วันนี้ (10 ส.ค.2569) กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.40 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 33.05 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.03-33.45 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือน เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่
ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ที่สลับไปมาระหว่างการยกระดับและการลดระดับความตึงเครียด ทำให้ราคาน้ำมันผันผวน โดย สก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ กล่าวว่า มีโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงได้ในเร็ววัน เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ดี อิหร่านมีแผนที่จะห้ามเรือของสหรัฐฯ และอิสราเอล ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และจะกำหนดให้ประเทศที่ถือเป็นฝ่ายตรงข้าม ต้องจ่ายค่าชดเชยก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เส้นทางเดินเรือดังกล่าว
ด้านเงินเยนมีเสถียรภาพมากขึ้น หลังสหรัฐฯเข้าร่วมพยุงค่าเงินกับญี่ปุ่น พร้อมส่งสัญญาณว่าญี่ปุ่นสามารถใช้วงเงิน FIMA Repo Facility ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เพื่อจัดหาเงินดอลลาร์สำหรับการแทรกแซงค่าเงินเยนในอนาคต โดยไม่จำเป็นต้องขายพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ถืออยู่ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 8,964 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 9,579 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ตลาดจะให้ความสนใจกับตัวเลขเงินเฟ้อ และยอดค้าปลีกเดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ โดยสื่อรายงานว่า เควิน วอร์ช ประธานเฟด พร้อมจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน หากข้อมูลเงินเฟ้อในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้าออกมาร้อนแรง
รายงานดังกล่าวสะท้อนถึงความไม่สบายใจของประธานเฟด ต่อปฏิกิริยาของตลาดหลังการประชุมรอบล่าสุด ซึ่งส่งผลให้เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ชันขึ้นอย่างมาก อนึ่ง การจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลง 23,000 ตำแหน่งในกรกฎาคมขณะที่ข้อมูลย้อนหลังบ่งชี้ว่าการจ้างงานเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนถูกทบทวนลง 103,000 ตำแหน่ง เมื่อเทียบกับที่รายงานก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม อัตราการว่างงานลดลงสู่ 4.1% เนื่องจากมีประชาชนออกจากกำลังแรงงาน
สำหรับปัจจัยในประเทศ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนกรกฎาคมของไทยเพิ่มขึ้น 1.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ชะลอลงจากผลของราคาน้ำมัน โดยเงินเฟ้อยังคงอยู่ภายในกรอบเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ที่ 1-3%
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมพลังงานและอาหารสดอยู่ที่ 1.34% กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มสูงขึ้นในเดือนสิงหาคม และคาดว่าจะอยู่ที่ 2.09% ในไตรมาส 3 โดยยังคงประมาณการเงินเฟ้อไว้ที่ 1.5-2.5% สำหรับปีนี้
อ่านข่าว:
ส่งออก “พระเอก”ดันเศรษฐกิจไทย จับตาบาทผันผวน-น้ำมันพุ่ง-กดดันครึ่งปีหลัง
เตือนเศรษฐกิจไทยติดกับดักโตต่ำ โอกาสกลับมาโตเกิน 3% ยังริบหรี่
ผู้ว่าธปท. ย้ำไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย ชี้เศรษฐกิจไทยโต 2.3% ยังเปราะบาง
