ไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ เปิดประเด็นติดตามการร้องเรียนการทุจริต เรียกรับเงินส่วนต่างของผู้อำนวยการโรงเรียน และครู รวม 12 คน ของโรงเรียนสังกัดสำนักบริหารการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ใน จ.เชียงใหม่
ล่าสุดไทยพีบีเอสพูดคุยกับอดีตพนักงานบัญชี ของวิสาหกิจชุมชนฯ ถึงข้อกล่าวหาโรงเรียนฯ ซึ่งทั้งหมดเป็นหลักฐานที่กล่าวถึงประเด็นที่มีการร้องเรียนสำนักงาน ป.ป.ช.เชียงใหม่ และต้นสังกัดให้ตรวจสอบ
เปิดข้อกล่าวหา “ทุจริตอาหารเด็กด้อยโอกาส” อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ หลักฐานสำคัญแชทไลน์ ผอ.-ครู เกี่ยวข้อง 12 คน
อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เปิดเผยกับไทยพีบีเอสว่า ตนทำงานกับกลุ่มวิสาหกิจฯ ในตำแหน่งบัญชี หน้าที่หลักๆ ทำบัญชีรายรับ-จ่าย สรุปประจำปี และยังทำหน้าที่เกี่ยวกับการส่งของ ใบเสร็จรับเงินกับโรงเรียนประจำที่เป็นข่าว วิสาหกิจชุมชนกับโรงเรียนจะซื้อขายทุกวัน เพราะมีนักเรียนเกือบ 1,000 คน โรงเรียนจะจัดซื้อภายในกลุ่มวิสาหกิจฯ เช่น ผัก เนื้อสัตว์ ฯลฯ ซึ่งรายได้ที่เกิดขึ้นเกิดการจ้างงานในชุมชน และหลักหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด จะเป็นเงินปันผลให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน
การจัดส่งวัตถุดิบปรุงอาหาร แต่ละวันประมาณ 6-7 หมื่นบาท ตนทำบัญชีในช่วงเปลี่ยนผ่าน เห็นความปกติช่วงเปลี่ยนผ่าน ผอ.มีการยืมเงินวิสาหกิจฯ และนำเงินส่วนต่างไปหักยอดหนี้กู้ยืม
อดีตพนักงานบัญชี กล่าวว่า โรงเรียนฯ จะยืมเงินวิสาหกิจฯ มีหลักฐานการถอนเงิน จากบัญชีวิสาหกิจฯ และผอ.จะรับเงินเป็นเงินสดเท่านั้นไปให้ และมีครูทำบัญชีหักยอดหนี้ โดยนำส่วนต่างมาหักยอดหนี้ที่โรงเรียนที่ยืมไป
หลักฐานยืมเงิน คือการพูดคุยผ่านไลน์ เช่น 1.3 ล้าน, 3 แสนบาท 1 แสนบาท และ 2 แสนบาท ยังไม่รวมครูไปซื้อของที่ร้านให้วิสาหกิจฯ ไปจ่ายให้ เช่น ของมึนเมา จะมีบิลที่ลงไปรวมหักชำระหนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากหลักฐานที่เป็นแชทไลน์คุยกับครูที่โรงเรียน ยังมีหลักฐานอื่นอีกหรือไม่ อดีตพนักงานบัญชี กล่าวว่า เงินงวดยืมแต่ละก้อนเป็นจำนวนมาก เยอะสุด 1.3 ล้านบาท เป็นเงินสดที่ไปให้ผู้อำนวยการโรงเรียนใช้ในวันขึ้นบ้านใหม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า เงินจำนวนมาก 1.3 ล้านบาท ทำไมให้ยืมเงินไม่มีหลักฐานการโอน? อดีตพนักงานบัญชี กล่าวว่า “น่าจะเป็นความเชื่อใจ เพราะทำการค้าขายกัน ไม่อยากมีปัญหากัน ก็ต้องยอมทำตาม”
อ่าน :
ร้อง "ทุจริตอาหารกลางวัน" เด็กด้อยโอกาส ผอ.รร.ส่งเอกสารแจงต้นสังกัดแล้ว
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
เปิดขั้นตอนสั่งซื้อวัตถุดิบบวก "เงินส่วนต่าง"
อดีตพนักงานบัญชี กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวอธิบายถึงขั้นตอนการสั่งซื้อวัตถุดิบในการประกอบอาหารให้นักเรียนว่า โรงเรียนจะจัดทำใบสั่งซื้อจริง และให้วิกลุ่มสาหกิจเพิ่มยอดส่วนต่าง ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจฯ ทำยอดเงินจำนวนสองยอด แต่ใบส่งยอดจะส่งของเฉพาะยอดที่เพิ่มแล้วให้กับโรงเรียน
ซึ่งการโอนเงินจะแบ่งเป็นรอบ 5 วัน เช่น วันที่ 1-5 โรงเรียนจะโอนเงินมาให้ 1 ครั้ง เป็น 1 ยอด เฉลี่ยโอนเงินจากโรงเรียน 2-2.5 แสนบาทต่อสัปดาห์ ซึ่งยอดเงินสั่งซื้อจะผ่านบัญชีของกลุ่มวิสาหกิจฯ แต่จะมีเงินอีกส่วน ที่เป็นส่วนต่างที่ต้องคืนให้กับโรงเรียน
หากโรงเรียนสั่งซื้อวิสาหกิจฯ สั่งซื้อจริง 4 หมื่นบาท แต่โรงเรียนเพิ่มยอดให้ออกใบส่งของให้เป็น 6 หมื่นบาท ทำให้วันนั้นมียอดส่วนต่าง 2 หมื่นบาท ยอดแต่ละวันไม่ตรงกัน แต่จะรวมเงินให้กับโรงเรียน 5 วัน เฉพาะยอดเงินที่เป็นส่วนต่าง
ตัวอย่าง วันที่ 5 ม.ค.2568 โรงเรียนฯ สั่งซื้อยอดจำนวน 17,360 บาท แต่โรงเรียนขอให้ออกยอดส่งของจำนวน 78,745 บาท ซึ่งมีหลักฐานบิลค่าใช้จ่ายวัตถุดิบแต่ละวัน ข้อความผ่านทางไลน์ และเสียงเจรจาต่อรองผลประโยชน์ส่วนต่าง
"เงินส่วนต่าง" ส่งคืนโรงเรียนอย่างไร?
อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า “เงินส่วนต่างที่เกิดขึ้นจะคืนเป็นเงินสด” หลักฐานสำคัญ คือการสนทนากับครูที่รับผิดชอบอาหารกลางวันผ่านไลน์ และนำเงินไปให้กับครูที่โรงเรียนให้เป็นเงินสดทุกครั้ง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีหลักฐานอะไรว่า นำเงินไปให้โรงเรียนแล้ว? อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า คือแชทพูดคุยทางไลน์กับครูที่รับผิดชอบ ซึ่งครูจะจัดส่งเอกสารยอดเงินจริง กับยอดเงินส่วนต่างให้แต่ละวัน วิสาหกิจฯ จะรวมยอดให้โรงเรียนเป็นสัปดาห์
ทำไม? กลุ่มวิสาหกิจฯ จึงยอมให้เรียกรับส่วนต่าง
อดีตพนักงานบัญชีฯ กล่าวว่า หลังจากกลุ่มวิสาหกิจฯ ซื้อขายกับ ผอ.คนปัจจุบัน เมื่อมียอดเงินส่วนต่างที่เกิดขึ้น ช่วงแรกไม่ได้มีปัญหาเพราะไม่รู้ เมื่อกรมสรรพากรตรวจสอบพบว่า กลุ่มวิสาหกิจฯ มีรายรับเยอะ แต่รายจ่ายมีน้อย การคำนวณภาษีทำให้วิสาหกิจฯ มีภาษีสูงจากเคยเสีย 4 แสนบาท พุ่งเป็น 8 แสนกว่าบาท หลังการลดย่อนภาษี ทางกลุ่มวิสาหกิจฯ จึงนำปัญหาไปพูดต้องคุยกับโรงเรียนว่า ทำอย่างไรให้วิสาหกิจฯ เสียภาษีน้อยลง และสามารถค้าขายกับโรงเรียนได้ต่อ
อ่านข่าว :
สอบเงินอาหารกลางวัน คลิปเสียงหลุดขอส่วนต่างไปใช้ในโรงเรียน
ครูคนอื่นมีส่วนกับเงินส่วนต่างอย่างไรบ้าง?
อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า ในช่วงแรกจะมี ครู ก. ครู ข. และช่วงหลังจะมีครูคนใหม่เข้ามาเกี่ยวข้อง คือ ครู เอ. และครู บี. ที่รับรู้เรื่องการตัดยอดเงินส่วนต่าง และครู ซี. ที่เป็นครูจัดส่งเมนูอาหารให้ และการจัดซื้อและนำบิลที่สั่งซื้อจริงส่งให้กับครู ก.เพื่อครู ก. จะได้ไปทำยอดให้ทำยอดส่งของกับเงินที่กู้ ซึ่งเงินจะหมดเดือน มี.ค.2568 (ยอดเงินกู้ 1.3 ล้านบาท)
เมื่อเงินหมดจะมีเงินยอดเหลือ เป็นเงินคืนให้กับรองผู้อำนวยการ โอนเงินเข้าบัญชีเป็นเงินเหลือ 6 หมื่นกว่าบาท
อดีตพนักงานบัญชี ฯ กล่าวต่อว่า เมื่อเงินกู้หมด โรงเรียนเปิดประมูลคนจัดหาคนส่งวัตถุดิบอาหารใหม่ และไม่ได้แจ้งกับวิสาหกิจฯ แม้จะส่งวัตถุดิบอาหารมาตั้งแต่ปี 2554 โดยโรงเรียนไม่ได้บอกว่า จะมีการเปิดประมูล และประกาศทางเฟซบุ๊ก (8 พ.ค.2568) ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจฯ ประมูลได้บางรายการเท่านั้น เช่น ผัก หมูบด และกระดูก ส่วนอีกร้านเป็นร้านค้าในเมือง เชียงใหม่ แต่ร้านค้าในเมืองส่งให้ไม่ได้ ก็กลับมาให้วิสาหกิจฯจัดส่งอาหารต่อ
แม้จะเปิดประมูลใหม่ อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจฯ กล่าวว่า ช่วงเดือน มิ.ย. โรงเรียนยังมีเรียกรับส่วนต่างแบบเดิม ส่วนต่างเอง แต่ครูที่ตั้งขึ้นมาเป็นกลุ่มครูใหม่ คือ ครูเอ ครูบี คน เป็นคนส่งเมนูอาหารให้ และจัดซื้อเสร็จ 5 วัน จะนำเงิน 5 วัน ส่งให้ครูเอ คนทำเอกสารส่งมาให้วิสาหกิจฯ เพื่อออกใบส่งของให้กับโรงเรียน ซึ่งเอกสารส่วนต่างนี้ ระบุตั้งแต่เดือน มิ.ย.- พ.ย.2568
ภาพ : ทีมข่าวลงพื้นที่และขอสัมภาษณ์ผู้อำนวยการโรงเรียน แต่ปฎิเสธสัมภาษณ์ ระบุได้ส่งเอกสารชี้แจงเพียงต้นสังกัด
จุดแตกหักกลุ่มวิสาหกิจฯ กับโรงเรียนคืออะไร?
อดีตพนักงานบัญชีฯ กล่าวว่า ในช่วงกลุ่มที่ต้องเสียภาษี หลังจากเดือน พ.ย.2568 ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ประชุมว่า จะไม่เพิ่มยอดส่วนต่างให้แล้วโดยจะซื้อขายซื้อจริง และเริ่มพูดคุยของหยุดส่งถึงเดือน พ.ย.2568
วิสาหกิจฯไปคุยจะขอส่งเท่าที่โรงเรียนตามใบส่งของ แต่โรงเรียนก็บอกว่าถ้าไม่มีเงินตรงนี้ โรงเรียนก็จะไปบริหารอย่างไรตามคลิปเสียงที่ปรากฎ มีคลิปเสียง 2 คลิป ยืนยันว่าเป็นคลิปเสียงจริงที่ได้ไปคุยที่โรงเรียน
อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า คลิเนื้อเป็นคลิปแรก (ความยาว 24 นาที) เป็นเสียง ผอ.เจรจาวิธีการทำ จะทำอย่างไรไม่ให้วิสาหกิจฯไม่ต้องเสียภาษีเยอะ และทำอย่างไรให้การเบิกจ่ายเร็วกว่านี้ ในคลิปได้มอบหมายให้ รอง ผอ. และ ครูบี ครู ก. ได้อยู่ด้วยกันวันนั้น
ทุกครั้งที่กลุ่มเอาเงินไปให้โรงเรียนจะมีการหักภาษี 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินผ่านบัญชีเพื่อเก็บไว้เสียภาษี วิสาหกิจฯ ต้องเสียภาษี 8 แสน ซึ่งไม่เพียงพอ เพราะฐานภาษีขึ้นตามรายรับฐานสูงสุด ส่งผลกระทบเงินปันผลให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชนฯ และถูกตั้งคำถามเงินหายไปไหนจากสมาชิก
สำหรับรายละเอียดของการเรียกรับส่วนต่างเงินอาหารเด็กด้อยโอกาส เกือบ 1,000 คน วันละ 3 มื้อ ตกวันละเกือบ 90,000 บาท มีรายละเอียดเหตุการณ์ ที่ยื่นกับ สำนักงาน ป.ป.ช.เชียงใหม่ ดังนี้
- ก่อนปีการศึกษา 2567 กลุ่มวิสาหกิจฯ ได้จัดซื้อและส่งวัตถุดิบ ตามใบสั่งจริง
- ปี 2567 มีผู้อำนวยการคนใหม่ ย้ายมาดำรงตำแหน่ง พร้อมกับติดต่อขอยืมเงินกับกลุ่มวิสาหกิจฯ 1.3 ล้านบาท โดยให้เหตุผลว่า "จะนำเงินส่วนนี้ไปใช้ในการบริหารภายในโรงเรียน"
- โรงเรียนตกลงกับทางกลุ่มว่า จะคืนเงินในรูปแบบเงินส่วนต่างจากการซื้อขายจริง เช่น ซื้อขายสินค้า 10 หน่วย แต่ให้ระบบในเอกสารเป็น 20 หน่วย เพื่อจะได้นำเงินส่วนต่างตรงนี้มาชำระหนี้ให้กับทางกลุ่ม
- ตลอดระยะเวลาในปีการศึกษา 2567 ทางโรงเรียนได้หักชำระหนี้กลุ่มจนครบ
- ปี 2568 โรงเรียนเปิดประมูลการจัดซื้อสินค้าใหม่ประกาศทางเพจโรงเรียน วันที่ 8 พ.ค.2568
- กลุ่มวิสาหกิจฯ ได้เข้าประมูล และชนะการประมูลเพียงบางรายการ และเซ็นสัญญา วันที่ 16 พ.ค.2568 และตกลงเริ่มส่งวัตถุดิบ วันที่ 1 มิ.ย.2568
- โรงเรียนสั่งซื้อสินค้าให้กลุ่มวิสาหกิจฯ ส่งมอบสินค้าตามจำนวนที่ต้องการ
- แต่ภายหลังมีการแจ้งให้กลุ่มออกใบส่งของ หรือใบแจ้งหนี้โดยระบุว่า สินค้ามากกว่าสินค้าที่ส่งมอบจริง เช่น "สินค้าจริง 10 หน่วย แต่ให้ระบุในเอกสารเป็น 20 หน่วย"
- เมื่อโรงเรียนชำระเงินตามจำนวนที่ระบุในเอกสาร "ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จะถูกโรงเรียนขอส่งมอบเงินส่วนต่างคืนให้กับครูการเงิน หรือครูที่เกี่ยวข้องจัดทำเอกสารของโรงเรียน"
- เงินสดส่วนต่างดังกล่าว เป็นเงินที่ "กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ต้องนำเงินสดของกลุ่มส่งให้กับโรงเรียน"
- การส่งเงินสดให้กับโรงเรียนฯ เกิดขึ้นหลายครั้งประมาณ 1 ปีเศษ โดยมูลค่ารวมของเงินส่วนต่างประมาณหลักล้านบาท
- การออกเอกสารที่ระบุจำนวนเงินมากกว่าความเป็นจริง "ส่งผลให้ทางกลุ่มต้องแบกรับภาระภาษีที่สูงขึ้น เนื่องจากเอกสารทางบัญชีแสดงยอดขายมากกว่าความเป็นจริง"
- เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2568 กลุ่มวิสาหกิจ หารือกับผู้อำนวยการฯ และรองผู้อำนวยการ ครูอีก 4 คน "มีการหารือกันเรื่องการชำระภาษีประจำเป็นทางกลุ่ม ซึ่งมีหลักฐานคลิปเสียง"
- คณะกรรมการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง มีมติเห็นว่า การกระทำดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ และขอความเป็นธรรมต่อชาวบ้านและวิสาหกิจชุมชนฯ จึงร้องทุกข์ สำนักงาน ป.ป.ช.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2569 ให้ตรวจสอบในประเด็นเรียกรับเงินและผลประโยชน์ กับ ผู้อำนวยการโรงเรียน และครู รวม 12 คน
- นอกจากนี้ ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ยังร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม อ.แม่แจ่ม เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2569 และสำนักงานบริหารการศึกษาพิเศษ ของ สพฐ.ต้นสังกัด
ส่วนความคืบหน้าการร้องเรียน สำนักงาน ป.ป.ช.เชียงใหม่ ได้รับเรื่อง และเรียกให้วิสาหกิจชุมชนฯไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2569 และวันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีคำสั่งให้ผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่ที่โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือฯ ในโครงการส่งเสริมอาชีพคนตาบอด
เปิดข้อกล่าวหา “ทุจริตอาหารเด็กด้อยโอกาส” อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ หลักฐานสำคัญแชทไลน์ ผอ.-ครู เกี่ยวข้อง 12 คน
รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
