วันนี้ ( 11 ก.ค.269)กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เผย ข้อมูลสถานการณ์ประชากรไทยปีล่าสุด พบสัญญาณอันตราย เกิดน้อยกว่าตาย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ข้อมูลรายจังหวัดระบุว่า จ.สมุทรสงคราม ครองแชมป์ ที่มีเด็กเกิดใหม่ไม่ถึง 600 คนต่อปี ซึ่งถือว่ามีจำนวนเด็กเกิดใหม่น้อยที่สุดในประเทศ เพียง 598 คนในปีที่ผ่านมา ตามมาด้วยชัยนาท 986 คน และสิงห์บุรี 1,010 คน ซึ่งสะท้อนถึงการลดลงของประชากรวัยแรงงานในพื้นที่และการย้ายถิ่นฐาน สถานการณ์นี้กำลังส่งสัญญาณว่า ในอนาคตอันใกล้ แรงงานวัยทำงาน หนึ่งคน จะต้องรับภาระดูแล ผู้สูงอายุ มากขึ้นหลายเท่าตัว
“กอช.” เตือนวิกฤตประชากรปี 69 คนไทยตายมากกว่าเกิดต่อเนื่องปีที่ 5
สะท้อนโครงสร้างสังคมเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ เร่งรณรงค์แรงงานนอกระบบและอาชีพอิสระทั่วประเทศ วางแผนการเงินผ่านการออมกับ กอช. เพื่อสร้างหลักประกันบำนาญให้ตัวเองในยุคที่พึ่งพาลูกหลานได้ยากขึ้น
ทั้งนี้วิกฤตเด็กเกิดใหม่ เมื่อที่พึ่งในอนาคต มีจำนวนลดลง จากข้อมูลสถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ปี 2568 พบว่าประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่เพียง 416,574 คน ซึ่งถือเป็น ตัวเลขที่ต่ำกว่า 5 แสนคนต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สวนทางกับจำนวนผู้เสียชีวิตที่มีถึง 559,684 คน ส่งผลให้ไทยอยู่ในภาวะ ตายมากกว่าเกิด สูงถึง 143,110 คน
“กอช.” เตือนวิกฤตประชากรปี 69 คนไทยตายมากกว่าเกิดต่อเนื่องปีที่ 5
นอกจากนี้ ข้อมูลจาก สารประชากรมหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2569 ระบุว่า อัตราเจริญพันธุ์รวม หรือจำนวนบุตรเฉลี่ยที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะมีตลอดวัยเจริญพันธุ์ ลดลงเหลือเพียง 0.86 คน ซึ่งต่ำกว่าระดับที่สากลยอมรับอย่างมาก การอัตราเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขสถิติ แต่มันคือสัญญาณเตือนแรงงานนอกระบบทุกคนว่า โมเดล พึ่งพิงลูกหลานในวัยเกษียณกำลังมีความเสี่ยงสูงขึ้น เมื่อเด็กเกิดใหม่น้อยลง ตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงกว่าเด็กเกิดใหม่ ทำให้แรงงานหดตัว ส่งผลให้สวัสดิการรัฐถูกกดดัน และบีบให้ทุกคนต้อง พึ่งพาตนเอง ด้วยการวางแผนการออมเงิน เพื่อรับมือกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป ถือเป็นทางรอดเดียวที่มั่นคง
“กอช.” เตือนวิกฤตประชากรปี 69 คนไทยตายมากกว่าเกิดต่อเนื่องปีที่ 5
ดังนั้นรับมือกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไปผู้ประกอบอาชีพอิสระ แรงงานนอกระบบ พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร และนักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุ 15-60 ปี ควรเร่งสร้าง เงินบำนาญ ด้วยตัวเองผ่าน ทั้งนารออมกับกอช. มีเด่น คือ รัฐช่วยออม เมื่อออมเงิน รัฐบาลจะสมทบเพิ่มให้สูงสุด 100% ตามช่วงอายุ ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี (เงื่อนไขตาม พ.ร.บ. กอช.)
สามาถนำไป ลดหย่อนภาษี เงินออมนำไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวนสูงสุด 30,000 บาทต่อปีรวมถึงความมั่นคงสูง รัฐบาลค้ำประกันผลตอบแทน โดยเริ่มต้นง่าย ออมขั้นต่ำเพียง 50 บาทต่อครั้ง สูงสุด 30,000 บาทต่อปี ไม่ต้องออมเท่ากันทุกเดือน มีมากออมมาก มีน้อยออมน้อย
อ่านข่าว
นโยบายที่ย้อนแย้ง? ภาษีที่ลูกประหยัด-สวัสดิการแฝงที่พ่อแม่สูญเสีย
เชียงใหม่เดินหน้ารับสังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ เร่งขยายศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครอบคลุมทั้งจังหวัด
"เงินฌาปนกิจสงเคราะห์" ความหวังสุดท้ายหรือกับดักความเสี่ยงของผู้สูงวัย ?

