มิติพิศวง "ไฟใต้" ใครเบื้องหลังจุดไฟเผาเรือน "ดินแดนปลายด้ามขวาน"

การเมือง
16:27
จำนวนผู้ชม 112
Thai PBS
มิติพิศวง "ไฟใต้" ใครเบื้องหลังจุดไฟเผาเรือน "ดินแดนปลายด้ามขวาน"

กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก่อเหตุลักลอบเผาและวางบึ้มในดินแดนปลายด้ามขวาน 2 ครั้ง ติดๆ กัน เมื่อวันที่ 22-23 ส.ค.2569 และอีกครั้งในช่วงค่ำวันที่ 29 ส.ค.2569 ใกล้ช่วงจังหวะที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เดินทางลงพื้นที่ จ.สงขลา ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการครั้งที่ 1/2569 วันที่ 1 ก.ย.นี้ ท่ามกลางคำถาม ใครอยู่เบื้องหลัง จุดไฟป่วนดินแดนปลายด้ามขวานครั้งแล้วครั้งเล่า

การฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่เข้ามาก่อเหตุของคนร้ายชุดดำ พร้อมอาวุธปืนสั้นและปืนยาวบุกเข้าไปวางระเบิดภายในห้าง “โกลบอลเฮ้าส์” สาขาปัตตานี ถึง 3 ลูก และยังยังนำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊ส พร้อมแกลลอนน้ำมันเชื้อเพลิง บรรทุก รถจักรยานยนต์แบบพ่วงข้าง หรือรถโชเล่ย์ ขับเข้าไปเตรียมจุดระเบิดใกล้กับอาคารของห้าง เพื่อหวังให้เกิดระเบิดและเพลิงไหม้อีกครั้ง ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจ ย่ามใจ และไม่ธรรมดา แม้สุดท้าย เจ้าหน้าที่จะสามารถเก็บกู้ไว้ได้ทันก็ตาม

ยังไม่ชัดเจนว่า เป็นฝืมือใคร กลุ่มไหน แต่อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 30 ส.ค.2569 ระบุว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่จะมีการเปลี่ยนผ่าน จึงกำชับเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเข้มข้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งได้แจ้งผบ.ตร.และประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ รับทราบว่า เราจะเป็นฝ่ายรองรับสถานการณ์อย่างเดียวไม่ได้...ในพื้นที่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทุกอย่างอยู่ภายใต้การสั่งการของฝ่ายความมั่นคงอยู่แล้ว

มิติพิศวง "ไฟใต้" ใครเบื้องหลังจุดไฟเผาเรือน "ดินแดนปลายด้ามขวาน"

มิติพิศวง "ไฟใต้" ใครเบื้องหลังจุดไฟเผาเรือน "ดินแดนปลายด้ามขวาน"

ทุ่มงบพัฒนาชายแดนใต้ 1.3 หมื่นล้าน

ครม.สัญจรครั้งนี้ แม้ไม่ได้มุ่งตรงยังพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ก็จริง แต่รัฐบาลก็ได้มีการพิจารณาข้อเสนอโครงการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ คือ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ถึงจำนวน 96 โครงการ ​วงเงินรวมกว่า 13,016 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากย้อนสำรวจแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ จะเห็นว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญไม่น้อย เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2568 “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการประจำภาคใต้ชายแดน เคยเรียกประชุมคณะอนุกรรมการฯโดยมีตัวแทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม และมีมติสำคัญถึง 3 ข้อเสนอ กล่าวคือ

1. เห็นชอบแผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด พ.ศ. 2566-2570 ฉบับทบทวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของ 3 จังหวัดภาคใต้ชายแดน (จังหวัดยะลา นราธิวาส และปัตตานี) และกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน

2. เห็นชอบแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ภาคใต้ชายแดน ประกอบด้วย 3 จังหวัด และ 1 กลุ่มจังหวัด มีโครงการและงบประมาณที่เห็นควรสนับสนุนเบื้องต้น จำนวน 150 โครงการ งบประมาณ 1,422,052,965 บาท (รวมงบบริหารจัดการ) เห็นควรสนับสนุนภายในกรอบวงเงิน (Y1) จำนวน 124 โครงการ งบประมาณ 1,183,993,165 บาท และเห็นควรสนับสนุนเกินกรอบวงเงิน (Y2) จำนวน 26 โครงการ งบประมาณรวม 238,059,800 บาท

3. เห็นชอบข้อเสนอโครงการของส่วนราชการที่สอดคล้องกับเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาคใต้ชายแดน พ.ศ.2566– 2570 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำนวน 28 โครงการ งบประมาณรวม 835,542,113 บาท

คนปลายด้ามขวานชี้ “สารพัดปมทับซ้อน”

มีคำถามสำคัญ จังหวัดปลายด้ามขวานไม่ได้ถูกละเลยทั้งงบประมาณในการพัฒนาพื้นที่และงบด้านภารกิจความมั่นคง แต่เหตุใดไฟใต้ยังไม่เคยมอดลงเลย ผลสำรวจของ“นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เรื่อง “ความไม่สงบล่าสุด คน จชต. คิดอย่างไร” ช่วงวันที่ 25-27 ส.ค.2569 ในประชาชน 3 จังหวัด นราธิวาส ปัตตานี และยะลา อายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ จำนวน 1,100 หน่วยตัวอย่าง

ใน 5 ลำดับแรก ร้อยละ 35.73 ระบุว่า เกี่ยวข้องกับงบประมาณในพื้นที่ ,รองลงมา ร้อยละ 30.36 ระบุว่า กลุ่มทุนเทา (เช่น ยาเสพติด ค้าของเถื่อน มาเฟียเรียกค่าคุ้มครอง เป็นต้น) ไม่พอใจการปราบปรามที่เข้มงวดของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา ร้อยละ 29.64 ระบุว่า เกี่ยวข้องกับการเมืองส่วนท้องถิ่น, ร้อยละ 27.64 ระบุว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ ก่อนการพูดคุยสันติสุขจะเริ่มต้นเร็ว ๆ นี้ และร้อยละ 26.27 ระบุว่า กลุ่มเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนร่วมมือกับกลุ่มทุนเทาสร้างสถานการณ์

ร้อยละ 20.27 ระบุว่า กลุ่มเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนไม่พอใจการปราบปรามที่เข้มงวดของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา ร้อยละ 19.55 ระบุว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบต้องการสร้างความแตกแยกในพื้นที่, ร้อยละ 19.09 ระบุว่า เกี่ยวข้องกับการเมืองระดับชาติ, ร้อยละ 12.82 ระบุว่า กลุ่มเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนรุ่นใหม่สร้างสถานการณ์เพื่อแสดงศักยภาพของกลุ่ม ร้อยละ 12.00 ระบุว่า เกี่ยวข้องกับฤดูกาลโยกย้ายเจ้าหน้าที่ระดับสูง, ร้อยละ 11.27 ระบุว่า ผู้ก่อความไม่สงบ อาจมีแนวร่วมกับนักการเมืองในการช่วยบิดเบือนข่าวสาร

มิติพิศวง "ไฟใต้" ใครเบื้องหลังจุดไฟเผาเรือน "ดินแดนปลายด้ามขวาน"

มิติพิศวง "ไฟใต้" ใครเบื้องหลังจุดไฟเผาเรือน "ดินแดนปลายด้ามขวาน"

และอีกร้อยละ 9.73 ระบุว่า เป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อต่อต้านโครงการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่, ร้อยละ 6.36 ระบุว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบต้องการประเมินท่าทีของเจ้าหน้าที่ในช่วงใกล้สับเปลี่ยนกำลังทหาร, ร้อยละ 5.45 ระบุว่า เป็นปฏิบัติการหวังผลทางจิตวิทยาให้สังคมกดดันเจ้าหน้าที่ ร้อยละ 4.09 ระบุว่า เป็นการกระทำเชิงสัญลักษณ์ก่อนการประชุม ครม. สัญจรที่สงขลา

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น พบว่า ร้อยละ 40.82 ระบุว่า ข้อบกพร่องใน นโยบาย ยุทธศาสตร์และทิศทางในการแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้, ร้อยละ 39.91 ระบุว่า การไม่มีประสิทธิภาพในการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง, ร้อยละ 34.27 ระบุว่า ความประมาทของเจ้าหน้าที่

ร้อยละ 29.73 ระบุว่า ข้อบกพร่องในงานด้านการข่าว, ร้อยละ 29.36 ระบุว่า ผู้ก่อความไม่สงบกระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่ ทำให้ยากต่อการป้องกัน, ร้อยละ 18.82 ระบุว่า การบังคับใช้กฎหมายที่ประนีประนอมมากเกินไป, ร้อยละ 18.09 ระบุว่า การขาดความร่วมมือจากภาคประชาชน, ร้อยละ 11.55 ระบุว่า เจ้าหน้าที่รัฐหลายระดับที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คนในพื้นที่

มิติพิศวง "ไฟใต้" ใครเบื้องหลังจุดไฟเผาเรือน "ดินแดนปลายด้ามขวาน"

มิติพิศวง "ไฟใต้" ใครเบื้องหลังจุดไฟเผาเรือน "ดินแดนปลายด้ามขวาน"

ร้อยละ 10.64 ระบุว่า จำนวนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่มีไม่เพียงพอ, ร้อยละ 5.91 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ รปภ. หน่วยงานท้องถิ่นไม่มีอาวุธในการป้องกันภัย ,ร้อยละ 5.45 ระบุว่า พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ใหญ่เกินกว่าที่จะป้องกันได้ ,ร้อยละ 0.45 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ เจ้าหน้าที่รัฐ/หน่วยงานรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจเนื่องจากมีผลประโยชน์ร่วมกัน

มองต่าง -มุมร่วม ใครจุดไฟเผาเรือน

"คำตอบ" หลากหลายที่นิดาโพล "รวบรวม" ทุกอันดับ สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาของ 3 จังหวัดชายแดนใต้มีความทับซับซ้อน ยากแยกออกจากกัน ซึ่ง รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง และการต่างประเทศ เรียกว่า "สุดมิติพิศวง"

มิติพิศวง "ไฟใต้" ใครเบื้องหลังจุดไฟเผาเรือน "ดินแดนปลายด้ามขวาน"

มิติพิศวง "ไฟใต้" ใครเบื้องหลังจุดไฟเผาเรือน "ดินแดนปลายด้ามขวาน"

เมื่อวันที่ 30 ส.ค.2569 รศ.ดร.ปณิธาน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Panitan Wattanayagorn "สุดมิติพิศวง ใครยืนตรงไหน​ก็เห็นปัญหาตรงนั้น​ แต่แท้จริงคืออะไร" โดยตั้งคำ 3 คำถามหลักและวิเคราะห์ว่า

1. เงิน​งบประมาณ​ ทุนเทา​ การเมืองท้องถิ่น: ​ปัญหาคู่กับจชต.​ แต่ใครจุดไฟเผาเรือน

1.1)​ ผลสำรวจนิดาโพลชี้ว่า​ สาเหตุของความไม่สงบล่าสุดลำดับแรก "เกี่ยวข้องกับงบประมาณ" ในพื้นที่ ซึ่งเป็นเหตุผลหลักของความรุนแรงที่ปะทุขึ้นมาล่าสุด รองลงมาเป็นกลุ่มทุนเทาและการเมืองส่วนท้องถิ่น ที่มีอิทธิพลสูงและกำลังขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในพื้นที่

1.2) การที่ประชาชนกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ให้ความสำคัญกับสามสาเหตุดังกล่าวข้างต้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก​ สะท้อนให้เห็นว่า คนในพื้นที่เห็นอะไรในชีวิตประจำวัน คิดอย่างไรกับเรื่องความรุนแรง​ และต้องเผชิญกับอะไร​ในพื้นที่​ ซึ่งอาจจะสวนทางกับความคิดความเห็นของคนนอกพื้นที่​ รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้แทนของรัฐบาลที่เพิ่งประชุมกันเมื่อเร็วๆ​ นี้ ว่าเรื่องเร่งด่วนที่ต้องให้ความสำคัญคือ​ เรื่องการศึกษา​ คุณภาพชีวิต​ ปัญหาปากท้อง​ ความเหลื่อมล้ำ​ต่าง ๆ​ ความร่วมมือกับเพื่อนบ้านเป็นลำดับต้นๆ​

1.3) กลุ่มประชาชนตัวอย่างเห็นว่า​ สาเหตุสำคัญของความไม่สงบ ไม่ใช่การขาดแคลน​เงิน​หรืองบประมาณ​ แต่เป็นเรื่องความขัดแย้ง หรือไม่ลงตัวในการจัดสรรงบประมาณหรือผลประโยชน์​ที่มีอยู่มากในพื้นที่​ ซึ่งก็มีกลุ่มการเมืองท้อง ถิ่นและกลุ่มทุนเทาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย​

แต่ทั้งสามสาเหตุแรกก็ยังไม่สะท้อนอย่างชัดเจนว่า "ใคร" เป็นผู้ลงมือปฏิบัติ​การก่อความไม่สงบ​ หรือ​ “เผาเรือน” หรือ​เรียกว่า “ถอนหมุด​ความเข้มแข็ง” ของชุมชนอยู่ในปัจจุบัน​ เหตุเพราะ​ประชาชนส่วนใหญ่ ​ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะระบุได้ชัดว่า​ใครหรือผู้ใดเป็นผู้ลงมือกระทำ​ หรืออาจจะหวาดกลัว​และไม่กล้าที่จะให้ข้อมูลก็เป็นได้

สรุปการก่อเหตุที่ปะทุขึ้นมาอย่างผิดปกติล่าสุด เมื่อวันที่​ 29 ส.ค.2569 ไม่ได้เกิดขึ้นโดยขบวนการแบบเดิม ๆ​ ที่มีศักยภาพในอดีต เนื่องจากเกิดในช่วงมีการควบคุมพื้นที่อย่างเข้มข้นของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ​เพื่อแก้ไขเหตุร้ายที่เกิดอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ ยังมีการยกระดับการรักษาความปลอดภัย เพื่อรองรับการประชุมของนายกฯและครม.สัญจร ระหว่างวันที่​ 31 ส.ค​ และ 1 ก.ย.นี้

2. คำตอบที่ชัดเจนขึ้น: บทบาทของกลุ่ม​ BRN​ ความร่วมมือระหว่างกลุ่มแบ่งแยกดินแดนกับกลุ่มทุนเทา​ และ​ข้อบกพร่องของรัฐในด้านต่าง ๆ

2.1) ​นอกเหนือจากสามสาเหตุหลักแล้ว ที่น่าสนใจ​คือ คำตอบของกลุ่มตัวอย่างในลำดับที่สี่​ ระบุว่า เป็นการสร้างสถาน การณ์ก่อนการพูดคุยสันติสุข (กับขบวนการ​ BRN) มีถึง​ 27.64% ลำดับที่ห้า​ ระบุว่า​ "กลุ่มเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนร่วมมือกับกลุ่มทุนเทา" มีถึง​ 26.27% และ​ในลำดับที่หก​ ระบุว่า​ "กลุ่มเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนไม่พอใจการปราบปรามที่เข้มงวดของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา" นั้น​มีถึง​ 20.27% (ที่เหลืออีก​ 10 ลำดับ​ต่ำกว่า​ 20%)

การระบุถึงสามเหตุผลรอง ในการก่อความไม่สงบดังกล่าว ระบุถึง​ "ขบวนการแบ่งแยกดินแดน" ที่ชัดเจน​และ​มีนัยยะไปถึงบทบาทของกลุ่ม​ BRN​ ด้วยว่าเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการปฏิบัติ​การต่าง ๆ​ ในการก่อความไม่สงบ​ และที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากันก็คือ จำนวนผู้ที่ให้ความเห็นในส่วนที่สองนี้​ ไม่น้อยกว่าในส่วนแรก​ สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มว่า​กลุ่ม​ BRN​ ซึ่งเคยถือกันว่าเป็น​ “องค์กรลับ”​ เริ่มปรากฎ​ตัวขึ้นมาอย่างชัดเจน ในสังคม​ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

2.2) ส่วนข้อบกพร่องต่าง ๆ​ ของรัฐ มีการตั้งคำถามว่า "ทำไม​ไม่สามารถป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบ" ได้​ ซึ่งคำตอบของกลุ่มตัวอย่างก็ยิ่งสะท้อนและตอกย้ำให้เห็นว่า​ฝ่ายรัฐมีปัญหาค่อนข้างมาก​ ทั้งในด้านนโยบาย​ ยุทธศาสตร์​ และทิศทางในการแก้ปัญหา​ (40.82%) ทั้งเรื่องประสิทธิภาพในการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ​ (39.91%) และในข้อบกพร่องด้านการข่าว​ (29.73%) เป็นต้น​

รศ.ดร.ปณิธาน ตั้งข้อสังเกตว่า ทั้งหมด ทำให้เกิดคำถามใหม่ที่สำคัญตามมา​ คือ​ ศูนย์​กลาง​ของความรุนแรง (Epic Center) ในจังหวัดชายแดนใต้ อยู่​ที่ขบวนการ​ BRN​ (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani) หรือ​กลุ่มแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี​ ใช่หรือไม่​ และถ้าใช่ จะเป็นขบวนการ​ BRN​ เดิมที่รู้จักกันในอดีต​ หรือเป็นองค์กรใหม่ที่มีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิม

3. BRN ใหม่มีจริงหรือไม่

มิติพิศวง "ไฟใต้" ใครเบื้องหลังจุดไฟเผาเรือน "ดินแดนปลายด้ามขวาน"

มิติพิศวง "ไฟใต้" ใครเบื้องหลังจุดไฟเผาเรือน "ดินแดนปลายด้ามขวาน"

3.1) ในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา​ มีการเสียชีวิตหรือเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของแกน​นำหลายคนในขบวนการ​ BRN ทั้งที่ศูนย์การนำ​ (DPP) ที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน​ ทั้งในแนวร่วมปฏิวัติระดับสั่งการและแนวร่วมปฏิบัติ​ระดับดำเนินการ​ (DKP) ที่อยู่ในพื้นที่ อีกทั้งมีการขยายตัวของสมาชิกรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น​ ทำให้บางฝ่ายเชื่อว่า​ขบวนการ​ BRN​ ได้เปลี่ยนแปลงไปเป็น​ "องค์กร" ที่เป็นระบบมากขึ้น​ มีศักยภาพสูงขึ้น​ มีเงินทุนเพิ่มขึ้น และได้รับการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ​ ในทางเทคนิค​ เช่น​ การจัดองค์กร การแสวงหาสมาชิกใหม่​ การหาทุน​ หาแนวร่วม​ รวมทั้งในด้านการเจรจาสันติภาพ​หรือ​ "พูดคุยสันติสุข" ทั้งในพื้นที่ ในระดับชาติ​ และในระดับนานาชาติ

3.2) แต่ข้อสังเกตนี้ ยังไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐและหน่วยงานความมั่นคงของไทยโดยทั่วไป จึงทำให้รัฐไทยในรอบหลายปีที่ผ่านมา ขาดยุทธศาสตร์ (Winning Strategy) ที่จะเอาชนะภัยคุกคามใหม่นี้ อีกทั้งยังขาดการข่าวที่ดี ไม่สามารถวางกำลังป้องกันเหตุร้ายได้ทันท่วงที ขาดการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่​ ขาดการพัฒนาที่เหมาะสม ขาดแนวทางพูดคุยเจรจาที่มีประสิทธิภาพ และขาดความร่วมมือที่ดีกับเพื่อนบ้านและนานาชาติ และทั้งหมดนี้​ เป็น​"การเสียสมดุล" ของฝ่ายรัฐ​มานานหลายปี​ ส่งผลให้ "การเติบใหญ่ของ​ BRN" (The Rise of BRN) เป็น ไปอย่างรวดเร็วตามที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน

อ่านข่าว

มวลชนพร่อง -ช่องโหว่การข่าว สะท้อนศักยภาพรัฐ ท้าทายป่วน "ชายแดนใต้"

ล้อมคอก! ไฟใต้ลุกโชน "โจทย์หนัก" รัฐบาล 23 ปี ยังดับไม่ได้

"อนุทิน" นัดถก สมช. 31 ก.ค. ยก "แก้ไฟใต้" เป็นวาระเร่งด่วน