ปภ. เผยสถานการณ์น้ำโขง จ.บึงกาฬ อยู่ในระดับเฝ้าระวัง

ภูมิภาค
14:04
จำนวนผู้ชม 324
Thai PBS
ปภ. เผยสถานการณ์น้ำโขง จ.บึงกาฬ อยู่ในระดับเฝ้าระวัง
ผู้ช่วย AI

วันนี้ (10 ส.ค.2569) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขง จ.บึงกาฬ ว่า วันนี้ เวลา 08.00 น. ระดับน้ำในแม่น้ำโขงอยู่ที่ 12.06 เมตร ซึ่งอยู่ในระดับแจ้งเตือนเฝ้าระวัง (ธงเหลือง) ตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัย จ.บึงกาฬ แต่ยังต่ำกว่าระดับตลิ่ง

ปภ.จังหวัดบึงกาฬ เตรียมความพร้อมและได้แจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง ให้เฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำหลาก ดินถล่ม รวมถึงสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงและแม่น้ำสงคราม มาตั้งแต่วันที่ 5 และ 7 ส.ค.2569

พร้อมทั้งได้ส่งการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2569 เวลา 18.00 น. "แจ้งระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น" และให้ประชาชนในพื้นที่ 4 อำเภอที่ติดแม่น้ำโขง ได้แก่ อ.เมืองบึงกาฬ อ.ปากคาด อ.บุ่งคล้า และ อ.บึงโขงหลง พร้อมขอให้ติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ

ขณะเดียวกัน จ.บึงกาฬ ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมขึ้นธงเหลืองแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

ด้านศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 7 สกลนคร ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาดท่อส่ง 14 นิ้ว ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนที่บริเวณจุดเสี่ยงโรงเรียนบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ เพื่อประจำการสูบระบายน้ำเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

ขณะที่ ระดับน้ำในแม่น้ำโขง ที่ จ.นครพนม มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และคาดว่าจะล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำ ช่วงวันที่ 10-14 ส.ค.2569 ในพื้นที่ อ.เมืองฯ อ.ท่าอุเทน อ.ธาตุพนม อ.บ้านแพง ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขง ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ ดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และติดตามข่าวสารจากทางราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด หากต้องการความช่วยเหลือ ให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. ในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784

รัฐบาลสั่งตั้งวอร์รูม 24 ชม. รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคเหนือ

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคเหนือ ได้มีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับรูปแบบการทำงานเข้าสู่การบริหารจัดการเชิงรุก เพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวนขั้นสุด

จากการประเมินสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ภาคเหนือยังเผชิญความเสี่ยงหลายด้าน ทั้งฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และภัยแล้งในบางพื้นที่ จึงกำชับให้ทุกจังหวัดเตรียมพร้อม โดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ย่อย และเตรียมกำลังคน เครื่องจักรกล และรถสูบน้ำให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ในข้อสั่งการดังกล่าว ยังกำชับเรื่องการประเมินความเสี่ยง โดยหากประเมินแล้วพบว่ามีความเสี่ยงภัยสูง ให้จังหวัดพิจารณาใช้เงินทดรองราชการกรณีฉุกเฉินได้ทันที เพื่อบรรเทาความเสียหายล่วงหน้า และต้องไม่ปล่อยให้ระเบียบหรือขั้นตอนทางราชการกลายเป็นอุปสรรคต่อการช่วยเหลือประชาชน โดยให้เน้นการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับแรกๆ หากสถานการณ์รุนแรงจนต้องมีการอพยพ

ส่วนมาตรการระยะยาวว่า สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง รัฐบาลได้สั่งการให้เร่งประเมินน้ำต้นทุน และสำรองน้ำอุปโภคบริโภค รวมทั้งประสานเกษตรกรปรับแผนการเพาะปลูก ส่วนกรณีหลังเกิดเหตุอุทกภัย ให้เจ้าหน้าที่ปูพรมสำรวจและเร่งจ่ายเงินเยียวยาฟื้นฟูโดยเร็วที่สุด เพื่อคืนชีวิตปกติให้ประชาชนให้ได้ไวที่สุด

อ่านข่าว :

"ฉลอง เรี่ยวแรง" เปิดใจปมยิงนายก อบจ.นนทบุรี อ้างทวงหนี้ 11 ล้าน อีกฝ่ายปฏิเสธคุย

เปิดวินาที "ฉลอง เรี่ยวแรง" บุกยิง "ธงชัย" นายก อบจ.นนทบุรี

ประวัติ "ฉลอง เรี่ยวแรง" จาก สส.นนทบุรี สู่เส้นทางการเมืองหลากขั้ว