วันนี้ (5 ก.ค.2569) เหตุฝนตกหนักในพื้นที่ชลบุรี จนเกิดมวลน้ำป่ากัดเซาะกำแพงของหมู่บ้านบุญรักษาวิลล์ 2 ตั้งอยู่พื้นที่ ม.7 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จนกำแพงพังลง ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากพัดพาเอาเศษโฟม ชิ้นส่วนพลาสติก และเศษวัสดุจำนวนมหาศาล จากโรงงานคัดแยกชิ้นส่วนตู้เย็นรีไซเคิลที่อยู่ใกล้เคียง ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างรวดเร็ว
ทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย โดยตรงไม่น้อยกว่า 10 หลังคาเรือน ทรัพย์สินภายในบ้าน รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน จมอยู่ท่ามกลางซากขยะรีไซเคิล เจ้าหน้าที่ อบต.บ่อวิน ต้องระดมกำลังเข้าจัดเก็บทำความสะอาดอย่างต่อเนื่อง ยาวนานกว่า 12 ชั่วโมง จึงจะสามารถเคลื่อนย้ายเศษวัสดุทั้งหมด ออกจากถนนและบ้านเรือนได้สำเร็จ ขณะที่คนงานของโรงงานดังกล่าวต้องเร่งจัดเก็บเศษโฟมที่เหลือ ใส่ถุงบิ๊กแบ็กเพื่อนำไปกำจัดยัง อ.บ้านบึง ต่อไป
"สหัสวัส" ถามท้องถิ่น คำสั่งย้ายโฟมตั้งแต่ต้นปี แต่ไร้การบังคับใช้กฎหมาย
"สหัสวัต" ถามท้องถิ่น ละเลยบังคับใช้กฎหมาย ?
นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน ออกมาแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถาม ถึงความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ และการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น หลังตรวจสอบพบข้อเท็จจริงว่า ทาง อบต.บ่อวิน เคยมีคำสั่งอย่างเป็นทางการให้ผู้ประกอบการรายนี้ ทำการเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนตู้เย็นและเศษวัสดุทั้งหมด ออกจากพื้นที่ตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา
แต่กลับไม่มีการติดตามผลหรือบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ปล่อยให้ล่วงเลยมาจนเกิดเหตุการณ์น้ำพัดขยะถล่มหมู่บ้าน ซึ่งทาง นายสิรวิชฐ์ อำไพวงษ์ นายก อบต.บ่อวิน ออกมายอมรับและชี้แจงว่า เคยมีคำสั่งดังกล่าวจริง แต่กระบวนการขนย้ายของผู้ประกอบการยังไม่แล้วเสร็จ จนกระทั่งมาเกิดฝนตกหนักในที่สุด
"วราวุธ" สั่งสอบด่วนเข้าข่ายโรงงานเถื่อนจ่อดำเนินคดี
ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม สั่งการด่วนที่สุดให้อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ประสานงานร่วมกับอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุโดยละเอียด หากพบหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า สถานที่ดังกล่าวมีการใช้เครื่องจักร มีการจ้างแรงงานเข้าเกณฑ์ และมีการประกอบกิจการในลักษณะการคัดแยก ฝังกลบ หรือรีไซเคิล จะถือว่าเข้าข่ายเป็นโรงงานตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 ทันที
สามารถบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีอาญา ฐานตั้งและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมสั่งระงับการ กระทำที่ฝ่าฝืนและสั่งปรับปรุงลานกองเก็บให้ปลอดภัยทันที
นอกจากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และการประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว สำนักงานจัดหางาน จ.ชลบุรี ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชลบุรี (กอ.รมน.ชลบุรี) สนธิกำลังเข้าตรวจสอบการทำงาน และใบอนุญาตของแรงงานภายในสถานประกอบการดังกล่าวอย่างละเอียด
จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทแห่งนี้ มีลูกจ้างทำงานอยู่รวมทั้งสิ้น 43 คน แบ่งออกเป็นแรงงานไทย 24 คน แรงงานจีน 5 คน และแรงงานเมียนมา 14 คน ซึ่งจากการตรวจค้นพบว่ามีแรงงานชาวเมียนมาจำนวน 10 คน ไม่มีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่ นางภัทรชนันท์ ผ่องผาด นายอำเภอศรีราชา สั่งการให้ผู้ประกอบการ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายและค่าเยียวยาแก่ชาวบ้านทั้งหมด พร้อมเตรียมเรียกเจ้าของที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมวางแนวทางเปิดทางน้ำธรรมชาติ และทำระบบระบายน้ำใหม่เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย
อ่านข่าวอื่น :
ตร.ประชุมสรุปคดีเด็ก 11 ปีขับกระบะชนพระ เตรียมพิจารณาแจ้งข้อหา
เปิดแฟ้มคดีดังออสเตรเลีย "He Kaw Teh" เมื่อ "พบยาเสพติด" ยังไม่ใช่หลักฐานชี้ขาดว่ามีความผิด
ก.พ.คุมเข้มสอบปี 69 สั่งเช็กใบหน้าผู้เข้าสอบกับรูปถ่าย 3 จุด สกัดทุจริต










