หุ้นโลกพักฐาน รับยีลด์–น้ำมันพุ่ง  แนะทยอยสะสมเทคฯ-ทองคำ

เศรษฐกิจ
11:39
จำนวนผู้ชม 42
Thai PBS
หุ้นโลกพักฐาน รับยีลด์–น้ำมันพุ่ง   แนะทยอยสะสมเทคฯ-ทองคำ

วันนี้ ( 25 ส.ค.2569) ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุน ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เข้าสู่ช่วงพักฐานหลังปรับขึ้นต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ โดยดัชนี S&P 500 ลดลง 1.4% และ Nasdaq ลดลง 2.1% ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและยุโรปอ่อนตัวลง ส่วนตลาดหุ้น Asia ex-Japan ยังปิดบวก โดยภาพรวมการปรับฐานของตลาดมีแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยและมูลค่าหุ้นเป็นหลัก มากกว่าการชะลอตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียน ซึ่งยังมีแนวโน้มแข็งแกร่ง ขณะที่ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยในระยะสั้นยังอยู่ในระดับต่ำ

หุ้นโลกพักฐาน รับยีลด์–น้ำมันพุ่ง   แนะทยอยสะสมเทคฯ-ทองคำ

หุ้นโลกพักฐาน รับยีลด์–น้ำมันพุ่ง แนะทยอยสะสมเทคฯ-ทองคำ

ด้านตลาดตราสารหนี้และสินค้าโภคภัณฑ์ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้น 4.2 bps สู่ระดับ 4.73% และ Bond Yield ไทยอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 5.3 bps สู่ระดับ 2.10% หลังโครงการซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังไม่สามารถคลายความกังวลด้านภาระการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ และปริมาณพันธบัตรที่มีอยู่ในตลาด ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 6.6% สู่ระดับ 94.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความเสี่ยงด้านอุปทานและแรงกดดันต่ออิหร่าน ส่วนราคาทองคำเพิ่มขึ้นกว่า 5% จากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าและความต้องการถือครองเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และการคลัง

เน้นลงทุนอย่างมีวิจัย "ทองคำ-หุ้นเทคโนฯ" ยังสดใส

ทั้งนี้ศูนย์วิจัยกรุงไทย แนะนักลงทุนเน้นกลยุทธ์ Stay Invested หรือลงทุนต่อเนื่องอย่างมีวินัย ทยอยสะสมหุ้นกลุ่ม Technology และ Semiconductor ในช่วงที่ราคาปรับตัวลง และเน้นเลือกลงทุนในอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงหนุนจากนโยบายภาครัฐ เช่น AI และ Technology ขณะที่ Healthcare ช่วยกระจายความเสี่ยงด้านกำไรผ่านนวัตกรรมที่ไม่ขึ้นกับวัฏจักร AI

หุ้นโลกพักฐาน รับยีลด์–น้ำมันพุ่ง   แนะทยอยสะสมเทคฯ-ทองคำ

หุ้นโลกพักฐาน รับยีลด์–น้ำมันพุ่ง แนะทยอยสะสมเทคฯ-ทองคำ

สำหรับกองทุนอสังหาริมทรัพย์และ REITs ไทย แนะนำปรับมุมมองเป็น Neutral หลัง Dividend Yield Gap กลับมาใกล้ค่าเฉลี่ยระยะยาว ทำให้ Upside เริ่มจำกัด ด้านทองคำ คงเป้าหมายระยะ 6–12 เดือนที่ 4,915 และ 5,315 ดอลลาร์ต่อออนซ์

เกาะติดปัจจัยหนุนตลาดหุ้น-ทองคำ

โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การแถลงรายละเอียดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯ รายงานผลประกอบการของ NVIDIA ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ การประมาณการ GDP ไตรมาส 2 ครั้งที่ 2 ของสหรัฐฯ รวมถึงการประชุม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 26 สิงหาคม ซึ่งคาดว่า จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% และการประชุมธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ในวันที่ 27 สิงหาคม ซึ่งคาดว่า จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตลอดจนการประชุมสัมมนาประจำปีของ Fed ที่ Jackson Hole ระหว่างวันที่ 27–29 ส.ค. เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินและความแตกต่างของนโยบายธนาคารกลางทั่วโลก

หุ้นโลกพักฐาน รับยีลด์–น้ำมันพุ่ง   แนะทยอยสะสมเทคฯ-ทองคำ

หุ้นโลกพักฐาน รับยีลด์–น้ำมันพุ่ง แนะทยอยสะสมเทคฯ-ทองคำ

ด้านศูนย์วิจัยกรุงศรี วิเคราะห์ ว่า เศรษฐกิจโลกและไทย ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงขึ้นหลังสหรัฐฯ เตรียมประกาศคว่ำบาตรครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน ในส่วนของไทย แม้สินเชื่อโตสูงสุดในรอบ 3 ปี แต่คาด กนง. จะคงดอกเบี้ย โดยความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงสูงหลังกรอบการเจรจา 60 วัน ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านสิ้นสุดเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ปราศจากข้อตกลง สหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจผ่านมาตรการปิดล้อมทางทะเลและเตรียมคว่ำบาตอิหร่านรอบใหม่ แต่เพิ่มความเสี่ยงที่อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการดันราคาน้ำมันโลกให้สูงขึ้นเพื่อกดดันเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่กำลังประสบปัญหาค่าครองชีพ การขาดดุลทางการคลัง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น

กรุงศรีฯคาดกนง.คงดอกเบี้ย 1%

ขณะที่สภาวะเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะการเงินของSMEsและครัวเรือนยังคงตึงตัวธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)รายงานว่าการเติบโตของสินเชื่อดังกล่าวมาจากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่+6.6%ตามความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม สินเชื่อ SMEs และสินเชื่ออุปโภคบริโภคยังหดตัวต่อเนื่องที่ -4.6% และ -0.6% ตามลำดับ ตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังอยู่ในระดับสูง ด้านสัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 2.82% จากไตรมาสก่อนที่ 2.85% เนื่องจากการบริหารจัดการหนี้เสีย ทั้งการขายหนี้ การตัดหนี้สูญ และการปรับโครงสร้างหนี้

หุ้นโลกพักฐาน รับยีลด์–น้ำมันพุ่ง   แนะทยอยสะสมเทคฯ-ทองคำ

หุ้นโลกพักฐาน รับยีลด์–น้ำมันพุ่ง แนะทยอยสะสมเทคฯ-ทองคำ

แม้สินเชื่อรวมและสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่จะขยายตัว แต่สินเชื่อธุรกิจSMEs หดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และสินเชื่ออุปโภคบริโภคยังคงหดตัวเป็นปีที่ 3 ซึ่งสะท้อนว่าภาวะการเงินยังคงตึงตัว จากภาวะดังกล่าวประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังต่ำกว่าระดับศักยภาพ รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มขึ้นสูงกว่ากรอบเป้าหมายของทางการเพียงชั่วคราวและคาดว่าจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายภายในครึ่งแรกของปี 2570 ทั้งนี้ศูนย์วิจัยกรุงศรีจึงคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.00% ในการประชุมวันที่ 26 ส.ค. นี้ เพื่อหนุนภาวะการเงินให้ผ่อนคลายเพียงพอและประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้มีความต่อเนื่อง

ติดตามตัวเลข GDP สหรัฐฯ อาจออกมาแผ่ว

เว็บไซต์"ฮั่วเซ่งเฮง" วิเคราะห์ว่า สถานการณ์ที่น่าติดตาม ในวันที่ 26 ส.ค. สหรัฐฯ จะมีการประกาศตัวเลข Prelim GDP ไตรมาส 2/2026 ซึ่งมีแนวโน้มออกมาในทิศทางทรงตัวหรือชะลอตัวลงตามแรงส่งการบริโภคที่เริ่มแผ่วปลายไตรมาส โดยสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ (U.S. Bureau of Economic Analysis – BEA) เคยรายงานว่าการชะลอตัวนี้มาจากการปรับตัวลดลงของการใช้จ่ายภาครัฐ และการชะลอตัวของการลงทุนและการส่งออก ซึ่งได้รับการชดเชยบางส่วนจากการเร่งตัวขึ้นของการใช้จ่ายของผู้บริโภค Goldman Sachs คาดการณ์ว่าการเติบโตของการใช้จ่ายผู้บริโภคที่แท้จริง (Real Consumer Spending) ในช่วงครึ่งปีหลังจะชะลอตัวลงเหลือเพียง 1% – 1.5% เท่านั้น

หุ้นโลกพักฐาน รับยีลด์–น้ำมันพุ่ง   แนะทยอยสะสมเทคฯ-ทองคำ

หุ้นโลกพักฐาน รับยีลด์–น้ำมันพุ่ง แนะทยอยสะสมเทคฯ-ทองคำ

ปัจจัยข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ตัวเลข GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 2/2026 ที่จะมีการประกาศในวันที่ 26 ส.ค. มีโอกาสออกมาทรงตัวหรือน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ เนื่องจากปัจจัยด้านการบริโภคของสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวลง และปัจจัยด้านการคืนภาษีซึ่งเป็นปัจจัยบวกชั่วคราว โดยหากตัวเลขออกมาอ่อนแอจริง อาจเป็นบวกกับทองคำ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่เป็นหลุมหลบภัยในยามที่เศรษฐกิจเกิดความผันผวน แต่หากออกมาแข็งแกร่ง ก็มีโอกาสที่ทองจะปรับตัวลงเช่นกัน

จับตาถ้อยแถลง"เควิน วอร์ช" 28 ส.ค.นี้

นอกจากนี้ ในวันที่ 28 ส.ค. 69 นายเควิน วอร์ช จะใช้การประชุมแจ็กสันโฮล แถลงแนวโน้มนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ แนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด และการปฏิรูปเฟด (Fed Regime) สะท้อนจากการประชุมเฟดครั้งแรกของวอร์ชที่ไม่มีการส่ง Dot Plot และตัด Forward Guidance หรือการชี้นำล่วงหน้าถึงแนวโน้มดอกเบี้ยในแถลงการณ์ประชุม เพื่อให้ข้อมูลเศรษฐกิจและกลไกตลาดเป็นตัวนำทิศทางที่แท้จริง ทั้งนี้ หากการประชุมแจ็กสันโฮลมีการพิจารณาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตเพื่อควบคุมให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายที่ 2% อย่างจริงจัง อาจกดดันให้ราคาทองคำ Sideways หรือมีทิศทางลงได้ แต่หากเป็นในกรณีที่ไม่มีแนวโน้มที่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อและมีการเปิดทางลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า จากการที่เฟดมองแนวโน้มเงินเฟ้อลดลง ก็อาจหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องได้เช่นกัน

นายเควิน วอร์ช ประธานเฟด

นายเควิน วอร์ช ประธานเฟด

ปัจจัยข้างต้น ทำให้ถนนทุกสายล้วนจับจ้องไปที่มุมมองนโยบายการเงินของเฟดที่มีต่อเงินเฟ้อซึ่งเป็นปัจจัยหลักอันดับต้นๆ ของตลาดทองคำ เนื่องจากตลาดทองคำมักจะปรับตัวขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ แต่ก็มักจะปรับตัวลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงเช่นกัน ทำให้เรายังคงต้องจับตาเงินเฟ้อ ตลาดแรงงาน และถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ในการประชุมครั้งนี้

ส่วนปัจจัยที่อาจกดดันให้ราคาทองปรับตัวลงอีกปัจจัย คือ สหรัฐฯ เตรียมเริ่มใช้ยุทธวิธีเตรียมเปิดปฏิบัติการสงครามเศรษฐกิจ (Economic Warfare) ต่ออิหร่าน หรือคว่ำบาตรอิหร่าน อาจทำให้อิหร่านได้รับแรงกดดันที่สูงขึ้นอีกขั้น อาจกดดันให้ทองคำปรับตัวลง เนื่องจากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากภาคพลังงานกลับมาอีกครั้ง

อ่านข่าว:

จับตาเกณฑ์ล้อมคอกธุรกิจ Data Center ในไทย

ชู 5D เปลี่ยนเกมเศรษฐกิจไทย โจทย์ใหญ่ เร่งสร้างมูลค่ารับโลกเปลี่ยน

ผังเมืองใหม่ กทม. เขย่าสมรภูมิอสังหาฯ ดึงกำลังซื้อไหลกลับเข้าเมือง กดดันย่านปริมณฑล