วันนี้ (25 ก.ย.2569) ศาลปกครองกลาง นัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 ก.ค.2569 ซึ่งวินิจฉัยว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช.
โดยศาลดูที่ประเด็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็น ประธาน กสทช. ผู้ถูกฟ้อง ยังมีอำนาจวินิจฉัย จึงไม่อาจรับฟังได้ และกรณีคำฟ้องอ้างว่า ในวันที่คณะกรรมการสรรหาประชุมลงมติที่สภาไม่ครบองค์ประชุม ศาลเห็นว่าในคณะกรรมการสรรหามีทั้งหมด 7 ท่าน วันนั้นมีผู้มาประชุม 4 ท่าน จึงถือว่าเกินกึ่งหนึ่ง สามารถดำเนินการประชุมได้
และการวินิจฉัย ม.8 (2) พ.ร.บ.กสทช. การขาดคุณสมบัติในการทำหน้าที่ ประธาน กสทช. จากการถูกร้องเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของรัฐ รับรายได้ ค่าตอบแทน หรือประโยชน์อื่นใดจากโรงพยาบาลหรือหน่วยงานของรัฐอยู่ในขณะรับหน้าที่เป็นประธาน กสทช.
ศาลเห็นว่า แม้จะไม่มีสัญญาว่าจ้างเป็นหลักฐานระหว่าง นพ.สรณ กับโรงพยาบาลรามาธิบดี แต่พบการรับเงินเป็นรายชั่วโมง จากการประกอบวิชาชีพอยู่เช่นเดิม และมีข้อเท็จจริงในการทำสัญญาใช้เครื่องมือตรวจทางการแพทย์ของโรงพยาบาล และพบการแบ่งเงินค่ารักษาจากโรงพยาบาล โดยการปฏิบัติหน้าที่ของ นพ.สรณ ผู้ฟ้อง มีการใช้ทรัพยากรของโรงพยาบาลรามาธิบดี และได้รับค่าธรรมเนียมแพทย์และอื่นใดปรากฏขึ้น แม้จะไม่ได้เรียกว่าเงินเดือน แต่ถือเป็นประโยชน์เกี่ยวเนื่องกับการเรียกเก็บของโรงพยาบาล ที่สามารถเบิกจ่ายตรงกับกรมบัญชีกลางได้
หรือกรณีการพบว่า มีการลาออกจากโรงพยาบาล ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงในทางนิตินัย ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเคลือบแคลงในการเป็น ประธาน กสทช. ได้ ทั้งนี้ในคำวินิจฉัยของ กรรมการสรรหา กสทช. จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลจึงมีคำสั่งยกฟ้อง
อ่านข่าว :
นักวิชาการวิเคราะห์ “ผลกระทบ – ทางออก” ในภาวะ “กสทช.” ชะงักงัน
