วันนี้ (2 ต.ค.2569) เวลา 08.00 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฏ์ เสียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วม
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมติดตามความคืบหน้าของการปฏิบัติงานร่วมกัน และกำหนดแนวทางการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ขณะนี้สถานการณ์โดยรวมมีการปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการประชุมเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ตนได้ทราบว่า ทุกหน่วยงานได้รับทราบภาพรวมสถานการณ์และเร่งดำเนินการตามภารกิจในที่วิกฤตด้วยความเร่งด่วน มีการบูรณาการสนับสนุนและความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยในวงกว้างและทั่วถึง รวมทั้งมีการจัดตั้งทีมปฏิบัติการเข้าถึงในทุกพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือในทุกมิติ
"นายกฯ" กำชับให้ใช้ข้อมูลชุดเดียว-ป้องกันสับสน
สิ่งที่อยากเน้นย้ำคือ ต้องใช้ชุดข้อมูลเพียงหนึ่งชุดเท่านั้น อย่าให้มีข้อมูลหลายชุด เพื่อให้ประชาชนไม่เกิดความสับสน จะได้ประเมินสถานการณ์บนพื้นฐานข้อมูลเดียวกัน เป็นเอกภาพ ลดความสับสน ลดความกังวล ลดความคลาดเคลื่อน
"นายกฯ" สั่งจับตาเสี่ยงพายุฝน 4-5 ต.ค. กำชับให้ใช้ข้อมูลชุดเดียว-ป้องกันประชาชนสับสน
ขณะเดียวกันขอให้ทุกหน่วยรวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ที่ร่วมประชุมทางออนไลน์ด้วยว่า จากการประเมินของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงวันที่ 4-5 ต.ค.จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดพายุฝนเป็นจำนวนมากครอบคลุมหลายพื้นที่ของประเทศ
ดังนั้นการจัดเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ อาหารของยังชีพชีพต่าง ๆ รวมไปถึงแผนการจัดตั้งศูนย์พักพิงการเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ สำหรับพี่น้องประชาชน การจัดตั้งแผนเผชิญเหตุขอให้มีความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า วาระสำคัญของการประชุมในวันนี้ จะติดตามผลการดำเนินงานตามข้อสั่งการ รับทราบสถานการณ์ล่าสุดจากพื้นที่ร่วมกัน ประเมิน ปรับแผนงาน และบูรณาการในการดำเนินงาน ยกระดับประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้ครอบคลุมและเกิดผลสำเร็จสูงสุด
ดังนั้นการสรุปการประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ ขอให้อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการประชุม และรับฟังข้อสรุปของหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ลงไปบริหารจัดการพื้นที่ ตลอดจนขอรับฟังความเห็นการร้องขอการสนับสนุนปัญหาและอุปสรรค และสิ่งที่ควรจะเป็นข้อมูลที่พวกเราทุกคนจะสามารถนำมาประกอบในการตัดสินใจ
สถานการณ์ต่าง ๆ ที่คลี่คลายลงไป เพราะทุกคนมีความร่วมแรงร่วมใจกันดำเนินการแก้ไขบริหารสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการเตรียมพร้อมเพราะสภาพฝนฟ้าอากาศที่จะเกิดขึ้นในช่วงจากนี้เป็นต้นไป ยังไม่อยู่ในสภาวะที่ไว้วางใจได้ ดังนั้นการทำงานในครั้งนี้ ขอให้มีการจัดเตรียมความพร้อมด้วยความต่อเนื่องในกรณีที่หากมีเหตุการณ์ที่จะต้องรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดอื่น ๆ หรือพื้นที่ใดก็ตามในประเทศ จะได้บูรณาการกัน ร่วมแรงกันไปแก้ไขปัญหาให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยเร็ว
"นายกฯ" สั่งเร่งสำรวจ-ประเมินความเสียหาย หลังน้ำลด
นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังสั่งการในช่วงท้ายของการประชุมว่า ขอเน้นให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติ และปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ สำหรับสถานีสูบน้ำในพื้นที่ขอให้เร่งสูบน้ำพร้อมทั้งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อระบายน้ำออกไปในแนวขวาง แนวดิ่ง และแนวคลองที่มีระบบอุโมงค์ระบายน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ ให้กำหนดจุดติดตั้งและติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิดเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างพื้นที่ในการสูบระบายน้ำ พร้อมทั้งให้จัดทำระบบป้องกันน้ำล้นจากสองฝั่งคลองเพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบและความเดือดร้อนของชุมชนต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ขอให้เร่งสำรวจและประเมินความเสียหายให้ครอบคลุมในทุกด้าน เพื่อช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน โดยต้องจัดทำบัญชีความเสียหายออกเป็น 2 ส่วน คือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ต.ค.2569 ซึ่งต้องใช้การเยียวยาตามกฎระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่มีอยู่ และความเสียหายตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 เป็นต้นไป ซึ่งรัฐบาลได้จัดทำประกันภัยพิบัติให้กับประชาชนจำนวน 30 ล้านครัวเรือน โดยเกณฑ์และมาตรฐานในการให้ความช่วยเหลือจะอ้างอิงมาจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นส่วนใหญ่
กำชับสร้างความเข้าใจ-ให้ความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย
ขอให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแล อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ทำความเข้าใจกับกฎเกณฑ์ดังกล่าว และชี้แจงให้ผู้ที่มีหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหายมีความเข้าใจที่ถูกต้อง เนื่องจากการประเมินความเสียหายจะมีผู้ประเมินจากบริษัทประกันภัยเข้าร่วมด้วย ทุกฝ่ายจึงต้องทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ในกรมธรรม์เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับเงินประกันอย่างเป็นธรรม บนพื้นฐานของความยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย
และให้นายเอกนิติ สั่งการไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ให้เป็นคนกลางในการสร้างความเป็นธรรมแก่ทั้งผู้รับประกันและผู้เอาประกัน รวมถึงเร่งประสานงานดูแลเรื่องทรัพย์สิน ยานพาหนะ รถเข็น และรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมซึ่งมีความคุ้มครองจากประกันภัย คล้ายกับกรณีที่เคยดำเนินการในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
อ่านข่าว :
ปภ.แจ้งเตือน กทม.-10 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา เฝ้าระวังน้ำเพิ่ม 0.40–0.70 ม.
"ดร.เสรี" เตือนพื้นที่เสี่ยง หลังเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ 2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที
กทม.ใช้ "ท่อซิ่ง" เร่งช่วยเคหะร่มเกล้า-ลาดกระบัง ดึงน้ำลงคลองประเวศฯ กู้พื้นที่ด้านตะวันออก
ปภ.รายงานน้ำท่วม 31 จังหวัด เร่งระบายน้ำ–พร้อมฟื้นฟูพื้นที่คลี่คลาย
สทนช.อัปเดตสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ 2 ต.ค. อ่างเก็บน้ำภาคตะวันตก ความจุแตะ 95%
