เหตุคดีสะเทือนขวัญ กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว นายฑนา หรือ ป๋อง และ นายธงชัย หรือ ธง 2 ผู้ต้องหาก่อเหตุอุ้มฆ่าสังหาร 2 พี่น้องชาวรัสเซีย และฆ่าฝังศพชิงทรัพย์ครอบครัวคนไทยอีก 3 คน (พ่อ แม่ ลูก) รวมผู้เสียชีวิตถึง 5 คน ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งผู้ต้องหาเพิ่งพ้นโทษในคดีเก่ามาได้ไม่นาน ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรการควบคุมความปลอดภัยและการลงโทษผู้กระทำผิดในสังคมไทย
ล่าสุด วันนี้ (1 ส.ค.2569) ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต. นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ถึงกรณีดังกล่าวว่า คดีของนายฑนาและนายธงชัย เป็นผลพวงโดยตรงจากความล้มเหลวของภาครัฐในการบังคับใช้กฎหมาย ในกระบวนการยุติธรรม และการแก้ปัญหายาเสพติดที่เรื้อรัง จนสร้างความหวาดกลัว ทำให้ประชาชนไม่ปลอดภัย ส่วนตัวไม่ใช่คนนิยมความรุนแรง แต่มองว่า กระบวนการยุติธรรมต้องเด็ดขาด
"หมอเหรียญทอง" สะท้อนสังคมไทยอ่อนแอ-กฎหมายไร้ความเด็ดขาด
พล.ต.นพ.เหรียญทอง กล่าวว่า กรณีของ นายป๋องและนายธง ซึ่งเพิ่งพ้นโทษมา แต่กลับมาก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ครอบครัวคนไทย 3 พ่อแม่ลูก และผ่านไปไม่นานก็ก่อเหตุฆ่า 2 พี่น้องชาวรัสเซียอีก 2 คน เหตุการณ์นี้สะท้อนชัดเจนว่า สังคมไทยกำลังอ่อนแอและไร้ความปลอดภัยอย่างยิ่ง
สาเหตุหลักมาจากกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เด็ดขาด มีความเมตตาต่อผู้กระทำผิดหรือคนชั่วเกินไป แต่กลับไร้ความเมตตาต่อผู้บริสุทธิ์และครอบครัวของผู้สูญเสีย เรามักได้ยินคำพูดทำนองว่า "ฟื้นคืนชีวิตผู้ตายไม่ได้ จึงควรให้โอกาสคนชั่วคืนสู่สังคม"
สำหรับผู้ก่อเหตุร้ายแรงเช่นนี้ โทษเดียวที่สมควรได้รับ คือการประหารชีวิต ไม่ต้องโลกสวยเรื่องสิทธิมนุษยชน ตามต่างประเทศ เพื่อให้ผู้กระทำผิดเข็ดหลาบและสังคมกลับมาสงบสุข
ชี้ "วงจรอุบาทว์" กรมราชทัณฑ์ลดโทษ เสนอตั้ง SOP ประหารชีวิตคนชั่ว
พล.ต. นพ.เหรียญทอง ระบุว่า กฎหมายเรื่องโทษประหารชีวิต มีอยู่ใน พ.ร.บ. อยู่แล้ว แต่ปัญหาคือเราไม่บังคับใช้จริง ศาลสั่งประหารชีวิตแล้ว แต่ต่อมาได้รับการเมตตานำมาลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต จากนั้นเมื่อเข้าสู่กระบวนการของกรมราชทัณฑ์ ก็ได้รับการลดโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนพ้นโทษออกมาทำชั่วใหม่ กลายเป็น "วงจรอุบาทว์"
กระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ชั้นตำรวจไปจนถึงชั้นศาล ต้องพิจารณาว่า ผู้ต้องหาเป็นคนที่ไม่สมควรได้รับการเมตตาหรือไม่ หากไม่สมควรก็อย่าเมตตา เพราะนั่นคือการทำร้ายสังคม หากตนมีอำนาจบริหาร การประหารชีวิตต้องทำเป็นระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนและต่อเนื่อง
อย่าไปดัดจริตเดินตามต่างประเทศ จนลืมดูบริบทในบ้านเรา ประเทศไทยต้องดูความเหมาะสม เมตตาได้กับคนที่ควรเมตตา แต่กับคนที่พ้นโทษมาแล้วไปฆ่าคนไทย 3 คน แล้วถัดมาก็ไปฆ่าชาวรัสเซียอีก 2 คน ไม่ต้องกลัวว่า ต่างชาติจะมองว่าเราเถื่อน การลงโทษคนชั่วอย่างเด็ดขาดต่างหาก ที่จะทำให้บ้านเมืองมีระเบียบและสงบสุข
พล.ต.นพ.เหรียญทอง กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันระบบการบังคับใช้กฎหมายมีช่องทางเลี่ยงบาลีเต็มไปหมด ข้าราชการและนักการเมืองที่มีหน้าที่รับผิดชอบกลับพึ่งพาไม่ได้ คดีใหญ่ระดับนี้กลับใช้เวลานานนับปีกว่าจะพิจารณาเสร็จ พอสั่งประหารชีวิตสุดท้ายก็ไม่ได้ประหารจริง ปล่อยให้เกิดคดีซ้ำซากจนสังคมไทยเริ่มเหลืออดกับความล้มเหลวในการจัดการปัญหานี้
ถ้าเรายังแก้ปัญหาแบบ วัวหายล้อมคอก กฎหมายมีแต่ไม่นำมาใช้ เจ้าหน้าที่รัฐไม่จริงจัง สังคมไทยก็จะมีคนบริสุทธิ์ต้องสังเวยชีวิตให้กับคนชั่วเหล่านี้อีกเรื่อย ๆ
รายงาน : ภัทราพร ตั๊นงาม ผู้สื่อข่าวอาวุโส ไทยพีบีเอส
อ่านข่าว :
“นายกฯ” บินด่วนชลบุรี ตามคดีฆ่า 2 พี่น้องชาวรัสเซีย-3 พ่อแม่ลูก
"ป๋อง-ธง" ชี้จุดฝังศพ 2 พี่น้องรัสเซีย ก่อนขยายผลเจอฆ่ายกครัวอีก 3 ศพ
เริ่มแล้ว! ชำระค่าปรับจราจรผูกต่อภาษี รัฐย้ำมุ่งลดอุบัติเหตุไม่ได้ลงโทษ
