วันนี้ (20 ส.ค.2569) นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการการแข่งขันทางการค้า สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางและแผนปฏิบัติ การเกี่ยวกับสภาพการแข่งขันในตลาดเรียกรถโดยสารบนแพลตฟอร์ม (Ride-hailing) ครั้งที่ 1/2569 ว่า หลังสถานการณ์โควิด -19 ธุรกิจ Food Delivery เติบโตอย่างรวดเร็ว
นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการการแข่งขันทางการค้า สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.)
นางวรวรรณ กล่าวต่อว่า ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร หรือผู้ขับรถรับส่งอาหาร (ไรเดอร์) ต่างก็ประสบปัญหากับผู้ให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มรับและส่งอาหาร ดังนั้นช่วงปลายปี 2563 กขค. ออกประกาศเรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มรับ และส่งอาหารกับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร (ไกด์ไลน์ Food Delivery) เพื่อกำกับดูแลตลาดธุรกิจ Food Delivery
โดยตั้งแต่ ธ.ค.2563-ปัจจุบัน ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรับและส่งอาหาร รวม 17 เรื่อง และยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับขนาดของตลาดธุรกิจ Food Delivery ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
ล่าสุดที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯมีมติเห็นชอบเอกสารหลักการ ข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลบริการเรียกรถโดยสาร และบริการจัดส่งออนดีมานด์ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันนี้ - 31 ส.ค.2569
คุมแพลตฟอร์มเรียกรถ – ส่งของ กขค.ชง“กติกาเหล็ก” ปิดช่องเอาเปรียบไรเดอร์ - ผู้บริโภค
สำหรับตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน (Ride-hailing) เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าตลาดในปี 2568 ประมาณ 45,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่า 49,000 ล้านบาท ภายในปี 2572 ปัจจุบันตัวเลขจำนวนไรเดอร์ ที่อยู่ในตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันมีมากกว่า 400,000 ราย สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วในธุรกิจดังกล่าว
ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันและบริการจัดส่งออนดีมานด์ (อาทิ Food Delivery) ในไทยเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง หลังผู้ให้บริการรายใหญ่บางราย ยุติกิจการในไทย ทำให้สภาพตลาดกระจุกตัวสูง โดยมีผู้เล่นรายใหญ่เพียง 2 ราย (Duopoly) ทั้งยังพบประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน ในตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน และบริการจัดส่งออนดีมานด์
คุมแพลตฟอร์มเรียกรถ – ส่งของ กขค.ชง“กติกาเหล็ก” ปิดช่องเอาเปรียบไรเดอร์ - ผู้บริโภค
นางวรวรรณ กล่าวอีกว่า ประเด็นที่พบในธุจกิจดังกล่าว เช่น โครงสร้างค่าธรรมเนียม (GP) ที่ไม่เป็นธรรม ปัญหาระบบอัลกอริทึม เช่น การบังคับใช้ระบบพ่วงงาน (Batching) ที่บังคับให้ไรเดอร์รับงาน 2 ร้านและส่ง 2 ที่พร้อมกัน แต่กลับปรับลดค่ารอบลง ปัญหาระบบจัดลำดับงานที่เอื้อไรเดอร์ระดับสูง
ปัญหาความคลาดเคลื่อนของระบบ GPS ที่ทำให้ระยะทางไม่ตรงกับความเป็นจริง และการใช้ Dark Patterns ทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิด และยังพบความเหลื่อมล้ำด้านต้นทุนระหว่างแท็กซี่สาธารณะที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวด กับรถส่วนบุคคล ที่นำมาให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม จนอาจก่อให้เกิดสนามแข่งขันที่ไม่เท่าเทียม
คุมแพลตฟอร์มเรียกรถ – ส่งของ กขค.ชง“กติกาเหล็ก” ปิดช่องเอาเปรียบไรเดอร์ - ผู้บริโภค
กขค. เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว ประกอบกับไกด์ไลน์ Food Delivery เคยออกประกาศใช้เมื่อปลายปี 2563 แต่ยังไม่ครอบคลุมถึงธุรกิจบริการเรียกรถและบริการจัดส่งออนดีมานด์ จึงจัดทำ ข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลบริการเรียกรถโดยสาร และบริการจัดส่งออนดีมานด์ เพื่อกำกับดูแลการประกอบธุรกิจให้ครอบคลุม ทั้งธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน และบริการจัดส่งออนดีมานด์
สำหรับหลักเกณฑ์เพื่อกำกับดูแลผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม เช่น การเรียกเก็บ GP ค่าโฆษณา และค่า Promotion ที่ไม่เป็นธรรม การกำหนดเงื่อนไขจำกัดสิทธิ (Exclusive Dealing) และบังคับราคาเท่ากันทุกช่องทาง (Rate Parity) การออกแบบการใช้งานของแพลตฟอร์มไม่โปร่งใส จนทำให้ผู้ใช้งานส่งคำสั่งไปโดยเข้าใจผิด (Deceptive Patterns/ Dark Patterns) การจัดลำดับหรือแสดงบริการของแพลตฟอร์มตนเองก่อน (Self-preferencing) ควบคู่กับการกำหนดมาตรฐานที่แพลตฟอร์มต้องปฏิบัติ
คุมแพลตฟอร์มเรียกรถ – ส่งของ กขค.ชง“กติกาเหล็ก” ปิดช่องเอาเปรียบไรเดอร์ - ผู้บริโภค
ทั้งนี้ กขค. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อกำหนดดังกล่าว โดยจะนำความเห็นที่ได้รับมาพัฒนาหลักเกณฑ์และกฎระเบียบ เพื่อยกระดับการกำกับดูแลตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน และบริการจัดส่งออนดีมานด์ของไทย ให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรมทั้งผู้ให้บริการและผู้บริโภค คาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในสิ้นเดือนก.ย.นี้
อ่านข่าว:
ลุยตรวจนิติบุคคล 36,277 ราย กรมพัฒน์ฯ แฉต่างชาติ ถือครองโฉนดที่ดินอื้อ
เอกซเรย์เกาะเต่า ขยายผลสกัดนอมินี พาณิชย์ พบธุรกิจท่องเที่ยวผิดกฎหมาย
เดินหน้าสกัดนอมินีต่างชาติ พณ.หารือสภาวิชาชีพ ตัดวงจรเอื้อธุรกิจผิดกม.
