วันนี้ (13 ต.ค.2569) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีโรงงานสารเคมีรั่วไหลในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ว่า พบความผิดปกติจริง โดยเมื่อวานนี้ (12 ต.ค.) ประสาน นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ซึ่งกำชับรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อตรวจและปิดโรงงาน
แต่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ขณะนี้พบข้อมูลความเชื่อมโยมกับต่างชาติและคนไทย ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าน่าจะเป็นนอมินี โดยมีคนไทยนามสกุลเดียวกัน 2 นามสกุล ถือหุ้นไขว้กัน 2 บริษัท
นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า ความผิดปกติคือหนึ่งในบริษัทนั้นเคยจดทะเบียน 5 ล้านบาท แต่ขณะนี้เพิ่มการจดทะเบียนเป็น 100 ล้านบาท และอีกหนึ่งบริษัท จดทะเบียน 300 ล้านบาท และมีทรัพย์สินกว่า 570 ล้านบาท
ทั้งสองบริษัทใช้บริษัทบัญชีและผู้ตรวจบัญชีคนเดียวกัน ตอนนี้เรากำลังประสานไปที่ ปปง. ในการตรวจสอบเส้นเงินและการถือครองที่ดินด้วยว่าถูกต้องหรือไม่ หากตรวจสอบว่าผิดกฎหมายเราจะบังคับจำหน่ายต่อไป
นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า จะทำงานร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม ในการย้ายขยะที่มีสารพิษออกนอกพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สบายใจ รวมทั้งกำชับว่าแม้ทางบริษัทฯ จะเสนอค่าเยียวยาต่าง ๆ ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หรือสัมผัสสารปนเปื้อน แต่มองว่าอาจยังไม่เพียงพอ ต้องมีมาตรการลงโทษทั้งทางอาญาหรือแพ่ง เพื่อดำเนินคดีกับโรงงานที่ปล่อยให้สารพิษรั่วไหล
"พลพีร์" แฉโรงงานสารพิษรั่วปราจีนฯ พบ "นามสกุลดัง" นอมินีต่างชาติ
ส่วนต้นตอของสารพิษที่รั่วไหลในครั้งนี้ อาจมาจากช่องโหว่ในส่วนของท่าเรือและกรมสรรพากรด้วยหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า ต้องตรวจสอบกับทางกระทรวงการคลังว่า วิธีการที่นำตู้คอนเทนเนอร์เข้ามาในประเทศนั้นมาอย่างไร ตรวจอย่างไร ไม่อยากให้เป็นเพียงแค่การชั่งน้ำหนัก และต้องดูเอกสารหลักฐาน รวมทั้งเปิดดูด้วยว่า สิ่งของที่อยู่ในตู้นั้นเป็นอย่างไร
ขยะทั้งหมด ผมเชื่อว่าเกือบ 100 ทั้ง 100 ที่เอามาฝังที่ปราจีนบุรี น่าจะเป็นขยะที่นำเข้ามา ฉะนั้นต้องตรวจสอบต่อไป แต่ในส่วนของมหาดไทย เราไม่ได้นิ่งนอนใจ เราดำเนินการเต็มที่
ส่วนพื้นที่แถบนั้น ประชาชนประกอบอาชีพ โดยเฉพาะอาชีพประมง จะมีมาตรการช่วยเหลือหรือการชดเชยอย่างไรบ้าง นายพลพีร์ กล่าวว่า หากปลาตายในแม่น้ำ ไม่แนะนำให้นำกิน โดยอยู่ระหว่างพิจารณาบทลงโทษ และขยายผลไปถึงต้นตอของปัญหา ซึ่งนามสกุลที่พบในสองบริษัทนั้น เป็นนามสกุลดังในปราจีนบุรี ซึ่งเรื่องนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าให้ดูพฤติกรรม
ส่วนมีการวางกรอบระยะเวลาในการตรวจสอบหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า คาดว่าสัปดาห์นี้จะแล้วเสร็จ โดยจะนำไปรายงานนายกรัฐมนตรีเป็นระยะ
ส่วนที่บอกว่าเป็นนามสกุลดังที่ปราจีนบุรี เป็นของนักการเมืองในพรรคการเมือง หรือนักการเมืองท้องถิ่น นายพลพีร์ กล่าวว่า ขอให้อยู่ในสำนวน ซึ่งปรึกษาและนายวราวุธ บอกว่า ผิดก็คือผิด นายกรัฐมนตรี ก็ย้ำเช่นกันว่า ปิดชื่อดูพฤติกรรม
เมื่อถามย้ำว่า ไม่ใช่นักการเมืองในพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า "ไม่มีครับ ภูมิใจไทยไม่มีครับ สะอาดเหมือนเสื้อขาวผมนี่แหละ"
"พลพีร์" แฉโรงงานสารพิษรั่วปราจีนฯ พบ "นามสกุลดัง" นอมินีต่างชาติ
นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า หากมีคนในพรรคก็ต้องดำเนินคดีอยู่แล้ว หลบเลี่ยงไม่ได้ สิ่งที่มันผิดปกติมากคือการจดทะเบียน 5 ล้านบาท และอยู่ดี ๆ ขยายเป็น 100 ล้านบาท ส่วนอีกบริษัทจดทะเบียน 10 ล้านบาท และขยายเป็น 300 ล้านบาท เจตนารมณ์เขาต้องการทำธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น เพราะการจดทะเบียนสูงขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่ซื้อหรือรับมา ก็อาจเพิ่มปริมาณมากขึ้น โดยขณะนี้ให้กรมการปกครองไปตรวจสอบเพิ่มเติม
อ่านข่าว :
ปภ.โอนเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 1.6 แสนครัวเรือน รวม 1,284 ล้าน
"รุทธพล" โยน คกก.เคาะปม "ทักษิณ" ขอนิรโทษกรรมข้อกล่าวหาทางการเมือง
