นายกฯ เรียกประชุมผู้ว่าฯ ภาคใต้ตอนล่าง เตรียมรับมือฝนระลอกใหม่

ภัยพิบัติ
10:13
จำนวนผู้ชม 190
Thai PBS
นายกฯ เรียกประชุมผู้ว่าฯ ภาคใต้ตอนล่าง เตรียมรับมือฝนระลอกใหม่

วันนี้ (10 ต.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.​มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์ และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.​กลาโหม นายเจ​เศรษฐ์​ ไทย​เศรษฐ์​ รมช.​มหาดไทย​ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทย และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุม

นายอนุทิน กล่าวก่อนการประชุมว่า แม้จะเป็นวันหยุดราชการ แต่ทุกหน่วยงานยังคงปฏิบัติหน้าที่เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยสถานการณ์น้ำท่วมระลอกแรกในพื้นที่หลักส่วนใหญ่ มีแนวโน้มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เหลือเพียงบางพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ และยังไม่สามารถระบายน้ำได้อย่างเต็มที่ จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเฉพาะ จ.ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า กำชับให้เร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่ พร้อมเตรียมแผนช่วยเหลือประชาชนหลังน้ำลด ทั้งการสนับสนุนให้ประชาชนกลับเข้าสู่เคหะสถาน การบริหารจัดการกับเศษขยะมูลฝอยที่ทับถมมาในช่วงน้ำท่วม​ ตลอดจนทำความสะอาด หรือ​ Big cleaning ถนนหนทางต่าง ๆ พร้อมทั้งติดตามเฝ้าระวังในเรื่องโรคระบาด หรือ​อาการป่วยที่มีผลมาจากน้ำท่วมในระยะเวลาหนึ่ง จึงขอให้มีความพร้อม ทั้งในการดูแลประชาชน การฟื้นฟูพื้นที่ที่น้ำลด การรักษาพยาบาล​ ผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วย

นอกจากนี้ ยังสั่งให้ทุกหน่วยงานเตรียมรับมือฝนระลอกใหม่ และบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ โดยใช้ข้อมูลร่วมกันและประสานการทำงานกันอย่างไม่มีรอยต่อ และต้องมั่นใจว่าประชาชนจะต้องกลับบ้านอย่างปลอดภัย จัดการพวกขยะระบบน้ำ​ ไฟฟ้า​ และเส้นทางสาธารณูปโภค เส้นทางการเดินทาง และได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาด้วยความรวดเร็ว​

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีแนวทางดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาอย่างชัดเจน โดยจะเร่งโอนเงินให้ประชาชนทันทีที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รับรายงานจากจังหวัด จึงขอให้จังหวัดเร่งสำรวจผู้ประสบภัย ที่เข้าเกณฑ์รับเงินช่วยเหลือและส่งรายชื่อให้ ปภ. โดยเร็ว เพื่อให้การจ่ายเงินเป็นไปอย่างรวดเร็ว

สำหรับสถานการณ์ฝนระลอกใหม่ นายกรัฐมนตรี ขอให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ 14 จังหวัด รวมถึงจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งต้องเตรียมความพร้อม ทั้งเรื่องการประสานการปฏิบัติงานกับทุกหน่วยงานให้ครบทุกด้าน

ทั้งนี้ ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายอนุทินและนายเจเศรษฐ์ มีภารกิจที่ จ.ปัตตานี โดยนายกรัฐมนตรี นัดหมายผู้ว่าราชการจังหวัดใกล้เคียงเข้าหารือ เพื่อรับทราบแผนการดำเนินงาน แผนเผชิญเหตุ และความต้องการสนับสนุนจากแต่ละจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง พร้อมขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันปฏิบัติงานและประสานความช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานว่า ปริมาณฝนสูงสุดที่ตรวจวัดได้อยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี 92.5 มิลลิเมตร ส่วนกรุงเทพมหานคร วัดได้ 44 มิลลิเมตร ที่เขตบางบอน โดยคาดการณ์ว่าวันนี้จะมีฝนตกทั่วทุกภาคของประเทศ ยกเว้นพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

ส่วนที่ 2 น้ำในแม่น้ำ โดยกรมชลประทานรายงานว่า ลุ่มเจ้าพระยา​มีการระบายน้ำอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงมาจากจุดสูงสุดที่เคยคงไว้ที่ 2,500 ลลูกบาตรเมตรต่อวินาที และแนวโน้มจะลดลง​

ส่วนกรมชลประทาน​ ยังอยู่ในภาวะที่ควบคุมได้ ส่วนพื้นที่หนักเป็นพิเศษที่ลุ่มน้ำบางปะกง​ ระดับน้ำยังคงสูงอยู่และยังคงเร่งผลักดันน้ำ ส่วนน้ำในเขื่อน​ สรุปข้อมูลจากกรมชลประทานและ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนใหญ่ขนาดกลางและขนาดใหญ่ทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำที่เก็บแล้ว 83% ของความจุ​ ยังเก็บได้อีก​ ส่วนเขื่อนที่เฝ้าระวังน้ำเต็มความจุ คือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนหนองปลาไหล​ เขื่อนแก่งกระจาน

นายนิรัตน์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องน้ำทะเลหนุนสูงนั้น กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ​ รายงานในวันนี้ยังคงมีน้ำทะเลหนุนสูง แต่หลังจากวันนี้เป็นต้นไป น้ำทะเลจะขึ้นลงตามปกติ และหนุนสูงอีกครั้งในวันที่ 21-31 ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงของเวลาเร่งระบายน้ำในช่วงปากแม่น้ำ

อ่านข่าว :

คุมเข้มราคาสินค้าช่วง "กินเจ 2569" เตือนฉวยโอกาสขึ้นราคา โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี

"ปกครอง" บุกตรวจสถานบันเทิงย่านข้าวสาร มีผู้ใช้บริการอายุต่ำกว่า 20 ปี 30 คน

แผ่นดินไหวขนาด 7.7 เขย่าปานามา ประชาชนอพยพออกนอกอาคาร