10 อาชีพในฝัน ของเด็ก Gen Z แพทย์ พยาบาล ทนายความ อัยการ มาแรง

เศรษฐกิจ
15:37
จำนวนผู้ชม 115
Thai PBS
10 อาชีพในฝัน ของเด็ก Gen Z  แพทย์ พยาบาล ทนายความ อัยการ มาแรง
เปิด 10 อาชีพในฝัน เด็ก Gen Z " หมอ แพทย์ พยาบาล" มาแรง ขณะที่วิศวกร/โปรแกรมเมอร์ นักกีฬา นักวิจัย/นักวิทยาศาสตร์ ได้รับความสนใจมากขึ้น สะท้อนความสนใจสายเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ ชี้คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากกว่าแค่รายได้เพียงอย่างเดียว

วันนี้ (17 มิ.ย.2569) สถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (ITS-UTCC) สำรวจทัศนคติและสถานภาพของกลุ่ม Generation Z ในไทย ภายใต้หัวข้อ อาชีพในฝันของเด็กรุ่นใหม่ กลุ่มตัวอย่างที่มีอายุระหว่าง 13–28 ปี (พ.ศ.2540–2555) จำนวน 849 คน ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ในช่วงวันที่ 19–24 มีนาคม 2569

พบว่า 10 อาชีพ อาชีพในฝัน (Dream Job) อันดับ 1 ของเด็ก Gen Z ในปี 2569 คือ หมอ แพทย์ พยาบาล ซึ่งปีที่ผ่านมาอยู่ในอันดับ 3 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงทิศทางความใฝ่ฝันของคนรุ่นใหม่ รองลงมา เป็น ทนายความ อัยการ อันดับ 3 เป็น วิศวกร (โปรแกรมเมอร์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์) อันดับ 4.อินฟลูเอนเซอร์ สตีมเมอร์ ยูทูบเบอร์ อันดับ 5 ทหาร อันดับ 6 นักกีฬา อันดับ 7 ครู อาจารย์ ติวเตอร์ อันดับ 8 ธุรกิจส่วนตัว เจ้าของกิจการ อันดับ 9 นักออกแบบ นักวิทยาศาสตร์ และอันดับ 10 นักออกแบบกราฟิก

ทั้งนี้ อาชีพใหม่ที่ติดอันดับ Top 10 ในปีนี้ ได้แก่ วิศวกร/โปรแกรมเมอร์ นักกีฬา และนักวิจัย/นักวิทยาศาสตร์ สะท้อนแนวโน้มที่คนรุ่นใหม่ ให้ความสำคัญกับสายเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์มากขึ้น

สำหรับองค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วย พบว่าคนรุ่นใหม่ยังคงให้ความสำคัญกับภาคเอกชนมากที่สุด (42.6%) รองลงมาเป็นการรับราชการ (27.5%) และทำงานที่บ้าน/Work From Home (23.0%) ซึ่งสะท้อนความต้องการความยืดหยุ่น และความสมดุลในชีวิตการทำงาน

โดยปัจจัยที่มีอิทธิผลต่อการเลือกอาชีพ พบว่า Gen Z ให้ความสำคัญสูงสุดในการตัดสินใจเลือกอาชีพ คือ บรรยากาศการทำงานที่ดีและยืดหยุ่น 71.1% ตามด้วยสวัสดิการที่ครอบคลุม 65.3% และอิสระในการทำงานความคิดสร้างสรรค์ 63.8% ทั้งนี้ คนรุ่นใหม่ให้น้ำหนักกับ คุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมการทำงาน มากกว่าเพียงแค่ รายได้ เพียงอย่างเดียว

ส่วนความยากในการหางาน และอุปสรรคในตลาดแรงงาน 61.3% ของ Gen Z เชื่อว่ามีโอกาสได้ทำงานในสายอาชีพที่ฝัน แต่กลับมองว่าตลาดแรงงานปัจจุบันเข้ายากมาก ถึง 61.5% ซึ่งอุปสรรคหลักที่พบ คือการขาดประสบการณ์ การแข่งขันสูง และทักษะที่ยังไม่โดดเด่น

ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจลาออกจากการทำงาน พบว่า 70% มองว่าสังคมที่ทำงานมีความToxic หรือชอบนินทา และ 61% มองว่าเงินเดือนไม่คุ้มกับความเหนื่อยและปริมาณที่ทำ และ 59%ตอบว่า สวัสดิการ เงินเดือนและโบนัส ไม่เป็นไปตามข้อตกลงหรือคาดหวังไว้

ขณะที่สถานะทางการเงินและพฤติกรรมการออม พบว่ารายได้เฉลี่ยของ Gen Z อยู่ที่ 12,024 บาทต่อเดือน โดย 85% ได้รับเงินจากผู้ปกครองเป็นหลัก ขณะที่รายจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 10,862 บาทต่อเดือน และ 73.5% ยังไม่มีการออมเงินหรือการลงทุนใด ๆ

ทั้งที้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของ Gen Z อย่างเต็มตัว โดย 60.9% ระบุว่า AI มีอิทธิผลต่อการใช้ชีวิตในระดับมาก และ 57% ใช้ AI เป็นประจำทุกวัน การใช้งานหลัก ได้แก่ การค้นหาข้อมูล /การคิดไอเดียสร้างสรรค์ และการสรุปเนื้อหา

ส่วนทักษะที่จำเป็นและสิ่งที่ต้องการจากภาครัฐ Gen Z มองว่าสำคัญที่สุดสำหรับการทำงานในปัจจุบัน 23% มองว่าทักษะด้านภาษามีความสำคัญ รองลงมาเป็น ทักษะการคิดและวิเคราะห์ และทักษะการสื่อสาร/การทำงานร่วมกัน ขณะที่สิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนด้านการศึกษา ประกอบด้วย การศึกษาทั่วถึงและลดภาระค่าใช้จ่าย การเข้าถึงการศึกษาคุณภาพอย่างเท่าเทียม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ และการปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยสอดคล้องกับยุคดิจิทัล

อ่านข่าว:

ยุคดิจิทัลหนุน Gen Z ลงทุนทองมากขึ้น YLGชี้ ใช้เงินลงทุนน้อย ซื้อขายได้ทันที

Gen Z ตัวแปรสำคัญ เปลี่ยน "บังกลาเทศ" ผ่านเลือกตั้ง 12 ก.พ.นี้

Gen Z - กระสุน "บ้านใหญ่" ตัวแปรสมการ “ชิงธง” ตั้งรัฐบาลใหม่