วันนี้ (2 ต.ค.2569) ชาวบ้านในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีความกังวล หลังจังหวัดแจ้งเตือนเรื่องคุณภาพน้ำในแม่น้ำสาย และขอให้ประชาชนงดนำน้ำจากแม่น้ำสายมาใช้อุปโภคบริโภค หลังผลการตรวจวิเคราะห์พบการปนเปื้อนของโลหะหนัก ทั้งสารหนูและตะกั่วในระดับสูงกว่าค่ามาตรฐาน
เอกสารประกาศยกระดับเฝ้าระวังคุณภาพน้ำแม่น้ำสาย เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2569 โดยท้ายเอกสารมีลายมือชื่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ลงวันที่ 25 ก.ย. เนื้อหาระบุว่า ผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำแม่น้ำสายในช่วงที่ผ่านมา พบสารหนูเกินมาตรฐานถึง 28 เท่า และสารตะกั่วเกินมาตรฐานถึง 5 เท่า จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชน
แนวทางปฏิบัติที่จังหวัดกำหนด มีทั้งการห้ามใช้น้ำจากแม่น้ำสายเพื่อการอุปโภคบริโภค และกำชับหน่วยงานทุกแห่งที่ใช้น้ำสายเพื่อผลิตน้ำประปา ให้เพิ่มความเข้มงวดในกระบวนการและขั้นตอนด้านความปลอดภัยก่อนจ่ายน้ำให้ประชาชน
นอกจากนี้ ยังให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการนำสัตว์น้ำจากแม่น้ำสายมาบริโภค พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตาม และตรวจสอบการปนเปื้อนของโลหะหนักในสิ่งแวดล้อม รวมถึงติดตามสุขภาพของประชาชนกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดมาตรการที่เหมาะสมต่อไป
เชียงรายเตือนงดใช้ "แม่น้ำสาย" พบสารหนูสูง 28 เท่า ตะกั่วเกิน 5 เท่า
น้ำสายขุ่น ตื้น ชาวบ้านกังวล
จากการสำรวจบริเวณแม่น้ำสายที่ไหลผ่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 อ.แม่สาย พบว่าสภาพลำน้ำค่อนข้างตื้นเขิน และน้ำมีสีขุ่นเข้ม ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายบอกว่า ช่วงนี้น้ำในแม่น้ำสายมีลักษณะขุ่นและตื้น จึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนในระดับสูง และสร้างความกังวลให้กับคนในพื้นที่ โดยขณะนี้ไม่มีใครกล้าสัมผัสหรือนำน้ำจากแม่น้ำสายมาใช้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ชาวบ้านยังหลีกเลี่ยงได้ยากคือน้ำสำหรับการเกษตร เนื่องจากยังมีความจำเป็นต้องใช้น้ำจากแม่น้ำสาย จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง และเร่งค้นหาสาเหตุของสารพิษที่ปนเปื้อน เพราะหากปล่อยให้เกิดขึ้นในระยะยาว อาจส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ นงนุช สิงห์แก้ว ชาวชุมชนสายลมจอย อ.แม่สาย จ.เชียงราย สะท้อนความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว
ขณะที่ นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย ระบุว่า อำเภอมีการเตรียมแผนรองรับเรื่องน้ำ สำหรับการอุปโภคบริโภคให้เพียงพอ โดยการประปายังสามารถนำน้ำมาผลิตน้ำประปาได้ และไม่กระทบต่อชุมชน ที่ผ่านมาอำเภอแม่สายไม่ได้ใช้น้ำจากแม่น้ำสาย เพื่อประโยชน์ในชีวิตประจำวันมากนัก เนื่องจากพื้นที่ที่ติดกับลำน้ำส่วนใหญ่เป็นย่านธุรกิจและการค้า ซึ่งใช้น้ำประปาเป็นหลัก
ส่วนเรื่องน้ำสำหรับการเกษตร ซึ่งเป็นประเด็นที่ชาวบ้านยังมีความจำเป็นต้องใช้น้ำจากแม่น้ำสาย อำเภออยู่ระหว่างหาแนวทางผันน้ำจากแหล่งอื่น ที่ไม่มีสารปนเปื้อนเข้ามาในพื้นที่ เพื่อเป็นทางเลือกในการใช้น้ำสำหรับภาคเกษตร
เชียงรายเตือนงดใช้ "แม่น้ำสาย" พบสารหนูสูง 28 เท่า ตะกั่วเกิน 5 เท่า
นอกจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว หน่วยงานรัฐยังเตรียมพัฒนาระบบเฝ้าระวังคุณภาพน้ำให้สามารถติดตามสถานการณ์ได้ต่อเนื่อง ล่าสุด สำนักทรัพยากรน้ำที่ 1 เสนอแผนบูรณาการในปี 2570–2571 เพื่อติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า โดยจะติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำ 3 สถานี บริเวณแม่น้ำกก แม่น้ำโขง และลำน้ำสาย
ระบบดังกล่าวจะใช้เครื่องมือตรวจวัดอัตโนมัติที่ทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง และพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยไปยังประชาชน โดยใช้สัญญาณไฟ 3 ระดับ ได้แก่ สีเขียว สีเหลือง และสีแดง เพื่อแสดงระดับความรุนแรงของมลพิษ
ขณะเดียวกัน สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 มีแผนเร่งติดตั้งจุดตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติ ที่สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยครอบคลุมพื้นที่วิกฤต ได้แก่ แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และจุดบรรจบแม่น้ำโขง
อ่านข่าว :
"สส.ไอเดียร์" แจ้งความเอาผิด "รังสิมันต์ โรม" ข้อหาหมิ่นประมาท
5-8 ต.ค.น้ำเหนือกำลังมา ดร.เสรี ชี้กรุงเทพฯแทบไม่เสี่ยง แต่จังหวัดริมน้ำเจ้าพระยามีท่วม
น้ำท่วม กทม. "ท่อซิ่ง" ช่วยอย่างไร ทำไมต้องเร่งติดตั้งก่อนฝนระลอกใหม่
