วันนี้ (25 มิ.ย.2569) นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. นายกิตติคุณ บุตรคุณ รองผู้ว่าฯ เลย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำกำลังเจ้าหน้าที่เกือบ 200 นาย ลงพื้นที่วัดร่มโพธิธรรม อ.หนองหิน จ.เลย ในปฏิบัติการ "ฟ้าสางที่หนองหิน"
ปฏิบัติการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อขอให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อปี 2560 ให้วัดและผู้เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่พิพาทป่าสงวนแห่งชาติและเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) เนื้อที่รวมกว่า 754 ไร่ พร้อมให้ส่งพื้นที่คืนกรมป่าไม้ ซึ่งก่อนหน้านี้วัดไม่ยินยอมออกจากพื้นที่จนเรื่องยืดเยื้อยาวนาน 9 ปี
ทวงคืนผืนป่ากว่า 754 ไร่ วัดร่มโพธิธรรม จ.เลย หลังยืดเยื้อ 9 ปี
โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าหารือ พระสิทธิชัย กิตติวัณฑโน รองเจ้าอาวาส และคณะสงฆ์ เพื่อขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล ก่อนอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ติดประกาศของกรมป่าไม้ แจ้งให้ออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน ตามคำพิพากษาศาลฎีกา
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า การเข้าพื้นที่ครั้งนี้เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ได้มาเพื่อสร้างความขัดแย้งหรือมาทำลายพระพุทธศาสนาแต่อย่างใด พร้อมขอความร่วมมือผู้พักอาศัยให้ออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน โดยระหว่างนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดที่ได้มาเพื่อใช้ในการบังคับคดีต่อไป
ทวงคืนผืนป่ากว่า 754 ไร่ วัดร่มโพธิธรรม จ.เลย หลังยืดเยื้อ 9 ปี
ด้าน รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังปฏิบัติงานเป็น 9 โซน เพื่อติดประกาศ สำรวจและจัดทำบัญชีสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงเก็บข้อมูลบุคคลที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและได้รับความร่วมมือจากทางวัดเป็นอย่างดี
การสำรวจสิ่งปลูกสร้างเพื่อความสะดวกในการดำเนินการ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่กรมป่าไม้มีอำนาจรื้อถอน ขณะที่พื้นที่ ส.ป.ก. จะตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีสิ่งปลูกสร้างเพิ่มขึ้นจากข้อมูลเดิมหรือไม่
ส่วนการตรวจสอบบุคคล เจ้าหน้าที่ได้นำข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและฝ่ายปกครองมาใช้ประกอบการตรวจสอบ พร้อมบันทึกภาพและจัดเก็บข้อมูลผู้ที่ยังพักอาศัยอยู่ในพื้นที่เพื่อความสะดวกต่อการวิเคราะห์ หากผู้ใดเดินทางออกจากพื้นที่ไปแล้วก็สะดวกต่อการดำเนินการ แต่หากยังไม่ออกไป ก็ต้องมาดำเนินการตามขั้นตอน โดยต้องนำรายชื่อมาดำเนินการบังคับคดีต่อไป
ทวงคืนผืนป่ากว่า 754 ไร่ วัดร่มโพธิธรรม จ.เลย หลังยืดเยื้อ 9 ปี
ด้านนายพีระพงษ์ ทิพย์โกมุท ไวยาวัจกรวัดร่มโพธิธรรม ระบุว่า หากต้องย้ายออกตามคำพิพากษา จะส่งผลกระทบต่อผู้พักอาศัยเกือบ 1,000 คน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มนักบวชต่างชาติหลากหลายเชื้อชาติที่มาพำนักอยู่ด้วยความศรัทธาในพระธรรมของวัดแห่งนี้ก็มีจำนวนเกือบ 200 รูปหากต้องย้ายออก
พร้อมยืนยันว่าจะปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังขอใช้สิทธิ์ต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมที่ยังเปิดอยู่ ส่วนพระและนักบวชต่างชาติทั้งหมดใช้วีซ่านักบวชถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากชาวต่างชาติที่มาพำนักอยู่ที่นี่มาจากประมาณ 10 ประเทศ โดยกลุ่มใหญ่ที่สุดจะเป็นชาวเวียดนามและชาวเชื้อชาติจีน รองลงมาเป็นชาวอังกฤษ ฮ่องกง กัมพูชา และลาว ตามลำดับ มีพระภิกษุชาวต่างชาติ ประมาณ 32 รูป และแม่ชีชาวต่างชาติ ประมาณ 92 คน
สรุปราคาทองคำ 25 มิ.ย. 2569 ปิดตลาด -1,300 บาท ผันผวน 34 ครั้ง
ยอดเสียชีวิตแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา เพิ่มเป็น 164 เจ็บ 970 คน
“พิพัฒน์” ชูเทคโนโลยีเจาะอุโมงค์ “กะทู้-ป่าตอง” คาดเปิดใช้ปี 74
แท็กที่เกี่ยวข้อง:










