เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2569 เวลาประมาณ 21.10 น. เกิดเหตุลอบวางเพลิง และวางระเบิด โรงรถและป้อมยาม สำนักงานเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง หมู่ 3 ต.พ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี โดยพบว่า มีผู้ก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 6 คน ลอบเข้ามาภายในเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง จากนั้นกระจายกำลังเข้าวางเพลิงรถยนต์ของเทศบาล ที่จอดอยู่ภายในโรงรถ เป็นเหตุให้รถยนต์ได้รับความเสียหายจำนวน 3 คัน ประกอบด้วยรถดับเพลิง รถเก็บขยะ และรถกระบะของเทศบาล
นอกจากนี้ผู้ก่อเหตุอีกกลุ่มได้นำระเบิดแสวงเครื่อง ไปวางไว้ที่บริเวณป้อมยาม ก่อนหลบหนี จากนั้นไม่นานระเบิดที่วางไว้ได้เกิดระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้ป้อมยามได้รับความเสียหาย หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าดับเพลิงได้เร่งช่วยกันดับไฟ เพื่อควบคุมเพลิงไม่ให้ลามไปยังอาคารของเทศบาล ไม่นานก็สามารถควบคุมเพลิงไหว้ได้
ขณะที่ทางด้านฝ่ายความมั่นคงได้แจ้งเตือนไปยังสถานที่ราชการต่าง ๆ และ หน่วยกองกำลังในพื้นที่ให้เพิ่มเฝ้าระวังสถานที่และฐานที่มั่นของตนเอง หลังพบว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยังคงมีการเคลื่อนไหวในการก่อเหตุกับสถานที่ราชการและแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญ เพื่อหวังทำลายความเชื่อมั่นของทางภาครัฐ พร้อมทั้งสั่งการให้ทุกหน่วย แจ้งกำชับกำลังพลให้มีความพร้อมเต็มกำลัง สำรวจบริเวณโดยรอบที่ตั้งเพื่อป้องกันการถูกโจมตี และหากเกิดเหตุการณ์สามารถตอบโต้ได้ทันที
แม่ทัพภาค 4 ชี้ป่วนใต้ทำลายความเชื่อมั่นของรัฐ
พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เดินทางลงพื้นที่ตรวจเทศบาลเมืองตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี หลังผู้ก่อเหตุกว่า 10 คน จับตัวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และลอบวางระเบิดที่ทำการเทศบาล ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้อาคารได้รับความเสียหาย
แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทราบมาแล้ว 2 เดือนว่า จะมีการก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้ โดยเฉพาะพุ่งเป้าสถานที่ราชการ เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ และได้แจ้งหน่วยงานต่าง ๆ ให้เฝ้าระวัง แต่ไม่รู้วันเวลาว่าจะก่อเหตุเมื่อไหร่ ซึ่งได้เรียกเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้ง 3 จังหวัด เตรียมความพร้อม หลังจากนี้ต้องมีมาตรการในเชิงรุกมากขึ้น
ขณะเดียวกัน แม่ทัพภาคที่ 4 เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน ซึ่งพักรักษาตัว อยู่ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส ซึ่งจากการตรวจรักษาของทีมแพทย์พบว่า ผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คนอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว
แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่า ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ใช้เฮลิคอปเตอร์ และโดรนบินลาดตระเวนตามเส้นทางต่าง ๆ เพื่อรักษาความปลอดภัย แต่ไม่ได้ใช้อาวุธยิงลงมาอากาศยาน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนเชิงลึก และพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามขั้นตอน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และสร้างความกระจ่างให้แก่สังคม
สำหรับเหตุความรุนแรง ที่เกิดขึ้นตั้งแต่กลางดึก วันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อเหตุกระจายกำลังก่อเหตุใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งหมด 74 จุด แยกเป็น จ.นราธิวาส รวม 40 จุด ใน 13 อำเภอ, จ.ยะลา รวม 21 จุด พื้นที่ 6 อำเภอ , และ จ.ปัตตานี รวม 13 จุด ใน 6 อำเภอ ทั้งนี้ เหตุการณ์ส่วนใหญ่ เป็นเหตุระเบิด, ยิงก่อกวน, ลอบวางเพลิง-เผา, และทำลายทรัพย์สิน
อ่านข่าว :
รฟท.ประกาศปิดทาง “สถานีมะรือโบ–สถานีตันหยงมัส” ชั่วคราว รางเสียหายจากเหตุระเบิด
กอ.รมน.ภาค 4 แจงเหตุป่วนใต้ ยันไม่มีเฮลิคอปเตอร์ยิงใส่ชาวบ้าน
"อธิบดีปกครอง" สั่งท้องถิ่นยกระดับขั้นสูงสุด ป้องกันเหตุชายแดนใต้
นายกฯ ถกด่วนฝ่ายความมั่นคง-ผบ.เหล่าทัพ ติดตามเหตุใต้
ตรวจสอบเหตุสร้างสถานการณ์ไม่สงบใน "ยะลา" 5 อำเภอ รวม 20 จุด
"นราธิวาส" สรุปเหตุลอบวางระเบิด-วางเพลิง-เผายางรถ รวม 40 จุด บาดเจ็บ 3 คน
