วันนี้ (11 ก.ย.2569) เวลา 15.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 หลังสมาชิกวุฒิสภา อภิปรายเสร็จสิ้น ที่ประชุมลงมติร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2570 โดยเห็นชอบ 145 เสียง ไม่เห็นชอบ 5เสียง งดออกเสียง 12 เสียง
จากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวขอบคุณสมาชิกวุฒิสภา โดยระบุว่า ตนเพิ่งเดินทางกลับจากประเทศนอร์เวย์เมื่อเช้าวันนี้ ซึ่งในระหว่างที่สภาฯ มีมติมีการพิจารณาในเรื่องของร่าง พ.ร.บ.ปี 2570 ติดภารกิจที่ต่างประเทศ จึงรู้สึกเสียใจ ที่ไม่ได้เข้ามาร่วมรับฟังด้วยตัวเองในสภาผู้แทนราษฎร
อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนตั้งใจเป็นอย่างมากว่า เมื่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 จะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา ตนจึงตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะมาขอบพระคุณ ท่านวุฒิสมาชิกด้วยตนเอง
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขอขอบพระคุณในการที่ท่านพิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่ใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาต่าง ๆ เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคง ประชาชนมีความสุข สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจให้มีความยั่งยืน และพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนในทุกมิติ
ตนขอยืนยันว่าข้อคิดเห็น คำแนะนำ ข้อห่วงใย รวมทั้งความห่วงใย ที่ สว.ได้ให้คำแนะนำ และให้คำเสนอแนะไว้ตลอดระยะเวลาของการประชุมในวันนี้
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนในฐานะรัฐบาล ขอรับไว้ด้วยความขอบคุณ และจะนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินการ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์จากร่าง พ.ร.บ.ประมาณปี 2570 อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ต้องขอบพระคุณ คณะกรรมาธิการวิสามัญทุกท่าน ที่ให้ความสำคัญ เสียสละเวลา และร่วมพิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 70 อย่างเต็มที่ จนทุกอย่างสำเร็จลุร่วงไปด้วยดี
รวมทั้งให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ในการจัดทำงบประมาณ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการ และรัฐบาลก็จะได้นำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่ประชาชน และประเทศไทยที่รักของเราสืบไป
นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า "นโยบาย มาตรการ และงบประมาณที่ได้ผ่านการพิจารณาในครั้งนี้ จะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ และแผนงานที่กำหนดกำหนด โดยพวกผมในฐานะรัฐบาลจะคอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าวมีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล บรรลุผลสัมฤทธิ์และที่สำคัญที่สุดคือต้องตรวจสอบได้ ตามนโยบายที่กำหนดไว้
เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ และนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนความมุ่งมั่นความปรารถนาดีของบรรดาสมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน"
อ่านข่าว :
"อนุทิน" ย้ำคดีทุจริตสอบท้องถิ่นยังไม่จบ อายัดทรัพย์แล้วกว่า 320 ลบ.
จับ 2 เจ้าหน้าที่ DSI พัวพัน "นายกเฮง" เรียกรับเงินโกงสอบท้องถิ่น
คุมตัว "อติโชติ-สีกาเอ๋" ฝากขังศาลอาญาคดีทุจริตฯ คัดค้านประกันตัว
