วัสดุที่ถูกพูดถึงทุกครั้งเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ในสถานบันเทิงหรือสถานประกอบการ คือ "โฟมซับเสียง" หรือ "แผ่นซับเสียง" โดยเฉพาะโฟมรังไข่ที่ผลิตจากโพลียูรีเทนโฟม (PU Foam) ซึ่งหากเป็นวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่มีการเติมสารหน่วงการลามไฟ เมื่อเกิดการติดไฟ อาจทำให้เปลวไฟลุกลามได้อย่างรวดเร็ว และก่อให้เกิดควันหนาทึบ รวมถึงก๊าซพิษจากการเผาไหม้
ทีมข่าวไทยพีบีเอส พูดคุยกับผู้จำหน่ายแผ่นซับเสียง ซึ่งให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันแผ่นซับเสียงที่จำหน่ายแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ แผ่นซับเสียงชนิดหน่วงการลามไฟ และแผ่นซับเสียงแบบทั่วไป โดยการเลือกใช้งานขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ ลักษณะของสถานที่ และงบประมาณของลูกค้า ซึ่งวัสดุทั้ง 2 ประเภทมีราคาต่างกัน
เปรียบเทียบคุณสมบัติ "แผ่นซับเสียง" หน่วงไฟ-แบบทั่วไป ต่างกันอย่างไร
เพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติของวัสดุ ทีมข่าวนำแผ่นซับเสียงทั้ง 2 ชนิดมาทดลองภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน โดยใช้เปลวไฟสัมผัสวัสดุในระยะเวลาใกล้เคียงกัน
ผลการทดลองพบว่า แผ่นซับเสียงแบบทั่วไปเริ่มติดไฟได้อย่างรวดเร็ว เปลวไฟลุกลามต่อเนื่อง แม้นำแหล่งกำเนิดไฟออกแล้ว วัสดุบางส่วนยังคงเผาไหม้ต่อ พร้อมเกิดควันสีดำในปริมาณมาก
ส่วนแผ่นซับเสียงชนิดหน่วงการลามไฟ แม้ผิววัสดุจะได้รับความเสียหายจากความร้อน แต่เปลวไฟลุกลามช้ากว่า และเมื่อยกแหล่งกำเนิดไฟออก เปลวไฟดับลงทันที ไม่เกิดการลุกไหม้ต่อเนื่องเช่นเดียวกับวัสดุทั่วไป
เปรียบเทียบคุณสมบัติ "แผ่นซับเสียง" หน่วงไฟ-แบบทั่วไป ต่างกันอย่างไร
อย่างไรก็ตาม การทดลองครั้งนี้เป็นเพียงการเปรียบเทียบคุณสมบัติของวัสดุในสภาวะจำลองเท่านั้น ไม่สามารถใช้ยืนยันหรือสรุปสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ครั้งใดได้ เนื่องจากการเกิดเพลิงไหม้จริงยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย ทั้งแหล่งกำเนิดประกายไฟ ปริมาณออกซิเจน โครงสร้างอาคาร และวัสดุอื่น ๆ ภายในอาคาร
จากการลงพื้นที่สำรวจร้านจำหน่ายแผ่นซับเสียง ทีมข่าวพบว่า ปัจจุบันมีวัสดุให้เลือกหลายประเภท แต่แบ่งหลัก ๆ เป็น 2 แบบ คือชนิดหน่วงการลามไฟ และชนิดทั่วไป โดยแผ่นซับเสียงชนิดหน่วงการลามไฟจะมีราคาสูงกว่าแบบทั่วไปประมาณหลักร้อยบาทต่อตารางเมตร
เปรียบเทียบคุณสมบัติ "แผ่นซับเสียง" หน่วงไฟ-แบบทั่วไป ต่างกันอย่างไร
สาลินี งามพงศ์วานิช ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทจำหน่ายแผ่นซับเสียง ระบุว่า แผ่นซับเสียงที่ป้องกันการลามไฟ นิยมใช้ในอาคารสาธารณะ โรงแรม และสถานประกอบการ ที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด แต่บางแห่ง อาจเลือกใช้วัสดุที่คำนึงถึงต้นทุน โดยเลือกซื้อในราคาที่ถูกกว่า
ทีมข่าวยังให้ผู้จำหน่ายทดลองคำนวณราคาวัสดุ หากติดตั้งแผ่นซับเสียงภายในร้าน "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 164 ตารางเมตร พบว่า หากใช้แผ่นซับเสียงแบบทั่วไป ราคาวัสดุจะอยู่ที่ประมาณ 82,000 บาท ขณะที่แผ่นซับเสียงชนิดหน่วงการลามไฟ จะมีราคาประมาณ 114,000 บาท หรือสูงกว่าราว 32,000 บาท โดยราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าติดตั้ง
เปรียบเทียบคุณสมบัติ "แผ่นซับเสียง" หน่วงไฟ-แบบทั่วไป ต่างกันอย่างไร
ด้านนายจุลดิษย์ จายนียโยธิน รองประธานคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมป้องกันอัคคีภัย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ระบุว่า ตามกฎกระทรวงเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบริการ พ.ศ.2555 มีข้อบังคับชัดเจน ว่า วัสดุประเภทโฟม หรือ แผ่นซับเสียง ต้องมีคุณสมบัติ ป้องกันการลามไฟ และมีดัชนีการเกิดควันต่ำ
แต่สถานที่เกิดเหตุ ไม่ได้จดทะเบียนเป็นสถานบริการ และอยู่นอกพื้นที่โซนนิ่ง จึงไม่มีข้อบังคับ เรื่องวัสดุ หรือ ระบบความปลอดภัยอัคคีภัยเข้มงวดเท่ากับสถานบริการ
นอกจากนี้ นายจุลดิษย์ มองว่า หากผู้ประกอบการ เลือกใช้วิธีเลี่ยงกฎหมาย ไปจดทะเบียนสถานประกอบการเป็นประเภทอื่น เพื่อลดข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไข
อ่านข่าว :
เสียชีวิตอีก 1 คน เพิ่มเป็น 31 คน จากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
ผบ.ตร.เผยคดีไฟไหม้โรงเบียร์ ยังสอบปมประตูทางออก-ใบอนุญาต
นายกฯ จ่อรื้อ กม.โซนนิ่งสถานบันเทิง ไม่รู้ชายแต่งชุดทหารยืนประกบเป็นใคร









