เป็นไปตามคาด นายนฤพนธ์ เย็นประเสริฐ กลุ่มผึ้งหลวง ชนะเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี แบบทิ้งห่าง นายเดชรัต สุขกำเนิด จากพรรคประชาชน ซึ่งเป็นถึงระดับคนวางยุทธศาสตร์ของพรรคมากกว่า 5 หมื่นคะแนน
แม้จะมีการประเมินผลไว้ล่วงหน้า และสอดคล้องกับนิด้าโพล ที่สำรวจความเห็นคน จ.นนทบุรี เมื่อต้นเดือน ก.ย.2569 ซึ่งนายนฤพนธ์ มีเปอร์เซ็นต์ได้รับเลือกทิ้งห่าง นายเดชรัต ถึง 10%
กระทั่งพรรคประชาชน ต้องปรับยุทธศาสตร์เพิ่มความเข้มข้น ด้านหนึ่งระดมแกนนำพรรค ทั้งรุ่นปัจจุบันและในอดีต นำโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, นายชัยธวัช ตุลาธน, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ, น.ส.พรรณิการ์ วานิช ในกิจกรรม "ส้มคอนวอย" (CONVOY) 8 สาย กระจายลงพื้นที่หาเสียงทุกเขตของ จ.นนทบุรี ในช่วงโค้งสุดท้าย กับการรณรงค์ให้ชาวเมืองนนท์ออกมาใช้สิทธิ์กันมาก ๆ เพราะหากเกินกว่า 60% จะมีโอกาสพลิกกลับมาชนะได้
หลังจากชูนโยบาย "นิวนนท์" 5 ด้าน 20 เรื่อง หวังพลิกโฉมหน้า จ.นนทบุรี กระตุ้นให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ แต่อาจลืมไปว่า กลุ่มผึ้งหลวงที่ยึดครองพื้นที่มานานกว่า 20 ปี ก็มีนโยบาย การยกระดับและพัฒนา จ.นนทบุรี มาตลอดเช่นกัน
ทั้งด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านสาธารณสุข และโดยเฉพาะด้านการศึกษา ภายใต้แนวคิด "เมืองแห่งโอกาสทางการศึกษา" เพิ่มโอกาสให้เด็กนักเรียนได้สิทธิ์เรียนหลักสูตร English Program และห้องเรียน 4 ภาษา ฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงเหมือนโรงเรียนเอกชน
ขณะที่นโยบายด้านความสัมพันธ์ทางการเมือง ที่เป็นมิตรกับทุกกลุ่มทุกพรรคของ พ.ต.อ.ธงชัย ได้เปิดกว้างไว้กับทุกฝ่าย ไม่อิงอยู่กับค่ายใดค่ายหนึ่งโดยเฉพาะ
กระนั้น ได้สร้างสัมพันธภาพที่แนบแน่นกับทุกกลุ่มการเมืองและ "บ้านใหญ่" จะเป็นนายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต สส.หลายสมัย อดีตรัฐมนตรี พม. เป็นสายตรงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ตั้งแต่สมัยยังรุ่งโรจน์
หรือนายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนท์หลายสมัย ที่มีคอนเนคชันกับหลายกลุ่มหลายพรรคการเมือง รวมทั้ง ตระกูล "บรรดาศักดิ์" ของนายสุชาติ บรรดาศักดิ์ อดีต สส.หลายสมัย และนายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ดหลายสมัยเช่นกัน
แม้พรรคประชาชน จะยึดครองเก้าอี้ สส.นนทบุรี ได้ทั้งหมด 8 เขต 8 คนในการเลือกตั้งปี 66 และ 69 แต่ในสนามท้องถิ่น เช่น นายก อบจ. กลับแพ้ให้กับกลุ่มผึ้งหลวงตลอด
หนำซ้ำในการลงช่วยหาเสียงผู้สมัครชิงนายก อบจ.นนทบุรี ปี 63 น.ส.พรรณิการ์ แห่งคณะก้าวหน้า ยังโดนมวลชนรวมตัวแสดงความไม่พอใจ นำลำโพงมาเปิดตะโกนขับไล่ เนื่องจากไม่พอใจจุดยืนทางการเมือง เรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบันมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งนายก อบจ. หนนี้ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และชื่นชมกันมากในโลกโซเชียล เพราะเป็นการแข่งขันที่สู้กันในเรื่องนโยบาย มีการร้องเรียนเรื่องซื้อสิทธิ์ขายเสียงแค่ 3 กรณี
เทียบกับเลือกตั้งนายก อบจ. ปี 68 มีร้องเรียน 30 เรื่อง แต่หากย้อนกลับไปเลือกตั้งนายก ปี 63 มีเรื่องร้องเรียนมากกว่า 700 เรื่อง
สำหรับนายนฤพนธ์ ที่ชนะเลือกตั้ง หลังจาก กกต. ให้การรับรองแล้ว จะได้เข้าไปทำหน้าที่บริหารต่อจาก พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ผู้เป็นอา โดย อบจ.นนทบุรี เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีงบประมาณค่อนข้างสูง ปี 70 ได้รับจัดสรรงบและ ส.อบจ.ผ่านความเห็นชอบแล้ว 3,200 ล้านบาท
เทียบกับ อบจ.ลำพูน ปี 70 มีเพียง 665 ล้านบาท ต่ำกว่ากันถึง 5 เท่า
ส่วนพรรคประชาชน ความปราชัยหนนี้ เป็นการบ้านใหญ่อีกครั้ง สำหรับสนามเลือกตั้งท้องถิ่น ที่นายธนาธร และแกนนำชุดแรก สมัยพรรคอนาคตใหม่ ได้ก่อตั้งคณะก้าวหน้า ลงไปขับเคลื่อนงานในระดับท้องถิ่น ด้วยยุทธศาสตร์แบบ "ป่าล้อมเมือง"
มีผลงานโดดเด่น เช่น โครงการน้ำประปาดื่มได้ ที่ทำร่วมกับเทศบาลอาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ถึงขั้นคว้ารางวัลชนะเลิศ อปท. โดดเด่นอันดับ 1 ของประเทศ ปี 2566
แต่ในระดับเลือกตั้งท้องถิ่น ค่ายสีส้มก็ได้รับเลือกไม่มากนัก ยิ่งในระดับนายก อบจ. ปักธงได้สำเร็จเพียงนายก อบจ.ลำพูน ซึ่งผู้ชนะเลือกตั้ง ก็เป็นทายาทบ้านใหญ่ของจังหวัด อดีตนายก อบจ. เช่นกัน
ขณะที่อีก 16 จังหวัดที่พรรคส่งชิงนายก อบจ. เมื่อต้นปี 2568 ปราชัยให้กับคู่แข่งทั้งหมด
จึงเป็นศึกใหญ่ของจริง สำหรับพรรคประชาชนต้องถอดบทเรียนและหาสาเหตุให้ได้ว่า ปัจจัยที่ทำให้ไม่บรรลุเป้าหมาย เป็นเพราะอะไรกันแน่
ตัวผู้สมัคร นโยบาย วิธีการ หรือผู้นำพรรค ไม่ดึงดูดใจ หรือเพราะยังสลัดภาพการมีผู้นำด้านจิตวิญญาณ ไม่ต่างจากพรรคการเมืองอื่น ๆ มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ไม่ได้เป็นพรรคของประชาชน ดังที่คนคาดหวังจะกล้ายอมรับและเปลี่ยนแปลงหรือไม่ หลังจากแพ้บ่อยซ้ำซาก
วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส
่อ่านข่าว :
"ป่าล้อมเมือง" กลุ่มผึ้งหลวง ยุทธศาสตร์ส่ง "นฤพนธ์" นั่งนายก อบจ.นนทบุรี
"นฤพนธ์" ขอบคุณชาวนนทบุรี เทคะแนนให้นั่งเก้าอี้นายกอบจ.นนทบุรี
