วันนี้ (31 ส.ค.2569) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายสมานมิตร แยงไธสง ผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์
นายชัชชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์โดยรวมได้แล้ว แต่ภายในอาคารยังมีความร้อนและเชื้อเพลิงหลงเหลืออยู่ โดยอุปสรรคสำคัญคือโครงสร้างอาคารที่ถล่มลงมาทับถมกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถฉีดน้ำเข้าถึงจุดต้นเพลิงบริเวณด้านล่างได้ หากหยุดฉีดน้ำอาจทำให้ไฟปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
นอกจากนี้ โครงสร้างหลักของอาคารเป็นเหล็ก ซึ่งหากได้รับความร้อนสูงเป็นเวลานานจะสูญเสียกำลังและอาจทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเข้าพื้นที่
สำหรับแนวทางดำเนินการ กรุงเทพมหานครเตรียมรถแบ็กโฮเพื่อเปิดทางเข้าไปยังพื้นที่ โดยจะประเมินความมั่นคงของโครงสร้างก่อน หากพบว่าปลอดภัยเพียงพอ จึงจะทยอยรื้อโครงสร้างที่กีดขวาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงจุดที่ยังมีเชื้อเพลิงและดับไฟได้ตรงจุด
เฝ้าระวังควันจากแบตเตอรี่-แผงโซลาร์เซลล์-สารเคมี
นายชัชชาติ กล่าวว่า ยังต้องเฝ้าระวังกลุ่มควันที่พวยพุ่งออกจากพื้นที่ เนื่องจากภายในอาคารมีสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งแบตเตอรี่ แผงโซลาร์เซลล์ และสารเคมีบางส่วน ซึ่งอาจก่อให้เกิดสารพิษจากการเผาไหม้ กทม.จึงเตรียมประสานนำเครื่องมือตรวจวัดสารพิษเข้าตรวจสอบ เพื่อประเมินผลกระทบต่อประชาชน
ขณะเดียวกัน ช่วงดังกล่าวลมพัดจากทิศใต้ไปทางทิศเหนือ จึงขอให้ประชาชนและผู้ที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ห่างจากพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณแนวกลุ่มควัน
ส่วนระบบป้องกันอัคคีภัยภายในอาคาร เจ้าของอาคารแจ้งว่ามีระบบสปริงเกอร์ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่พบว่าระบบทำงาน จึงต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่หัวรับน้ำดับเพลิงหรือประปาหัวแดงโดยรอบทั้ง 3 จุด ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ และเจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องสูบน้ำจากคลองมาใช้สนับสนุนการดับเพลิง
ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว 170 ราย
ไฟลามพื้นที่ข้างเคียง คุมสถานการณ์ได้ช่วง 04.00-05.00 น.
สำหรับพื้นที่ข้างเคียง มีอาคารพาณิชย์ซึ่งมีหอพักจำนวน 88 ห้อง รวมถึงคลังสินค้าพลาสติกและอุปกรณ์โทรศัพท์ โดยช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. เกิดไฟลุกลามและปะทุขึ้นอีกครั้ง แต่เจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมและดับไฟได้สนิทในช่วงเวลาประมาณ 04.00-05.00 น.
ส่วนความเสียหายภายในคลองถมเซ็นเตอร์ มีแผงค้าประมาณ 300 แผง คาดว่ามีผู้ประกอบการประมาณ 100 ราย เนื่องจากบางรายมีหลายแผง ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนแจ้งความเสียหายแล้วประมาณ 70 ราย กทม.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล จึงยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้
เปิดจุดรับลงทะเบียนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย จัดจุดรับลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือเบื้องต้นที่ศาลาวัดพระพิเรนทร์ โดยวันที่ 29 ส.ค. 2569 เปิดรับลงทะเบียนเวลา 08.00-16.00 น. และตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค. เป็นต้นไป สามารถยื่นคำร้องได้ที่ฝ่ายปกครอง ชั้น 2 สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เวลา 08.00-16.00 น.
เอกสารประกอบการยื่นคำร้อง ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สัญญาเช่า และบันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจ โดยระบุรายละเอียดความเสียหายเป็นรายกรณี พร้อมภาพถ่ายความเสียหาย ภายหลังยื่นคำร้อง สำนักงานเขตจะออกหนังสือรับรองผู้ประสบภัย และนัดหมายรับเงินช่วยเหลือต่อไป
ส่วนผลกระทบด้านที่อยู่อาศัย เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุหลักเป็นพื้นที่ประกอบการค้า ไม่ใช่ที่พักอาศัย จึงไม่มีรายงานความเสียหายต่อบ้านเรือนในพื้นที่โดยตรง อย่างไรก็ตาม มีผู้พักอาศัยในหอพักบริเวณใกล้เคียงที่อาจได้รับผลกระทบและอาจจำเป็นต้องจัดหาที่พักใหม่
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นมีประมาณ 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัครที่ได้รับผลกระทบจากควันไฟและมีกรณีได้รับบาดเจ็บจากวัสดุตกหล่น ขณะที่มีประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบจากควันไฟ 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บอาการวิกฤต 1 ราย ซึ่งต้องใส่ท่อช่วยหายใจ โดยเป็นอาสาสมัคร ทั้งนี้ รายละเอียดจำนวนและอาการผู้บาดเจ็บอยู่ระหว่างการตรวจสอบและยืนยันข้อมูล
ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว 170 ราย
กทม.ประสานตำรวจคุมพื้นที่ หวั่นฉวยโอกาสขโมยทรัพย์สิน
นายชัชชาติ กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยว่า เนื่องจากภายในพื้นที่มีสินค้าจำนวนมากที่อาจถูกหยิบฉวยได้ง่าย กทม.ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอกำลังช่วยตรึงและเฝ้าระวังพื้นที่โดยรอบ พร้อมกั้นพื้นที่เป็นเขตอัคคีภัย ห้ามบุคคลภายนอกเข้าโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการสูญเสียทรัพย์สินเพิ่มเติม
ขอให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องอย่าเข้าไปในพื้นที่ เนื่องจากยังมีความเสี่ยงและอาจกระทบต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมขอให้ติดตามสถานการณ์ผ่านการรายงานของสื่อมวลชน ส่วนผู้ที่คิดจะฉวยโอกาสเข้าไปหยิบทรัพย์สินของผู้ประกอบการ ขออย่าซ้ำเติมผู้ได้รับความเดือดร้อน เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและหากถูกจับกุมจะมีโทษหนัก
ขณะที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ประกอบการจำหน่ายกล้องวงจรปิด ได้ขอให้กรุงเทพมหานครช่วยอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการจัดทำเอกสาร โดยต้องการให้รวมการดำเนินการไว้ในจุดเดียว ไม่ต้องเดินทางไปหลายสถานที่และผ่านหลายขั้นตอน เนื่องจากผู้ประกอบการต่างได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์อยู่แล้ว
ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว 170 ราย
พฐ.ยังเข้าถึงจุดต้นเพลิงไม่ได้ ต้องรื้อโครงสร้างชั้น 2-3 ก่อน
ด้าน พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยบริเวณลานจอดรถชั้น 2 และชั้น 3 เกิดการถล่มลงมา ขณะที่จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณชั้น 1 ทำให้ขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบและเก็บพยานหลักฐานบริเวณจุดต้นเพลิงได้ จำเป็นต้องรื้อถอนโครงสร้างบริเวณลานจอดรถชั้น 2 และชั้น 3 ออกก่อน เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุได้อย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทราบตำแหน่งจุดต้นเพลิงจากภาพวิดีโอที่ปรากฏแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ได้ เนื่องจากต้องตรวจสอบพยานหลักฐานในจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง
สำหรับการเข้าตรวจสอบในวันนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังไม่ได้เก็บพยานหลักฐานจากจุดต้นเพลิงโดยตรง แต่ได้สำรวจสภาพพื้นที่โดยรอบและประเมินความเสียหาย รวมถึงประสานกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะฝ่ายโยธา เพื่อดำเนินการรื้อถอนโครงสร้างที่ถล่มลงมา ก่อนจะกลับเข้าตรวจสอบและเก็บพยานหลักฐานอีกครั้ง
พื้นที่เสียหายอยู่ในโซน C โดยด้านหลังพบพื้นลานจอดรถชั้น 2 และชั้น 3 ถล่มลงมา และรถแบคโฮที่เข้าดำเนินการในพื้นที่เกิดการทรุดตัว ทำให้เปิดทางเดินเข้าไปสำรวจได้บางส่วน แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุที่แท้จริงได้
ส่วนกรณีผู้ประกอบการหญิงซึ่งเป็นพยานบุคคลเกิดอาการเป็นลมขณะเข้าชี้จุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ระบุว่า บุคคลดังกล่าวเป็นพยานที่ตำรวจพาเข้ามาชี้จุด และอาจเกิดจากความเครียด ประกอบกับบริเวณดังกล่าวยังมีกลิ่นสารเคมีค่อนข้างรุนแรง จึงอาจทำให้เกิดอาการเป็นลมได้
ขณะที่รายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะร้านบริเวณจุดต้นเพลิง ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากต้องรอเข้าตรวจสอบพื้นที่จริงก่อน โดยหน้าที่ของพิสูจน์หลักฐานคือการตรวจสอบพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ให้ชัดเจน
นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยภายในอาคารด้วยว่า มีการติดตั้งระบบสปริงเกอร์ หัวจ่ายน้ำ และระบบที่เกี่ยวข้องเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ โดยเรื่องการรื้อถอนพื้นที่จะเป็นหน้าที่ของฝ่ายโยธา ซึ่งขณะนี้ได้ประสานกับเจ้าของตลาดแล้ว
ส่วนกรอบเวลาการรื้อถอนยังไม่สามารถกำหนดได้ชัดเจน เนื่องจากเจ้าของอาคารจะต้องจัดหาผู้รับผิดชอบและวิศวกรเข้าดำเนินการประเมินและควบคุมการรื้อถอนก่อน จากนั้นเมื่อพื้นที่มีความปลอดภัยและสามารถเข้าถึงได้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงจะสามารถกลับเข้าตรวจสอบจุดต้นเพลิงและเก็บพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ต่อไป
ฝ่ายโยธาเร่งเจ้าของอาคารจัดผู้รับเหมา-วิศวกร รื้อถอนภายในสัปดาห์นี้
ด้าน นายศุภกรณ์ สอนใหม่ หัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เปิดเผยว่า ได้แจ้งแนวทางการรื้อถอนโครงสร้างที่ได้รับความเสียหายให้เจ้าของอาคารรับทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าของอาคารจะต้องจัดหาผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินการรื้อถอน พร้อมจัดหาวิศวกรควบคุมงาน เพื่อให้การรื้อโครงสร้างเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย
นายศุภกรณ์ ระบุว่า เจ้าของอาคารให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และอยู่ระหว่างเร่งจัดหาผู้รับเหมาเพื่อเข้าดำเนินการ โดยฝ่ายโยธาจะติดตามและประสานงานอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งรัดให้การรื้อถอนแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสามารถเข้าตรวจสอบจุดต้นเพลิงและเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้
ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว 170 ราย
ผู้เสียหายแจ้งความแล้ว 170 ราย สอบปากคำไปแล้ว 138 ราย
ด้าน พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ กทม.จัดศูนย์รับแจ้งเหตุบริเวณวัดพระพิเรนทร์ โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตและตำรวจอำนวยความสะดวกให้ประชาชนระหว่างวันที่ 29-30 ส.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดจำนวนประชาชนที่เดินทางมาแจ้งความที่ศูนย์ดังกล่าวลดลง วันนี้ตำรวจจึงปรับการดำเนินงาน โดยจัดกำลังไปรับแจ้งความและสอบปากคำที่ สน.พระราชวัง 1
ขณะนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วประมาณ 170 ราย สอบปากคำแล้ว 138 ราย หากผู้เสียหายรายใดยังให้รายละเอียดความเสียหายไม่ครบถ้วน สามารถเข้าแจ้งความเพิ่มเติมได้ที่ สน.พระราชวัง 1 โดยมีตำรวจ 5 นายคอยอำนวยความสะดวก
ส่วนความคืบหน้าทางคดี พล.ต.ต.ชัยกฤต กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยตำรวจจะทำงานร่วมกับกองพิสูจน์หลักฐานและกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพยานหลักฐานทั้งหมดจะต้องนำมาเชื่อมโยงและตรวจสอบให้สอดคล้องกัน
ขณะเดียวกันฝ่ายสืบสวนได้เร่งสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องและพยานในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด รวมถึงผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งถือเป็นประจักษ์พยานหรือพยานแวดล้อมในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ โดยขณะนี้ได้มีการสอบปากคำและจัดกลุ่มข้อมูลพยานหลักฐานไว้แล้ว เพื่อใช้ประกอบการสืบสวนหาสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้
ส่วนประเด็นว่าสาเหตุเพลิงไหม้อาจเกิดจากอุบัติเหตุ หรือเป็นการกระทำโดยเจตนา เช่น การวางเพลิงนั้น พล.ต.ต.ชัยกฤต กล่าวว่า ตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง โดยฝ่ายสืบสวนจะดำเนินการตรวจสอบในหลายประเด็นควบคู่กันไป แต่จำเป็นต้องรอการรวบรวมพยานหลักฐานและประสานงานกับกองพิสูจน์หลักฐานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถสรุปสาเหตุได้อย่างชัดเจน
ส่วนกรณีเจ้าของสถานที่มีการทำประกันอัคคีภัยไว้หรือไม่นั้น เบื้องต้นได้รับแจ้งว่ามีการทำประกัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีเอกสารหรือหลักฐานยืนยัน จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นประกันในส่วนของตัวอาคารหรือทรัพย์สินประเภทใด รวมถึงวงเงินประกันเท่าใด โดยต้องรอเอกสารหลักฐานจากเจ้าของสถานที่ก่อน
ทั้งนี้ เจ้าของสถานที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี และหลังจากนี้จะมีการประชุมย่อยที่เต็นท์อำนวยการ เพื่อประสานข้อมูลและติดตามความคืบหน้า
อ่านข่าว :
นายกฯ ย้ำ "โกงสอบ ขรก.ท้องถิ่น" ใครเอี่ยว ต้องถูกดำเนินการทางกฎหมายทั้งหมด
31 ส.ค.69 วันสุดท้ายก่อนหมดสิทธิ ยื่นทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
พฐ.เร่งหาสาเหตุไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ยังเข้าพื้นที่เก็บหลักฐานจุดต้นเพลิงไม่ได้
