วันนี้ (24 ก.ย.2569) หลายจังหวัดในภาคตะวันออก เผชิญฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้มีน้ำสะสมและน้ำเอ่อเข้าท่วมชุมชน โดยเฉพาะ จ.ระยอง จ.สระแก้ว และ จ.ปราจีนบุรี ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือประชาชน ขนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัย
ที่ จ.ระยอง ฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนในซอยอ่างน้ำพัฒนา ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและทรัพย์สินขึ้นที่สูง รวมถึงสัตว์เลี้ยง เพื่อป้องกันความเสียหาย
หนึ่งในภารกิจที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยปลวกแดงต้องเร่งเข้าไปช่วย คือหมู 7 ตัวที่กำลังลอยคอหนีน้ำ เจ้าหน้าที่ต้องลุยน้ำเข้าไป ก่อนช่วยกันอุ้มและจูงหมูออกจากพื้นที่ แต่เนื่องจากแต่ละตัวมีขนาดค่อนข้างใหญ่ การช่วยเหลือจึงเป็นไปอย่างทุลักทุเล
หมูบางตัวให้ความร่วมมือและเดินตามเจ้าหน้าที่ออกมาได้ แต่บางตัวเกิดความตกใจและไม่ยอมเดิน เจ้าหน้าที่จึงต้องช่วยกันจูงออกมาทีละตัว ฝ่าน้ำออกจากพื้นที่จนสามารถเคลื่อนย้ายหมูทั้ง 7 ตัวไปไว้ในพื้นที่ปลอดภัยได้
เจ้าของบ้าน บอกว่า น้ำมาเร็วมากจนหมูทั้ง 7 ตัวเกือบจมน้ำ หากเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือไม่ทัน อาจเกิดอันตรายขึ้นได้ ขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งหม้อหุงข้าว ตู้เย็น เครื่องซักผ้า รวมถึงทรัพย์สินอีกหลายรายการ ได้รับความเสียหายจากน้ำ
สระแก้วรับน้ำเพิ่ม เร่งย้ายคน–พระสงฆ์
สถานการณ์ฝนหนักจาก จ.ระยอง ยังส่งผลต่อเนื่องไปถึง จ.สระแก้ว ซึ่งนอกจากต้องรับน้ำสะสมจากพื้นที่ต้นน้ำแล้ว ยังต้องรับมือกับการเพิ่มการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองพระสะทึง หลังปริมาณน้ำในอ่างเกินความจุ
โครงการชลประทานจังหวัดสระแก้ว จึงเพิ่มการระบายน้ำสูงสุดถึง 5,000,000 ลบ.ม./วัน ขณะที่พื้นที่ อ.อรัญประเทศ ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำในคลองพรหมโหด หลังมีการแจ้งเตือนปริมาณฝนและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
ส่วนที่ชุมชนบ้านลัดกะสัง ในเขตเทศบาลเมืองสระแก้ว ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นบริเวณสำนักปฏิบัติธรรมวัดสระแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่พูดคุยกับเจ้าอาวาส สำนักปฏิบัติธรรม และผู้นำชุมชน เพื่อเร่งย้ายพระสงฆ์ 3 รูปที่จำวัดอยู่ภายในสำนักปฏิบัติธรรม ไปจำวัดที่วัดสระแก้ว ในเขต อ.เมืองสระแก้ว ขณะที่ชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ใกล้สำนักปฏิบัติธรรมจำนวน 3 หลังคาเรือน ทยอยออกจากพื้นที่ไปอยู่ในจุดปลอดภัยแล้ว
ปราจีนฯ ห่วงถมดิน กระทบพื้นที่รับน้ำ
ที่ จ.ปราจีนบุรี นอกจากต้องรับมือกับน้ำที่สะสมจากฝนตกหนัก จนเกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่ ยังมีข้อสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของพื้นที่ โดยเฉพาะการถมดินในบริเวณที่เคยเป็นทุ่งรับน้ำ
บริเวณด้านหลังโรงเรียนกบินทร์จริยาคม อ.กบินทร์บุรี ในอดีตเคยเป็นพื้นที่ทุ่งนาหลายร้อยไร่ ทำหน้าที่รับน้ำจากจุดบรรจบของแควหนุมานและแควพระปรง แต่ปัจจุบันพื้นที่บางส่วนถูกถมดินและปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรม
ชาวชุมชนตลาดเก่า 100 ปี ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อพื้นที่รับน้ำลดลง ประกอบกับระดับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีเพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้น้ำเอ่อเข้าสู่ชุมชนได้ง่ายขึ้น และเมื่อเข้าท่วมแล้วต้องใช้เวลานานกว่าจะระบายออก
สอดคล้องกับนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งระบุว่า การก่อสร้างและการถมดินในหลายพื้นที่อาจกระทบทางน้ำเดิม หากไม่มีระบบท่อลอด ท่อระบายน้ำหรือพื้นที่พักน้ำที่เพียงพอ อาจทำให้น้ำระบายไม่ทันและเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักและปริมาณน้ำในลำน้ำเพิ่มสูงขึ้น
อ่านข่าว :
ทร.สหรัฐฯ เผย 8 กำลังพลกองเรือลินคอล์น พยายามฆ่าตัวตายหนีภารกิจยืดเยื้อ
เปิดสุนทรพจน์ "สี จิ้นผิง" ลั่นสหรัฐฯ-จีนต้องเป็นหุ้นส่วนไม่ใช่คู่แข่ง
