"กลาโหม" ยันไทยทำตามข้อตกลงหยุดยิง ไม่ฟันธงเหตุทหารกัมพูชาบาดเจ็บ

การเมือง
13:11
จำนวนผู้ชม 241
Thai PBS
"กลาโหม" ยันไทยทำตามข้อตกลงหยุดยิง ไม่ฟันธงเหตุทหารกัมพูชาบาดเจ็บ
รมว.กลาโหม ระบุยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริง กรณีทหารกัมพูชาได้รับบาดเจ็บ ชี้มีความเป็นไปได้ว่าอาจเหยียบกับระเบิดในพื้นที่เอง ยันฝ่ายไทยปฏิบัติตามกฎการปะทะ-ข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการใช้ช่องทางการทูตคลี่คลายสถานการณ์

วันนี้ (6 ก.ค.2569) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม แถลงชี้แจงถึงกรณีที่ทางการกัมพูชาออกมาระบุว่า ทหารไทยขว้างระเบิดเข้าใส่จนเป็นเหตุให้กำลังพลของฝ่ายกัมพูชาได้รับบาดเจ็บ ยืนยันว่าในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด ที่จะสามารถสรุปสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมมีความเป็นไปได้สูงว่า กำลังพลของกัมพูชาอาจจะประสบอุบัติเหตุเหยียบกับระเบิด ที่มีการติดตั้งเอาไว้อยู่เดิมในพื้นที่ปฏิบัติการ ซึ่งข้อสมมติฐานนี้จำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมว่า กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บนั้นเป็นหน่วยเฉพาะกิจ ที่เพิ่งเข้ามาผลัดเปลี่ยนหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากพื้นที่บริเวณนั้นเป็นจุดที่มีกับระเบิดที่ฝ่ายกัมพูชาเคยวางไว้เองในอดีต

รมว.กลาโหม ยืนยันว่า ฝ่ายไทยมีมาตรการควบคุมการปฏิบัติงานของกำลังพลอย่างเข้มงวดและโปร่งใส โดยยึดหลักกฎการปะทะ ที่มีแนวทางชัดเจนภายใต้การดูแลและกำกับอย่างใกล้ชิดจากผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น

นอกจากนี้ กำลังพลทุกนายในพื้นที่ชายแดน ยังคงยึดมั่นและปฏิบัติตาม "ข้อตกลงหยุดยิง" ซึ่งระบุไว้ในถ้อยแถลงร่วมเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2568 อย่างเคร่งครัด กองทัพไทยมีความพร้อมเต็มที่ในการทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องและหลักสากล

สำหรับแนวทางการแก้ไขและคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียดในครั้งนี้ พล.ท.อดุลย์ ระบุว่า ได้มีการหารือร่วมกับ รมว.ต่างประเทศ เรียบร้อยแล้ว ทุกฝ่ายเห็นพ้องตรงกันว่าประเทศไทยและกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันในระดับประชาชน และไม่สามารถแยกขาดจากกันได้

พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า แต่ชนวนเหตุของสถานการณ์ในปัจจุบัน เกิดจากการที่ฝ่ายกัมพูชาพยายามนำประเด็นเรื่องพื้นที่แนวชายแดน ไปเชื่อมโยงกับสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศของตน ดังนั้น ภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลไทยและกองทัพในขณะนี้ คือการสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชนไทย ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน เพื่อให้มั่นใจว่ารัฐบาลสามารถรักษาอธิปไตย และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างเต็มศักยภาพ

รับเขื่อนดักตะกอนกัมพูชากระทบทะเลไทย เล็งใช้ UNCLOS เจรจา

นอกจากนี้ พล.ท.อดุลย์ ยังกล่าวถึงผลการเดินทางไปตรวจเยี่ยม กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) กองทัพเรือ และการลงพื้นที่ตรวจสอบเขื่อนดักตะกอน บริเวณบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ซึ่งก่อสร้างโดยภาคเอกชนของกัมพูชา และมีลักษณะรุกล้ำลงมาในทะเล

ยอมรับว่าโครงสร้างเขื่อนดังกล่าว แม้จะสร้างอยู่ในเขตของกัมพูชาเพื่อรองรับเรือท่องเที่ยว แต่ส่งผลกระทบทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนทิศทาง ตะกอนตกจมในฝั่งกัมพูชา จนส่งผลให้น้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งบ้านหาดเล็กของไทยอย่างรุนแรง และปฏิเสธไม่ได้ว่าส่งผลกระทบต่ออธิปไตยทางทะเลของไทยด้วย

รมว.กลาโหม กล่าวอีกว่า ปัญหานี้เป็นเรื่องยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2541 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้สถานการณ์คลี่คลายลง เพื่อเตรียมใช้ช่องทางของกระทรวงการต่างประเทศ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS) เข้ามาเป็นกลไกหลักในการเจรจาแก้ไขปัญหา เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากหลักเขตที่ 71 เพียงประมาณ 300 เมตร

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา มีคำสั่งห้ามไม่ให้มีการรื้อถอนเขื่อนดักตะกอนดังกล่าวนั้น พล.ท.อดุลย์ ตอบประเด็นนี้เพียงสั้น ๆ ว่า "ก็ไม่รู้"

อ่านข่าวอื่น :

“โปรตุเกส” เจอ “สเปน” รอบ 16 ทีมฟุตบอลโลก “โรนัลโด” มั่นใจไม่ใช่เกมสุดท้ายในบอลโลก

ราคากุ้งดิ่งไม่หยุด ผู้เลี้ยงกุ้งตรังยอมขายขาดทุน หวั่นล้มทั้งระบบ

บอร์ด ก.พ.คลอด 5 มาตรการคุมเข้มทุจริตสอบราชการ พบตัดสิทธิ-แบล็กลิสต์