วันนี้ (6 ต.ค.2569) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย และภัยแล้งในพื้นที่ภาคใต้ ครั้งที่ 2/2569 โดยมีนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
โดยนายพิพัฒน์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมอพยพประชาชน หลังน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปี 2568 เกิดปัญหาอพยพไม่ทันการ ว่า การประชุมวันนี้ จะแยกการประชุมออกเป็น 2 รอบ คือ ประชุมพื้นที่กับ 8 จังหวัด คือ พื้นที่ภาค 8 ในส่วนของภาคใต้ตอนบน และพื้นที่ภาค 9 ตั้งแต่ จ.สงขลา ลงไปถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะลงในรายละเอียด ต่อจากที่นายกฯ สั่งการ ซึ่งจากนี้มรสุมจะลงไปทางภาคใต้ ช่วงกลางเดือน ต.ค.ตามฤดูกาล
จากประสบการณ์น้ำท่วมปีที่แล้ว (2568) ที่ จ.สงขลา ประสบปัญหาหนักที่สุด จะเป็นบทเรียนให้เตรียมพร้อม ในการประสานงาน โดยจะสั่งการไปยัง 14 จังหวัด กำชับให้มีการติดตามการพยากรณ์ และปริมาณฝน ว่า จะตกที่จังหวัดไหน และมีปริมาณเท่าไหร่ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เก็บสถิติปริมาณฝนทุกวัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อจะได้ทราบ ว่า ในแต่ละอำเภอแต่ละจังหวัด มีปริมาณน้ำมากเท่าไหร่ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ มาวิเคราะห์กับ ปภ.ว่าจะต้องเตรียมการอย่างไร
ทั้งการเตรียมเรือท้องแบน เครื่องสูบน้ำสูบ และหากฝนตกติดต่อกัน 1-2 วัน ต้องเตรียมพร้อมอพยพทันที โดยเฉพาะนำผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง ศูนย์พักพิง ตรงนี้ต้องเตรียมให้พร้อม แต่ละท้องถิ่นต้องประสานเตรียม สถานที่ไว้สำหรับการอพยพ โดยต้องเตรียมทั้งอาหาร ยารักษาโรค และอุปกรณ์ยังชีพให้พร้อม
เรื่องภัยธรรมชาติ ไม่เชื่อว่าใครจะสู้กับภัยธรรมชาติได้ แต่เมื่อเกิดขึ้นและมีการพยากรณ์ล่วงหน้า ต้องมีการเตรียมพร้อมไว้ให้ได้มากที่สุด ทุกหน่วยงานและผู้บริหารท้องถิ่นทุกแห่ง ต้องประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเตรียมรับภัยฉุกเฉิน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่กำชับเรื่องเตรียมความพร้อม จะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ และสบายใจว่าการจัดการจะไม่ซ้ำรอยหนักหนากับปี 2568 ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า คำว่าหนักหนา ต้องบอกว่า ภัยธรรมชาติไม่สามารถคาดการณ์ได้ เช่น ใน กทม.ฝนตก 2 วันปริมาณ 300 มม. น้ำท่วมแล้ว ทุกคนคาดหวัง ว่า กรุงเทพเป็นเมืองหลวง ควรจะมีความพร้อมกว่าต่างจังหวัด แต่ก็ยังรับไม่ทันเพราะมีพื้นที่กว้าง หากเปรียบกับพื้นที่หาดใหญ่ที่เป็น 1 อำเภอ ต้องมี 50 อำเภอ ถึงจะเท่ากับกรุงเทพ ขอย้ำว่า เราเตรียมความพร้อมดีกว่า เพราะไม่กล้าพูดว่า จะป้องกันได้ 100% ไม่กล้าพูดว่าเราสามารถรับได้เต็ม 100% แต่ต้องพยายามป้องกันให้มากที่สุดเท่าที่ที่จะทำได้
ขณะเดียวกันยังมีแนวคิดตั้งบ้านพี่เลี้ยง ในแต่ละท้องถิ่น โดยบ้านที่สมบูรณ์และแข็งแรง จะเป็นพี่เลี้ยงให้บ้านโดยรอบ 5-10 หลัง มีเครื่องอุปโภค บริโภค เพื่อสามารถแจกจ่ายกันได้ เพราะบางทีหน่วยงานของรัฐอาจจะยังเข้าไม่ถึงทุกหลัง จะได้สามารถดูแลกันได้ในช่วงเวลาหนึ่ง
อ่านข่าว
เริ่ม 6 โมงเย็นวันนี้ เปิดทดลองมอเตอร์เวย์ M6 ช่วงบางปะอิน–หินกอง
น้ำมันแพง อาหารสำเร็จรูปขึ้นราคา ดันเงินเฟ้อพุ่ง สนค.หั่นเป้าใหม่เป็นเหลือ1.8-2.2%
ครม.ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ 3 จังหวัดชายแดนใต้ อีก 3 เดือน ถึง 19 ม.ค.70
