ระดมแก้แม่น้ำสายปนเปื้อนสารหนู 28 เท่า อ.แม่สาย จ.เชียงราย

ภูมิภาค
09:49
จำนวนผู้ชม 51
Thai PBS
ระดมแก้แม่น้ำสายปนเปื้อนสารหนู 28 เท่า อ.แม่สาย จ.เชียงราย

เมื่อวานนี้ (12 ต.ค.69) ที่เทศบาลตำบลเวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย สืบเนื่องจากการตรวจพบสารหนูในน้ำสูงกว่าค่ามาตรฐาน 28 เท่า จนเป็นที่มาของประกาศจังหวัดเชียงราย เตือนภัยเกี่ยวกับการใช้น้ำ ผลผลิตทางการเกษตร ประมง และประปา

เวทีเสวนาเรื่องแม่น้ำสายปนเปื้อนสารพิษข้ามพรมแดน ได้แบ่งการแลกเปลี่ยนเป็น 3 ส่วน ได้แก่ หน่วยงานรัฐ ภาคประชาชน และภาควิชาการ เพื่อสะท้อนปัญหาและแนวทางแก้ไข

นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) สะท้อนผลการตรวจแม่น้ำสายว่า พบสารพิษในน้ำและตะกอนดินเกินค่ามาตรฐานทุกครั้งที่เก็บตัวอย่าง

ล่าสุดพบสารหนูสูงกว่าค่ามาตรฐาน 28 เท่า อยู่ที่ 0.284 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยผลการตรวจแต่ละครั้งสะท้อนแนวโน้มการปนเปื้อนที่เพิ่มสูงขึ้น

สอดคล้องกับข้อมูลของ น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ ซึ่งสะท้อนปัญหาเหมืองแร่ต้นน้ำสายจากการลงพื้นที่บริเวณชายแดน พบว่าเหมืองบางแห่งดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมง และยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง บางแห่งทำเหมืองกลางแม่น้ำ สะท้อนให้เห็นถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการทำเหมืองที่ขาดการควบคุมอย่างเหมาะสม

น.ส.เพียรพร ดีเทศน์

น.ส.เพียรพร ดีเทศน์

ด้าน ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า บริเวณต้นแม่น้ำสายมีเหมืองแร่อย่างน้อย 13 แห่ง

ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ปัญหาน้ำและตะกอนดินปนเปื้อนส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 68,000 ไร่ โดยเฉพาะนาข้าวและพืชสวนครัวหลายชนิดที่ใช้น้ำจากแม่น้ำสายในการเพาะปลูก

ตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำและสภาเกษตรกร อ.แม่สาย สะท้อนปัญหาและตั้งคำถามว่า เมื่อน้ำและตะกอนดินปนเปื้อนสารพิษ จะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้าวที่ปลูกจะไม่ปนเปื้อนสารพิษ หรือหากผลผลิตปนเปื้อนจนไม่สามารถจำหน่ายได้ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ด้านตัวแทนสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดเชียงราย ระบุว่า ได้เก็บตัวอย่างดินจากแม่น้ำสาย 52 ตัวอย่าง และแม่น้ำรวก 92 ตัวอย่าง ขณะนี้ทำได้เพียงเฝ้าระวังใน 2 ตำบล ได้แก่ ต.เกาะช้าง และ ต.แม่สาย โดยพิจารณาพื้นที่ตามระยะห่างจากแม่น้ำ

แผนดำเนินงานในขณะนี้คือ หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเกษตรของจังหวัดเชียงรายจะตรวจสอบดิน พืช และข้าวในจุดที่มีความเสี่ยงสูง พร้อมเร่งจัดทำแผนที่ความเสี่ยงเพื่อใช้ในการเฝ้าระวัง

น่าเสียดายที่สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงรายไม่ได้เข้าร่วมเวทีในครั้งนี้ จึงทำให้ไม่ได้รับทราบข้อมูลด้านการเกษตรอย่างครบถ้วนว่า มีพืชชนิดใดบ้างที่ตรวจพบการปนเปื้อน เช่นเดียวกับกรณีใน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ หรือไม่

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำนักงานพัฒนาที่ดินจะดำเนินการต่อไป คือการปรับปรุงดินและปรับค่า pH โดยมี 2 หน่วยงานเข้ามาช่วยสนับสนุน ได้แก่ ภาคเอกชนที่วิจัยเรื่องข้าวที่ไม่สะสมสารหนู และหน่วยงานด้านเคมีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ศึกษาวิธีลดการดูดซับสารพิษของพืช

ด้าน นายวิทยา มะสะ นักวิชาการประมงชำนาญการ จังหวัดเชียงราย สะท้อนปัญหาว่า ปัจจุบันปลาในแม่น้ำสายหายากขึ้น เนื่องจากตะกอนทำให้น้ำขุ่น นอกจากนี้ ยังมีการตรวจพบสารหนูในตัวอย่างปลา 19 ตัวอย่าง ปรอท 14 ตัวอย่าง และตะกั่ว 14 ตัวอย่าง สะท้อนให้เห็นถึงข้อกังวลเรื่องการสะสมสารพิษในตัวปลาในลุ่มน้ำสาย

รศ.ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สะท้อนว่า ปัญหาสารพิษและตะกอนในแม่น้ำสายไม่ได้ส่งผลเพียงการสะสมสารพิษในตัวปลาเท่านั้น แต่ตะกอนดินและความขุ่นของน้ำยังทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของปลา รวมถึงส่งผลกระทบต่อการขยายพันธุ์ ในอนาคตปลาและสิ่งมีชีวิตในน้ำอาจมีจำนวนลดลงหรือสูญหายไปจากพื้นที่

คำถามสำคัญ: แหล่งน้ำประปาสะอาดเพียงพอหรือไม่?

การประปาส่วนภูมิภาค สาขาแม่สาย กล่าวถึงแผนระยะสั้นในการใช้กระบวนการทางเคมีเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำให้สะอาด อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าหลังผ่านกระบวนการผลิตน้ำประปา ยังตรวจพบสารหนู 0.0068 มิลลิกรัมต่อลิตร และแบเรียม 0.017 มิลลิกรัมต่อลิตร

สำหรับอนาคต การประปาส่วนภูมิภาคยอมรับว่าได้วางแผนระยะกลางเพื่อเชื่อมโยงระบบประปาห้วยไคร้–แม่จัน–เชียงราย โดยจัดหาแหล่งน้ำใหม่ด้วยงบประมาณ 900 ล้านบาท

ส่วนแผนระยะยาว คือโครงการอ่างเก็บน้ำแม่คำ อ.แม่ฟ้าหลวง ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจและออกแบบ เพื่อช่วยลดการพึ่งพาแม่น้ำสายที่มีแนวโน้มการปนเปื้อนสารพิษเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การเฝ้าระวังสุขภาพประชาชน

นายณรงค์ ลือชา รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย เปิดเผยแผนเฝ้าระวังสุขภาพระยะเวลา 5 ปี ครอบคลุมพื้นที่ 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะ 7 อำเภอที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากสารพิษในน้ำ รวมถึงการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน พืชและผลไม้ ตลอดจนสัตว์น้ำ

ผลตรวจปัสสาวะในปี 2569 จากพื้นที่ 7 อำเภอ พบประชาชน 31 คนมีระดับสารหนูเกินค่ามาตรฐาน โดยต้องเข้ารับการตรวจร่างกายซ้ำและติดตามผลอีก 6 เดือน ตามแผนเฝ้าระวังระยะเวลา 5 ปี

นอกจากนี้ ยังพบตัวอย่างผักที่มีแคดเมียมเกินมาตรฐาน 3 ตัวอย่าง เป็นพริกจาก อ.เวียงชัย และ อ.เมืองเชียงราย

ส่วนการตรวจน้ำประปาหมู่บ้าน พบว่ามี 1 แห่งใน ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย ที่มีค่าปนเปื้อนเกินมาตรฐาน

ทางออกในการแก้ปัญหาคืออะไร?

อ. อริสรา เหล็กคำ จากสำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เสนอให้ยกระดับปัญหาเป็นภัยฉุกเฉิน พร้อมแก้ไขปัญหาการนำเข้าแร่ โดยตรวจสอบตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การนำเข้าไปจนถึงการส่งออกแร่ รวมถึงตรวจสอบเหมืองที่ก่อมลพิษ

สอดคล้องกับข้อเสนอของ ดร.สืบสกุล กิจนุกร ที่เห็นว่าการแก้ไขปัญหาการนำเข้าและส่งออกแร่ภายในประเทศสามารถดำเนินการได้ทันที ส่วนการแก้ปัญหาระหว่างไทยกับเมียนมา เริ่มเห็นความพยายามในการเก็บตัวอย่างน้ำในเมียนมาเพื่อนำมาตรวจสอบ เนื่องจากประชาชนฝั่งเมียนมาได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน

นางมลธิชา ไชยบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดเชียงราย เขต 6 ระบุว่า ได้นำเสนอปัญหาผ่านรัฐสภา เพื่อผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ และให้คณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการทันทีคือการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลมาใช้ทดแทนแหล่งน้ำในปัจจุบัน

ด้าน น.ส.มณีรัฐ เขมะวงค์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ใช้กลไกรัฐสภาในการแก้ปัญหา แต่ยังไม่เห็นความชัดเจนในการดำเนินงานของรัฐบาล

สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนคือการปกป้องสุขภาพประชาชน จากนั้นต้องพัฒนาระบบเฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพน้ำแบบอัตโนมัติ พร้อมแก้ไขกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการนำเข้าแร่ ส่วนแนวทางระยะยาวคือการผลักดันให้ยุติกิจกรรมเหมืองแร่ที่ก่อมลพิษ โดยการทำเหมืองต้องยึดหลักธรรมาภิบาล และยกระดับปัญหาให้เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างประเทศ

แม่น้ำสายปนเปื้อนสารพิษข้ามพรมแดน

เวทีเสวนาเรื่องแม่น้ำสายปนเปื้อนสารพิษข้ามพรมแดน จัดขึ้นโดยเครือข่ายปกป้องแม่น้ำ กก สาย รวก โขง โดยมี นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และเทศบาลตำบลเวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ร่วมจัดงาน เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา

สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้ คือการมีหน่วยงานกลางของรัฐบาลที่สามารถประสานงานและผลักดันให้ปัญหาสารพิษในแม่น้ำสายได้รับการยกระดับไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ

หากเหมืองต้นน้ำสายทั้ง 13 แห่งยังคงดำเนินกิจกรรมต่อเนื่อง ขณะที่ปัญหาการปนเปื้อนยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง สารพิษในแม่น้ำสายก็อาจมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อไป