ชัชชาติรับ งบ กทม. เหลือ 28 ล้านบาท เตรียมดึงเงินสะสม 1,139 ล้าน เยียวยาน้ำท่วม

การเมือง
15:39
จำนวนผู้ชม 74
Thai PBS
ชัชชาติรับ งบ กทม. เหลือ 28 ล้านบาท เตรียมดึงเงินสะสม 1,139 ล้าน เยียวยาน้ำท่วม

วันนี้ (26 ต.ค.2569) ที่กระทรวงมหาดไทย ภายหลังการประชุมร่วมกับรัฐบาลเมื่อช่วงเช้า โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วยตัวแทนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

และผู้บริหาร กทม. นำโดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมหารือเพื่อหาข้อยกเว้นและแนวทางจัดสรรงบประมาณเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างเร่งด่วน

นายชัชชาติ เปิดเผยถึงโครงสร้างเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมว่า ในภาพรวมระดับประเทศมีเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่

ส่วนที่หนึ่ง คือเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท และ 9,000 บาท ซึ่งเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" โดยปัจจุบันมีประชาชนลงทะเบียนผ่านระบบแอปทางรัฐในพื้นที่ กทม. แล้วมากกว่า 1,000,000 ราย และหากนับรวมผู้แจ้งความเสียหายในพื้นที่จังหวัดข้างเคียงทั่วประเทศ มีจำนวนสูงถึง 2,300,000 ราย

ส่วนที่สอง คือเงินชดเชยการซ่อมแซมบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ที่เสียหายตามระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม. สยบกระแสข่าวลือที่ระบุว่ารัฐบาลถังแตก โดยยืนยันว่ารัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีอนุมัติงบกลางมารองรับการเยียวยาประชาชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ชัชชาติรับ งบ กทม. เหลือ 28 ล้านบาท เตรียมดึงเงินสะสม 1,139 ล้าน เยียวยาน้ำท่วม

ชัชชาติรับ งบ กทม. เหลือ 28 ล้านบาท เตรียมดึงเงินสะสม 1,139 ล้าน เยียวยาน้ำท่วม

สำหรับสถานะทางการเงินของกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า กทม. ไม่ได้เป็นหน่วยงานท้องถิ่นที่มีงบประมาณเหลือล้น เนื่องจากบริหารจัดการด้วยระบบงบประมาณแบบสมดุล (Balance Budget) และไม่มีการกู้เงินมาใช้จ่าย

อีกทั้งโครงสร้างการจัดเก็บรายได้ของ กทม. ยังมีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับท้องถิ่นอื่น โดย กทม. สามารถจัดเก็บได้เพียงภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงภาษีทะเบียนรถยนต์ แต่ไม่สามารถจัดเก็บภาษียาสูบ ภาษีโรงแรม หรือภาษีน้ำมันเหมือนท้องถิ่นอื่นได้ ในขณะเดียวกัน กทม. ต้องรับภาระดูแลประชากรจำนวนมาก ส่งผลให้มีจำนวนผู้ประสบภัยที่ต้องได้รับเงินเยียวยาสูงกว่าจังหวัดอื่นอย่างมาก

งบฉุกเฉินเหลือ 28 ล้านบาท เตรียมขอใช้เงินสะสม

ในส่วนของงบประมาณที่ กทม. นำมาสำรองจ่ายช่วยเหลือประชาชน ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ งบกลางกรณีฉุกเฉิน และ เงินสะสมจ่ายขาด

เดิมที กทม. ตั้งงบกลางกรณีฉุกเฉินไว้จำนวน 400 ล้านบาท สำหรับใช้ตลอดทั้งปี แต่ปัจจุบันเบิกจ่ายไปแล้วถึง 372 ล้านบาท แบ่งเป็น การจัดซื้อถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชน 162 ล้านบาท และการโอนเงินสมทบให้แก่รัฐบาลจำนวน 210 ล้านบาท จากเดิมที่สมทบในระยะแรก 10 ล้านบาท และสมทบเพิ่มอีก 200 ล้านบาท

ส่งผลให้งบกลางฉุกเฉินของ กทม. เหลืออยู่เพียง 28 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่งบประมาณฉุกเฉินค่อนข้างตึงตัวและเข้าขั้นวิกฤต หากไม่มีการโอนงบประมาณส่วนอื่นมาทดแทน

ส่วนแหล่งเงินก้อนที่สองคือ เงินสะสมจ่ายขาด ซึ่งเป็นเงินออมของ กทม. ที่เคยนำไปชำระภาระหนี้สินโครงการรถไฟฟ้า BTS กว่า 60,000 ล้านบาทจนเหลือเงินสะสมที่นำมาใช้งานได้จริงประมาณ 1,400 ล้านบาท

ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า ในวันพุธที่ 28 ต.ค.นี้ กทม.เตรียมเสนอต่อสภากรุงเทพมหานคร เพื่อขออนุมัติจัดสรรงบประมาณจากเงินสะสมจ่ายขาดจำนวน 1,139 ล้านบาท มารวมกับงบสมทบเดิม เพื่อจัดตั้งเป็นงบเยียวยาและฟื้นฟูบ้านเรือนผู้ประสบภัย รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยที่ประชุมร่วมตกลงให้ กทม. ช่วยสมทบในส่วนเยียวยาและฟื้นฟูรวม 510 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากกระบวนการอนุมัติงบประมาณจากสภา กทม. มีปัญหา หรือจำเป็นต้องดึงงบประมาณหมวดอื่นมาใช้เพิ่มเติม เช่น งบพัฒนาเมืองจำนวน 800 กว่าล้านบาท ก็อาจส่งผลกระทบต่อโครงการพัฒนาเมือง การซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน และการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมในปีถัดไป

ชัชชาติรับ งบ กทม. เหลือ 28 ล้านบาท เตรียมดึงเงินสะสม 1,139 ล้าน เยียวยาน้ำท่วม

ชัชชาติรับ งบ กทม. เหลือ 28 ล้านบาท เตรียมดึงเงินสะสม 1,139 ล้าน เยียวยาน้ำท่วม

ออมสินเริ่มทยอยโอนเงิน ผู้ลงทะเบียนต้องตรวจสอบเพิ่ม

ด้านความคืบหน้าการโอนเงินเยียวยาแก่ประชาชน และกรณีที่มีกระแสข่าวว่ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) หรือ ธนาคารออมสิน ยังไม่ได้โอนเงินให้ กทม. นั้น

ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่าไม่ได้มีความขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน โดยผลการประชุมร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ข้อสรุปชัดเจนว่า ธนาคารออมสิน จะเริ่มทยอยกดโอนเงินเข้าบัญชีให้แก่ประชาชน ที่ผ่านการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันนี้ (26 ต.ค.2569) เป็นต้นไป

สำหรับกรณีที่ประชาชนยังไม่ได้รับเงิน ยอดผู้ลงทะเบียนที่มีความซับซ้อนประมาณ 200,000 ราย จะต้องผ่านการตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดตามระเบียบของทางราชการ

หากเคสใดมีเอกสารไม่ครบถ้วน ประชาชนสามารถตรวจสอบการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" หรือเดินทางไปติดต่อ ณ สำนักงานเขตในพื้นที่เพื่อยื่นเอกสารเพิ่มเติม

ทั้งนี้ หากระบบพบข้อสงสัย กทม. จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจพิสูจน์ความเสียหายจริง เพื่อให้มั่นใจว่าเงินภาษีของประชาชน ถูกจ่ายไปถึงมือผู้เดือดร้อนอย่างถูกต้องและโปร่งใสตามกำชับของนายกรัฐมนตรี

นายกฯ เสนอเปลี่ยนงบเยียวยาเป็นงบป้องกันน้ำท่วม

นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังหารือถึงการปรับเปลี่ยนเชิงนโยบายระยะยาว โดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล แสดงแนวคิดว่า เงินงบประมาณเยียวยาที่ต้องจ่ายชดเชยผู้ประสบภัยทุกปีควรถูกปรับเปลี่ยนนำไปลงทุนในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อป้องกันน้ำท่วมอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายในอนาคต ได้ดีกว่าการนำงบประมาณมาจ่ายเยียวยาหลังเกิดเหตุซ้ำ ๆ ทุกปี รวมถึงมีการผลักดันแนวคิดเรื่องการซื้อประกันภัยน้ำท่วม ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีการจ่ายเงินชดเชยจากระบบประกันภัยในปีนี้แล้วบางส่วน

ชัชชาติรับ งบ กทม. เหลือ 28 ล้านบาท เตรียมดึงเงินสะสม 1,139 ล้าน เยียวยาน้ำท่วม

ชัชชาติรับ งบ กทม. เหลือ 28 ล้านบาท เตรียมดึงเงินสะสม 1,139 ล้าน เยียวยาน้ำท่วม

ชัชชาติยัน กทม. ทำเต็มที่ ไม่หวั่น ปชป. ฟ้องศาลปกครอง

ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศเตรียมยื่นฟ้องผู้บริหาร กทม.และทีมงานต่อศาลปกครอง เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำท่วม โดยระบุว่า พร้อมยอมรับการตรวจสอบตามระบอบประชาธิปไตย และพร้อมนำหลักฐานเข้าชี้แจงต่อศาลปกครอง

พร้อมย้ำว่า กทม.ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถแล้ว แต่เนื่องจากปริมาณน้ำฝนในปีนี้มีจำนวนมาก จนส่งผลกระทบทั่วถึงหลายจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียง อีกทั้ง กทม.ออกประกาศแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์ตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมาแล้ว

อ่านข่าว :

บัญชีกลางจ่อจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ผ่าน PromptPay 13 หลัก พ.ค.70

ตร.ชี้ยังไม่จับใครคดีเพจ Godd Dam เร่งตรวจสอบโพสต์ย้อนหลัง

ป่าตอง จ.ภูเก็ต เร่งฟื้นฟูหลังน้ำป่า-โคลนถล่ม เปิดศูนย์พักพิง 3 แห่ง