“อัลลิเกเตอร์” ปลาปากจระเข้ เอเลี่ยนอันตราย ไม่ดุร้าย-กินไม่ได้

สิ่งแวดล้อม
16:55
จำนวนผู้ชม 86
Thai PBS
“อัลลิเกเตอร์” ปลาปากจระเข้ เอเลี่ยนอันตราย ไม่ดุร้าย-กินไม่ได้

ตามล่าหา “ปลาอัลลิเกเตอร์” หรือ “ปลาจระเข้” หลังหลุดออกจากบึงสำราญ ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา กว่า 300 ตัว ในช่วงเกิดน้ำท่วมหนัก เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา “อัลลิเกเตอร์” จีจัดเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ มีสถานะเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นรุกราน (Invasive Alien Species) ฟันแหลมคม ถือปลาล่าเหยื่อและเป็นปลากินเนื้อ เมื่อหลุดลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติก็จะกินปลาตัวเล็กเป็นอาหาร หากพบเจอห้ามนำไปทำอาหาร แต่ให้ใช้วิธีการทำลายด้วยการ “ฝัง” ทันที

ปลาอัลลิเกเตอร์ หรือปลาจระเข้ ที่บึงสำราญ หรือ บึงสำราญฟิชชิ่ง เลี้ยงไว้ เพื่อบริการนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาตกท้าทายความสามารถเลี้ยงไว้ในมีจำนวนมากกว่าที่หลุดออกไปกว่า 300 ตัว

เจ้าหน้าที่ประจำบึงสำราญ บอกว่า ขณะนี้มีชาวบ้านที่จับได้และส่งกลับคืนเพียง 60 ตัว โดยทางเจ้าของให้ราคารับซื้อคืนตัวละ 1,000 บาท ส่วนที่เหลือคาดว่าอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งปลาชนิดนี้สามารถอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำทั่วไปได้ แต่ไม่สามารถนำไปบริโภคได้ เนื่องจากไข่ของปลามีพิษ ทำให้เกิดอาการแพ้เป็นอันตรายต่อร่างกาย หากใครเจอหรือจับได้ แนะนำให้ทำลายด้วยการนำไปฝังกลบอย่างเดียว

“อัลลิเกเตอร์” ปลาปากจระเข้ เอเลี่ยนอันตราย ไม่ดุร้าย-กินไม่ได้

“อัลลิเกเตอร์” ปลาปากจระเข้ เอเลี่ยนอันตราย ไม่ดุร้าย-กินไม่ได้

“ปลาที่หลุดไปเลี้ยงมานานกว่า 10 ปี มีขนาดตั้งแต่ 3 – 60 กิโลกรัม มีขนาดความยาวประมาณ 2-3 เมตร ปลาอัลลิเกขยายพันธุ์หรือออกลูกในแหล่งน้ำธรรมชาติของไทยไม่ได้ เพราะที่มีถิ่นกำเนิดจากอเมริกา หากจะผสมพันธุ์จะต้องอยู่ในอุณหภูมิที่มีความเย็น”

ข้อมูลระบุว่า ปลาอัลลิเกเตอร์ มีลักษณะเด่น คือ มีส่วนปากยาวคล้ายกับจระเข้หรืออัลลิเกเตอร์ รูปร่างกลมยาว ตากลมสีดำ บริเวณลำตัวจรดหางคล้ายปลา มีครีบเล็กใต้ท้อง 2 ครีบคู่ ใต้ท้องสีขาว บริเวณปลายหาง ใกล้หางมีครีบใหญ่อีก 2 ครีบ ซึ่งโคนหางด้านบนมีขนาดใหญ่กว่าโคนหางด้านล่างอย่างเห็นได้ชัดเจน ครีบหางกลมมนเป็นรูปพัด เป็นปลาที่กระจายพันธุ์อยู่ในแหล่งน้ำจืดต่าง ๆ เช่น แม่น้ำ หรือทะเลสาบ ของสหรัฐอเมริกาทางตอนใต้ เช่น รัฐฟลอริดา และหลุยส์เซียนา

มีปากเรียวยาวเหมือนอัลลิเกเตอร์ ที่ภายในมีฟันที่แหลมคม 2 แถว ประมาณ 500 ซี่ ใช้สำหรับงับเหยื่อก่อนที่จะกลืนลงไป เกล็ดของปลาอัลลิเกเตอร์มีความหนาและแข็ง ลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมเหมือนเพชร มีสารเหมือนกับสารเคลือบฟันเคลือบอยู่ มีความคมเมื่อถูจะถูกบาดทำให้เกิดบาดแผลได้ อินเดียนแดง ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองของอเมริกาใช้เกล็ดของปลาอัลลิเกเตอร์ทำเป็นหัวลูกศร

ปลาอัลลิเกเตอร์สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ในแหล่งน้ำที่มีคุณภาพต่ำ มีปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำต่ำ เช่น น้ำที่ขุ่นข้นสภาพพื้นน้ำเป็นโคลน เนื่องจากมีถุงลมที่ทำหน้าที่เสมือนปอดช่วยในการหายใจ ทำให้สามารถขึ้นมาฮุบอากาศบนผิวน้ำได้ ถือกำเนิดขึ้นมานานกว่า 100 ล้านปีแล้ว ในยุคเดียวกับไดโนเสาร์ยังมีชีวิตอยู่ ด้วยขนาดลำตัวที่ใหญ่และเกล็ดที่แข็งแรงทำให้ปรับตัวและอยู่รอดได้มาจนถึงปัจจุบัน

มีความยาวโดยเฉลี่ยได้ถึง 6–7 ฟุต น้ำหนักมากกว่า 100 ปอนด์ มีอายุขัยได้มากถึง 60 ปี ตัวเมียมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ แต่ก็มีคำกล่าวอ้างจากนักตกปลาพื้นถิ่นว่า เคยพบเห็นตัวที่ยาวถึง 14 ฟุต ในปี ค.ศ. 1987 และในปี ค.ศ. 1910 ที่รัฐมิสซิสซิปปี มีผู้จับตัวที่มีความยาวถึง 10 ฟุตได้ จึงจัดเป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พบได้ในสหรัฐอเมริกา และเป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก

“อัลลิเกเตอร์” ปลาปากจระเข้ เอเลี่ยนอันตราย ไม่ดุร้าย-กินไม่ได้

“อัลลิเกเตอร์” ปลาปากจระเข้ เอเลี่ยนอันตราย ไม่ดุร้าย-กินไม่ได้

ตัวที่มีความยาว 10 ฟุต ในปี ค.ศ. 1910 ด้วยขนาดที่ใหญ่และรูปลักษณ์ที่น่ากลัว ทำให้ปลาอัลลิเกเตอร์เป็นที่ร่ำลือว่าทำร้ายมนุษย์ในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ในฤดูร้อน ค.ศ. 1932 ที่หลุยส์เซียนา มีรายงานว่าเด็กผู้หญิงรายหนึ่งถูกปลาอัลลิเกเตอร์ทำร้ายที่ขา ขณะที่เธอลงไปใกล้ทะเลสาบพร้อมกับพี่ชายวัย 13 ขวบของเธอ แพทย์ที่ทำการรักษาเธอ เป็นแพทย์มานานกว่า 40 ปี ได้บันทึกไว้ว่าไม่เคยเห็นบาดแผลที่เหวอะหวะแบบนี้มาก่อน เหมือนกับเข็มหยาบ ๆ ที่เจาะทะลุกระดาษ ซึ่งหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นรายงานตามคำบอกเล่าของพี่ชายเธอว่า เป็นการกระทำของปลาอัลลิเกเตอร์ความยาว 7 ฟุต

ก่อนทศวรรษที่ 30 ปลาอัลลิเกเตอร์ยังพบได้กระจายไปทั่วสหรัฐอเมริกา ต่อมาในปี ค.ศ. 1933 คณะกรรมการตกปลาเท็กซัสได้มีมติล่าทำลายปลาอัลลิเกเตอร์ครั้งใหญ่ เนื่องจากถูกพิจารณาว่าเป็นต้นเหตุของการสูญพันธุ์ของปลาพื้นเมืองชนิดต่าง ๆ เนื่องจากปลาอัลลิเกเตอร์เป็นปลากินเนื้อขนาดใหญ่ ที่อาจหากินได้วันละ 2 ครั้ง กินอาหารมากกว่าขนาดน้ำหนักตัวของตัวเอง 3 ทศวรรษผ่านไป มีปลาอัลลิเกเตอร์นับล้านตัวที่ถูกกำจัดไป

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปลาอัลลิเกเตอร์เป็นปลาที่ไม่ดุร้าย ไม่ทำร้ายหรือกินมนุษย์เป็นอาหาร แต่จะกินปลาต่าง ๆ เป็นอาหาร รวมถึงสัตว์ปีกเช่น นกเป็ดน้ำ ได้ด้วย แต่จะกินอาหารชิ้นที่พอที่จะกลืนลงไปได้เท่านั้น เมื่อจับเหยื่อได้แล้วกรามจะล็อกแน่นเพื่อไม่ให้เหยื่อดิ้นหลุด เนื่องจากส่วนหัวมีเนื้อที่ยึดติดกับแผ่นเกล็ดที่แข็งเหมือนเกราะติดกับข้อต่อส่วนคอทำให้แลดูส่วนลำคอลาดโค้ง ทำให้มีแรงงับจำนวนมาก ก่อนที่จะกลืนเหยื่อลงไปในคอ หากจับได้แล้วเหยื่อยังไม่ตาย ก็จะรอให้ตายเสียก่อน

“อัลลิเกเตอร์” ปลาปากจระเข้ เอเลี่ยนอันตราย ไม่ดุร้าย-กินไม่ได้

“อัลลิเกเตอร์” ปลาปากจระเข้ เอเลี่ยนอันตราย ไม่ดุร้าย-กินไม่ได้

ปัจจุบันปลาอัลลิเกเตอร์หลงเหลือเฉพาะภาคใต้ของสหรัฐอเมริกา และถูกอนุรักษ์ ปลาอัลลิเกเตอร์เป็นปลาที่นิยมตกเป็นเกมกีฬา โดยมักจะตกได้ในช่วงพลบค่ำก่อนพระอาทิตย์จะตก โดยใช้เหยื่อเป็นชิ้นปลาเช่น ปลาบัฟฟาโล ซึ่งเป็นปลาซัคเกอร์ชนิดหนึ่ง และนิยมเลี้ยงกันเป็นปลาสวยงาม และจัดแสดงตามพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ปลาดังกล่าวสามารถที่จะเพาะขยายพันธุ์ในที่เพาะเลี้ยงได้แล้ว และมีปลาที่มีสีแตกต่างจากปลาดั้งเดิมในธรรมชาติ เช่น ปลาพลาตินั่ม ที่มีลำตัวสีขาวแวววาว ซึ่งมีราคาแพงกว่าปลาปกติหลายเท่า มีปลาที่ถูกเลี้ยงไว้ตั้งแต่เล็ก ๆ เมื่อโตเต็มที่ ผู้เลี้ยงไม่สามารถเลี้ยงต่อไปได้ จึงปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติต่าง ๆ ไม่ใช่แหล่งกำเนิดดั้งเดิม เช่น จีน ไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นั้น ๆ ได้

ภาพจากเพจ : ที่นี่บางน้ำเปรี้ยว/บีงสำราญ

อ่านข่าว

น้ำท่วม-ปลาตาย "ขยะพิษกากสารเคมี" ไหลบ่าเมืองปราจีน