วันนี้ (6 ต.ค.2569) นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย บุตรสาว ถูกตรวจสอบกรณีอาชีพสามีและทรัพย์สิน ซึ่งถูกเชื่อมโยงกับสแกมเมอร์ ว่า ต้องรับฟังทุกความคิดเห็น และมีหน้าที่ชี้แจงข้อเท็จจริงให้สังคมรับทราบ โดยไม่รู้สึกกังวลกับเรื่องดังกล่าว
นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับลูกเขย เนื่องจากตนพูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง โดยส่วนใหญ่จะคุยผ่านบุตรสาว แต่มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และมีหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบตรวจสอบอยู่แล้ว มีขั้นตอน กระบวนการยุติธรรม และกฎหมาย จึงควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุออกมาดีที่สุด และเป็นข้อเท็จจริงที่ถูกต้องที่สุด
ส่วนการชี้แจง นายสัมฤทธิ์ ระบุว่า ควรให้บุตรสาวเป็นผู้ชี้แจง เพราะเจ้าตัวรู้ดีที่สุด และเขาก็มั่นใจทุกครั้งว่าไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย ซึ่งตนก็บอกว่าให้เอาหลักฐานมาชี้แจง เขาก็พร้อมที่จะชี้แจง ทุกเรื่องอยู่แล้ว
ส่วนกระแสข่าวการถูกเตะตัดขาภายในพรรคเพื่อสกัดไม่ให้นั่งรัฐมนตรีนั้น นายสัมฤทธิ์ ระบุว่า เพิ่งเห็นข่าวเช่นกัน และไม่คิดว่าจะเป็นข้อเท็จจริง แต่ขออนุญาตไม่ให้ข้อมูลใดใด เพราะอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่
ส่วนจะทำเรื่องชี้แจงกับพรรคหรือพรรคได้สอบถามในประเด็นนี้หรือไม่ นายสัมฤทธิ์ ระบุว่า ไม่ได้มีสอบถามอะไร คงต้องให้ลูกสาวเป็นคู่ชี้แจงต่อสังคม ในประเด็นที่ถูกกล่าวหามา ส่วนจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือไม่ตนไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะเขาเป็นบุคคลสาธารณะต้องรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ และมีหน้าที่ ที่ต้องชี้แจง
นายสัมฤทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีมีความกังวลว่า การเป็น สส.ฝ่ายรัฐบาลอาจทำให้ได้รับการช่วยเหลือว่า หากใครกระทำผิดกฎหมายและมีหลักฐานชัดเจน ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ก็ไม่สามารถปฏิเสธความผิดได้
ส่วนกรณีบุตรสาวถูกพูดถึงและวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า ตนต้องย้ำคำเดิมเลยว่าตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเป็น สส. ต้องเตรียมความพร้อมที่จะรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เพราะฉะนั้น คงพูดได้คำเดียวว่า "ลูกสาวต้องหนักแน่น" และเคลียร์ตัวเองกับสังคม
สำหรับการตรวจสอบประวัติของลูกเขยก่อนแต่งงาน นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ก้าวก่ายเรื่องดังกล่าว
ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้สอบถามถึงเรื่องนี้หรือไม่ นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า มีให้กำลังใจลูกสาวมาตลอด ก็ขอบคุณมาก พร้อมเชื่อมั่นว่าลูกสาวจะสามารถชี้แจงได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว
อ่านข่าว
"ไอเดียร์" เตรียมแจงปมถูกพาดพิง ไม่ตอบให้ข้อมูล กมธ.หรือไม่
ครม.ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ 3 จังหวัดชายแดนใต้ อีก 3 เดือน ถึง 19 ม.ค.70
