิธิ ว่ามีความถูกต้องตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

จากการตรวจสอบพบว่า ยอดเงินหมุนเวียนในบัญชีต่างๆ ตั้งแต่ช่วงปี 2562 เป็นต้นมา พบว่ามียอดเงินค่อนข้างสูง มีเงินหมุนเวียนหลักร้อยล้านบาทและเกือบถึง 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้บริจาคที่เป็นคนมีชื่อเสียงในสังคม ซึ่งพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบอย่างละเอียดว่า มีการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ หรือเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือหากยักยอกโยกย้ายแปลงสภาพเงิน จะพิจารณาว่ามีความผิดฐานฟอกเงินหรือไม่

สำหรับการตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน และการนำทรัพย์สินไปเปลี่ยนแปลงโยกย้าย หรือส่งต่อให้กับบุคคลอื่นนั้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาความผิดตามข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งผู้ร้องเรียนและมูลนิธิฯ แต่ทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามพยานหลักฐานและข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ตร.ตอบปมกระแสข่าวรับจบคนเดียว ยืนยันดำเนินคดีผู้กระทำผิดทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีมีกระแสข่าวว่า อาจมีการให้รับจบเพียงคนเดียว มีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ โดย ผบช.ก. กล่าวว่า คดีนี้รับเรื่องไว้หมดแล้ว ไม่ว่าผู้กระทำความผิดเป็นใคร ก็ต้องดำเนินคดีทั้งหมด

ส่วนกรณีที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่าบริจาคเงิน 1,000 บาท แต่เล่นงานกลุ่มมูลค่าความเสียหาย ที่มากถึงหลักล้านบาทนั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า หากมีการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์จากยอดบริจาค เช่น มีผู้บริจาคเงินเข้ามาจริง ไม่ว่าจะเริ่มต้นด้วยจำนวนเงิน 5 บาท, 10 บาท, 1,000 บาท หรือจำนวนมากกว่านั้น แล้วปรากฏว่ามีการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง

อย่างไรก็ตาม ตำรวจต้องตรวจสอบเงื่อนไขของมูลนิธิฯ อย่างละเอียดว่ามีข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้เงินและการเบิกจ่ายอย่างไร หากนำเงินบริจาคไปใช้ผิดเงื่อนไข หรือนำทรัพย์สินไปโยกย้าย ถ่ายเท เปลี่ยนแปลง ไปให้บุคคลอื่นดำเนินการต่อ ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือหากมีการประชุมกรรมการมูลนิธิฯ ก็ต้องดูว่าทำผิดกฎของมูลนิธิหรือไม่ และดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดของมูลนิธิต่างๆ

สำหรับขั้นตอนต่อไป พนักงานสอบสวนจะเร่งประชุมและตรวจสอบสำนวนคดีในทุกมิติ รวมถึงประเด็นความเสียหายและมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อให้มีความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ หรือในวันที่ 12 พ.ย. พร้อมพิจารณาออกหมายเรียกหรือหมายจับ ผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม หากพบว่ามีการกระทำความผิดตามกฎหมาย

อ่านข่าว :

ร้องสอบมูลนิธิเป็นหนึ่ง ตั้งข้อสงสัยตั้งมูลนิธิไม่ชอบโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว

"บุ๋ม ปนัดดา" ปัดเอี่ยวรุกที่ราชพัสดุ "ก๊อต-อธิป" โพสต์ยืนยันไม่ได้หลบหนี

แยกบัญชีส่วนตัว-มูลนิธิให้ชัด! มธ.ชี้มูลนิธิยังสำคัญต่อกลุ่มเปราะบาง