ไม่เกินเดือน พ.ย.2569 คาดว่า “กล้าธรรม” ภายใต้การนำของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ก็จะหอบ 58 สส.เปลี่ยนสถานะจาก “ฝ่ายคอย” มาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้เสถียรภาพของ “รัฐบาลอนุทิน” แน่นปึ้ก ยากจะสั่นคลอน และยังสามารถสกัดการรวมขั้วระหว่าง “เพื่อไทย-กล้าธรรม” ในอนาคต อีกทั้ง “ตัดต้นทาง” ท่อน้ำเลี้ยงที่จะถูกส่งไปให้กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วย
สัญญาณขยับของพรรคกล้าธรรม ไม่ใช่แค่การสวนโหวตมติ วิปฝ่ายค้าน ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบ ประมาณ 2570 ในวาระ 3 ทำให้ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เสนอปรับ “กล้าธรรม” พ้นวิปฝ่ายค้าน และดึงพรรคท้องถิ่น “ไทรวมพลัง” ให้เข้าร่วมในสมัยประชุมนี้ โดยวิปฝ่ายค้านชุดใหม่จะมาจาก 5 พรรคการเมือง คือ ประชาชน, ประชาธิปัตย์, ไทยภักดี, เสรีรวมไทย และไทรวมพลัง
“ในฐานะที่พรรคกล้าธรรมมี สส. ถึง 58 คน ก็จะยังคงประสานงานเพื่อคุ้มครองสิทธิอันชอบธรรมของ สส. ในการทำงานสภา เช่น การจัดสรรเวลาอภิปรายวาระทั่วไป และโควตาการปรึกษาหารือปัญหาในพื้นที่ ผ่านกลไกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน” พริษฐ์ ระบุ
“กล้าธรรม” สลัดขั้วฝ่ายคอย ขึ้นเกี้ยวรอเทียบเชิญร่วม “รัฐบาลสีน้ำเงิน”
ขณะที่ อรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา โฆษกพรรคกล้าธรรม ชี้แจงว่า สส.พรรคกล้าธรรม เข้าประชุมวิปและร่วมงานกับฝ่ายค้านมาโดยตลอด แม้เห็นต่างกันบางเรื่อง พรรคยังให้ความร่วมมือ แต่จะยึดจุดยืนเมื่อต้องลงมติ และการลงมติแต่ละครั้ง โดยดูเนื้อหากับผลกระทบต่อประเทศและประชาชนเป็นหลัก
“สส.พรรคกล้าธรรม จะทำหน้าที่แทนประชาชน และผลักดันให้รัฐสภาแก้ปัญหาต่อไป ไม่ว่าพรรคจะอยู่ฝ่ายใด”
ส่วนกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ อรรถกร บอกว่า “เป็นเรื่องผู้หลักผู้ใหญ่คุยกัน...”
ปัญหาระหว่างฝ่ายค้านทั้ง 2 พรรคประชาชนและกล้าธรรม เสมือนเกิดความขัดแย้งเนื่องจากเห็นไม่ตรงกัน ในการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน จึงทำให้พริษฐ์ ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ออกมาตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ว่า มีความเหมาะสมหรือไม่ และมีการเตรียมเสนอให้ขับพรรคกล้าธรรมพ้นจากวิปค้าน
“กล้าธรรม” สลัดขั้วฝ่ายคอย ขึ้นเกี้ยวรอเทียบเชิญร่วม “รัฐบาลสีน้ำเงิน”
อย่างไรก็ตาม หากจับสัญญาณระหว่างทางที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่า “กล้าธรรม” และ “ภูมิใจไทย” ไม่เคยปิดประตูตายทางการเมืองต่อกัน และ”กล้าธรรม” ยังอยู่ในสมการตลอด ไม่เคยเป็น “ฝ่ายค้าน” แม้จะอยู่ในฝั่งฝ่ายค้าน เพียงแต่ต้องหลบเลี่ยงในช่วงที่ถูกมรสุมถาโถมเข้าใส่ โดยเฉพาะเมื่อ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม ตกเป็นเป้าถูกพาดพิงมีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน-ฟอกเงินออนไลน์ และดีเอสไอ ได้สรุปสำนวนส่งอัยการฟ้องใน 4 ข้อกล่าวหา เมื่อเดือน ส.ค.2569 ขณะที่ชนนพัฒฐ์ ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอใช้สิทธิสู้ตามกระบวนการยุติธรรม
ยังไม่มีใครรู้ว่า ผู้ใหญ่ ที่ว่านั้นคุยกันแล้วหรือไม่ แต่กล้าธรรมก็ยังคงเป็น “ฝ่ายคอย” อยู่ในสมการการเมืองเสมอมา อีกทั้งสส.เจนใหม่ของพรรค “อรรถกร” สส.ฉะเชิงเทรา สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต่างคุ้นเคยในฐานะสส.ด้วยกัน โดยในส่วนของ “ค่ายสีน้ำเงิน” ภูมิใจไทย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวเพียงว่า ต้องถามนายกรัฐมนตรีคนเดียว ตนไม่สามารถที่จะชี้แจงได้
“กล้าธรรม” สลัดขั้วฝ่ายคอย ขึ้นเกี้ยวรอเทียบเชิญร่วม “รัฐบาลสีน้ำเงิน”
เมื่อถามว่าเมื่อมีสัญญาณเช่นนี้ ในทางการเมือง มีแนวโน้มจะมาร่วมหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยังไม่มีข้อสั่งการ หรือดำริจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
ท่ามกลางกระแสข่าวสะพัดการเตรียมขยับเข้าร่วมของพรรคกล้าธรรม “ค่ายแดง” เพื่อไทย ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล 74 เสียง บอกว่า พรรคฯ ยังรับผิดชอบ 5 กระทรวงเดิม ส่วนเสถียรภาพรัฐบาลนั้น “ตอนนี้เราก็อยู่ได้”
มีรายงานระบุว่า ในการเปิดทางให้พรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลนั้น จะไม่กระทบกับโควตาของพรรคเพื่อไทย โดยแกนนำและครูใหญ่บุรีรัมย์ เคยมีการส่งสัญญาณกันมาแล้ว ช่วงตั้งแต่ปี 2568 ในคดีฮั้วเลือกตั้งสว. แต่ทุกอย่างได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่สำหรับรอบใหม่อยู่ที่การตัดสินใจของผู้มากบารมีว่า จะปรับให้พรรคกล้าธรรม เข้าร่วมรัฐบาลก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือช่วงหลังอภิปราย อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายในเดือน พ.ย.จะชัดเจน
สำหรับโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีนั้น พรรคกล้าธรรม มีสส.58 ที่นั่ง จะได้รับโควตาเก้าอี้ รมว.และ รมช.3-4 ตำแหน่ง ทั้งนี้ ปัจจุบันพรรคภูมิใจไทย ยังมีโควตา รมช.อีก 1 ตำแหน่ง ซึ่งเดิมกันไว้ให้ “ตรีนุช เทียนทอง” พรรคพลังประชารัฐ แต่ไม่ได้ เนื่องจากจำนวน สส.ไม่ถึง อีกทั้ง “ตรีนุช” เคยดำรงตำแหน่งรมว.มาก่อน ตำแหน่งนี้จึงว่างลง
ส่วนตำแหน่งรมว.นั้น คาดว่าพรรคภูมิใจไทย “พัฒนา พร้อมพัฒน์” อาจต้องสละเก้าอี้ รมว.สาธารณสุข หรืออาจเป็น “สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นอกจากนี้ อาจได้โควตารมช.อีก 2 ตำแหน่ง ในกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ มีรายงานว่า เหตุผลหลักๆ ที่ต้องนำพรรคกล้าธรรมเข้ามาร่วมรัฐบาล ส่วนหนึ่งเพราะต้องการตัดท่อน้ำเลี้ยง ของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่กำลังขยับ และไม่ต้องการให้กล้าธรรม ยุบพรรคไปรวมกับพรรคเพื่อไทย ถือเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจตามในระยะยาว
ขณะที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา เป็นภาษาอังกฤษ ว่า "If I can make it there, I’ll make it anywhere" มีความหมายว่า “ถ้าผมเอาชนะหรือประสบความสำเร็จที่นั่นได้ ผมก็ทำสำเร็จได้ทุกที่”
น่าจับตาเทียบเชิญ "กล้าธรรม" ก่อนจะขึ้นเกี้ยวนั้นจะจริงหรือไม่ หากเป็นจริง ค่ายของ ร.อ.ธรรมนัส จะคว้าเก้าอี้ใดไปครอง จากส่วนแบ่งที่ค่ายสีน้ำเงินจัดให้
อ่านข่าว :
เกมเดิมพัน “ไทย-กัมพูชา” กลุ่มอำนาจการเมืองชิง “ขุมทรัพย์ใต้ทะเล”
"สีหศักดิ์" เผยไทยเตรียมแสดงบทบาทในเวที UNGA81 ดันประเด็นสันติภาพ-สิทธิมนุษยชน
"หมอแล็บแพนด้า" อธิบาย ทำไม "ฟูโรซีไมด์" จึงห้ามใช้ หลัง "พิ้งค์" ถูกพักแข่ง
