เปิดรายชื่อ 7 เล่มหนังสือรวมเรื่องสั้น เข้ารอบ Shortlist ซีไรต์ 2569

สังคม
20:40
จำนวนผู้ชม 102
Thai PBS
เปิดรายชื่อ 7 เล่มหนังสือรวมเรื่องสั้น เข้ารอบ Shortlist ซีไรต์ 2569

วันนี้ (27 ส.ค.2569) คณะกรรมการคัดเลือกรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2569 ได้พิจารณาคัดเลือกหนังสือที่ส่งประกวดจำนวน 71 เล่ม คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกในรอบแรก 15 เล่ม และมีมติเป็นเอกฉันท์เสนอหนังสือรวมเรื่องสั้นรอบคัดเลือก (Shortist) จำนวน 7 เล่ม ดังรายชื่อของหนังสือร้องตามลำดับตัวอักษรต่อไปนี้

1.กะลา-ลัง - รมณ กมลนาวิน

กะลา-ลัง เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่นำเสนอภาพความเป็นชุมชนผ่านมุมมองของตัวละคร อันหลากหลายทั้งในมิติทางชนชั้นและเชื้อชาติ ซึ่งต้องมาดำรงชีวิตในพื้นที่เดียวกันและต่อสู้ดิ้นรนเพื่อการมีชีวิตที่ดีร่วมกัน นำไปสู่ปฏิสัมพันธ์อันสลับซับซ้อนที่มีทั้งการแก่งแย่งและการเกื้อกูล

ผู้เขียนสะท้อนภาพความขัดแย้งได้อย่างคมคาย ไม่ว่าจะเป็นการเอารัดเอาเปรียบภายในชุมชน การกดขี่ขูดรีดจากความเหลื่อมล้ำทางสังคม ตลอดจนความแตกต่างทางค่านิยมของคนต่างรุ่น ซึ่งทั้งหมดมิใช่ภาพจินตนาการอันไกลตัว หากแต่เป็นความจริงใกล้ตัวที่กระตุ้นให้ผู้อ่านกลับมาตระหนักถึงคุณค่าของสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ในวันที่ความผูกพันในชุมชนเริ่มเลือนหายไปท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของสังคมร่วมสมัย

2.คอลลาจบรรเลง - แพรพลอย วนัช

คอลลาจบรรเลง ถ่ายทอดชีวิตของผู้คนหลากหลายผ่านเรื่องสั้นที่ว่าด้วยความรัก ความสัมพันธ์ ความพังทลาย ความฝัน ความโดดเดี่ยว ตลอดจนความเปราะบางของมนุษย์ในสังคมร่วมสมัย หากมองผ่านชีวิตธรรมดาเหล่านี้กลับพบความร้าวราน ซึ่งผู้ประพันธ์ค่อย ๆ เปิดเปลือกชั้นความหมายที่ซ่อนอยู่ให้ขบคิดและตีความ ตัวละครมีมิติและแรงขับภายใน ประสบการณ์และความคิดถูกหลอมรวมเข้ากับเรื่องราวอย่างแนบเนียน จนเกิดเป็นภาพของมนุษย์ผู้พยายามรักษาศักดิ์ศรี ความหวัง และการดำรงอยู่ท่ามกลางโลกที่ไม่แน่นอน

ผู้ประพันธ์ร้อยเรียงความหลากหลายภายใต้เอกภาพ ลีลาภาษามีรสนิยม ถ่ายทอดเรื่องราวอย่างละเมียดละไม ไม่หวือหวา แต่เปี่ยมด้วยพลังชั้นเชิงและสัญลักษณ์ที่ค่อย ๆ เผยนัยแก่ผู้อ่าน บางเรื่องแฝงอารมณ์ขันปนประชดเสียดสี บางเรื่องซ่อนความหม่นเศร้าสะเทือนใจ มีจังหวะรับส่งอารมณ์ ทำให้คอลลาจบรรเลง เป็นท่วงทำนองหลายท่อนที่แตกต่างแต่สอดประสานกันทางความคิด ความหมาย และวรรณศิลป์ อันชวนให้ผู้อ่านหวนมองโลกและความเป็นมนุษย์ด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง

3.นาคาร้องไห้ - ประเสริฐศักดิ์ ปัดมะริด

นาคาร้องไห้ เป็นวรรณกรรมสีสันท้องถิ่นเชิงสังคมที่สะท้อนภาพแทนวิถีชีวิต จิตวิญญาณ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของคนอีสาน ซึ่งถูกกลไกต่าง ๆ ของโลกทุนนิยมทำลายล้างจนแตกสลายอย่างน่าเศร้าสลดใจ ผ่านชั้นเชิงวรรณศิลป์ที่แปลกใหม่และงดงามสามแบบ คือ ชั้นเชิงการเล่าเรื่อง ชั้นเชิงการใช้สัญลักษณ์ และชั้นเชิงการใช้ภาษาที่ผสมผสานความเป็นท้องถิ่นอีสานเข้ากับโลกทุนนิยมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างแนบเนียนและแยบยล

นาคาร้องไห้จึงเป็นประจักษ์พยานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า แม้แผ่นดินและวิถีชีวิตของคนอีสานจะแปรเปลี่ยนไปตามโลกสมัยใหม่ แต่จิตวิญญาณอันเข้มข้นของความเป็นอีสานจะยังคงโลดแล่นและส่องประกายระยิบระยับ อยู่ในโลกวรรณกรรมเช่นนี้ ตลอดมาและตลอดไป

4.ผมจะเล่าเรื่องผีให้คุณฟัง - ชุติเดช ยารังษี

ผมจะเล่าเรื่องผีให้คุณฟัง นำเสนอประเด็นหลักเกี่ยวกับมายาคติต่อกลุ่มชุมชนชายขอบของภาคเหนือผ่านสัมพันธบทด้วยเรื่องเล่าทางมานุษยวิทยา มนต์ขลังทั้งตำนาน คติชนวิทยา ความเชื่อจากบรรพกาล ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและภูมิปัญญาชาวบ้าน นำไปสู่ผลกระทบต่อการกดทับกลุ่มคนระดับรากหญ้า จากจุดเล็ก ๆ ขยายใหญ่โตอันมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยทั้งความขัดแย้งทางความศรัทธา ศาสนา การเมือง และเศรษฐกิจระดับชาติ เพื่อยั่วล้อและฉายสภาพปัญหาสังคมด้วยมุมมองที่แปลกใหม่

ผู้เขียนสร้างเอกลักษณ์ของเรื่องเล่าตามแนวสัจนิยมมหัศจรรย์ นำเอาเรื่องราวความเชื่อพื้นบ้านหรือสิ่งปรากฏเหนือธรรมชาติมาตีความใหม่ให้กลมกลืนกับยุคสมัย ด้วยเทคนิคสร้างสรรค์ของบทละคร สารคดี เพลงพื้นบ้าน ภาษาถิ่น บทสวด โหราศาสตร์ และบทสนทนาออนไลน์ สอดรับกับบรรยากาศหม่นมัวชวนขนลุก ผสานความขันขื่นของตัวละคร ส่งผลให้รวมเรื่องสั้นชุดนี้มีความโดดเด่นทั้งเนื้อหาและรูปแบบอย่างมีสีสันครบทุกรส

5.ร่างแปลง : สมรภูมิแห่งความวิปลาสของเนื้อหนัง - วิภาส ศรีทอง

ร่างแปลง : สมรภูมิแห่งความวิปลาสของเนื้อหนัง ใช้ความวิปลาสของเนื้อหนังนำไปสู่คำถามพื้นฐานว่ามนุษย์คืออะไร โดยเฉพาะเมื่อร่างกาย ความทรงจำ ความเจ็บป่วย เสียง ความว่างเปล่า และสิ่งที่ไม่อาจเรียกชื่อได้เข้ามาร่วมกำหนดตัวตนของมนุษย์ ผู้ประพันธ์สร้างบรรยากาศที่นิ่งเงียบ เยือกเย็น และกดอารมณ์ ปล่อยให้ความผิดปกติค่อย ๆ ซึมออกมาจากชีวิตธรรมดาสามัญ จนความสยองของร่างกายอันวิปลาสค่อย ๆ แปรเป็นปริศนาเชิงอัตถิภาวะ ว่าขอบเขตที่เราใช้ยืนยันความเป็น "เรา" นั้น มีอยู่จริงหรือไม่

แม้เนื้อหาของแต่ละเรื่องจะแตกต่างกัน แต่ทั้งหมดมีแกนร่วมอยู่ที่ร่าง ตัวตน และอำนาจในการกำหนดตนเอง ตัวละครในเรื่องมิได้เพียงเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางกายเท่านั้น หากแต่ถูกผลักไปถึงจุดที่เส้นแบ่งระหว่างกายกับจิต ตนเองกับสิ่งอื่น และมนุษย์กับอมนุษย์เริ่มสลายตัว ด้วยเหตุนี้ ร่างแปลง : สมรภูมิแห่งความวิปลาสของเนื้อหนัง จึงสะท้อนแนวคิดหลังมนุษยนิยม (posthumanism) ซึ่งเป็นการรื้อถอนความเชื่อว่ามนุษย์เป็นศูนย์กลาง มีตัวตนเป็นเอกเทศ และครอบครองร่างของตนได้อย่างเบ็ดเสร็จ

6.หรือเราถูกเลือกให้แหลกสลาย - ศิริ มะลิแย้ม

หรือเราถูกเลือกให้แหลกสลาย เป็นรวมเรื่องสั้น ผ่านกลวิธี ชั้นเชิง ทางวรรณศิลป์ ที่ผู้เขียนมีความเชี่ยวชาญ สะท้อนชะตากรรม ความเจ็บปวด ความไม่ไว้วางใจ บาดแผลลึก ของชาวมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในสังคมที่ยากไร้และไม่เป็นธรรม

ผู้เขียนเรื่องนี้ วางตนเป็นผู้สะท้อนความสูญเสีย ผ่านเรื่องเล่าจากหลายมุมมอง ไม่ตัดสิน ทำลายล้าง โยนบาป หรือเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง บางเรื่องมีการเยียวยาจิตใจด้วยน้ำใจของผู้คนในชะตากรรมเลวร้ายเช่นเดียวกัน ดูสมจริง และสะเทือนใจ

7.อีหมวยคนหลายใจ และเรื่องสั้นอื่นๆ - นวพล พิสุทธิวงส์

รวมเรื่องสั้นนอกกระแส 9 เรื่อง ที่ผสมผสานแนวสัจนิยมและแนวเหนือจริง เพื่อสะท้อนภาพชีวิตของหนุ่มสาวออฟฟิศในเมืองหลวงยุคดิจิทัล ภายใต้ระบบทุนนิยม ผ่านวิธีการเล่าเรื่องที่ไร้สูตรสำเร็จและแหวกขนบเดิมอย่างสิ้นเชิง การเลือกใช้ภาษาร่วมสมัยของคนรุ่นใหม่ ควบคู่กับน้ำเสียงอันขมขื่น ช่วยชี้ให้เห็นว่า แม้เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียจะช่วยอำนวยความสะดวกหรือสร้างความรวดเร็วในการทำงานเพียงใดก็ตาม ทว่ากลับทำให้ผู้คนโดดเดี่ยว และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ที่เปราะบาง พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ

ด้วยแนวคิด กลวิธีการประพันธ์ ท่วงทำนองการใช้ภาษา และน้ำเสียงดังกล่าว ส่งผลให้หนังสือเล่มนี้สามารถรบกวนจิตใจ และสร้างอารมณ์ขำขื่นให้แก่ผู้อ่านได้อย่างทรงพลัง

ทั้งนี้จะมีการประกาศผลการตัดสินรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2569 ในวันศุกร์ที่ 9 ต.ค.2569 เวลา 13.00 น.

อ่านข่าว :

"อีกฟากด้านกระดานหก" โดย ศิวกานท์ ปทุมสูติ คว้ากวีนิพนธ์ซีไรต์ 2568

นวนิยาย "กี่บาด" ของประเสริฐศักดิ์ ปัดมะริด คว้ารางวัลซีไรต์ 2567

ทะเลสาบดอยเต่าแห้งขอด กระทบกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน-แพร้านอาหาร

ดันไทยฮับถ่ายหนังโลก ดึงกองถ่ายต่างชาติลงทุน ตั้งเป้าเงินสะพัด 1 หมื่นล้าน