เรื่องราวความเป็นมาของยานพาหนะคันสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามเรียกขานในหมู่ข้าราชบริพารและผู้ติดตามว่า รถตู้พระที่นั่ง "เจมส์ บอนด์" รถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถตู้ยี่ห้อโฟล์คสวาเกน รุ่นคาราเวล ที 4 วี 6 (Volkswagen Caravelle T4 / V6) ชนิดฐานล้อยาว รุ่นปีคริสต์ศักราช 2001 ตัวรถภายนอกเป็นสีเทาเรียบง่าย ตกแต่งด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือการคาดแถบสีฟ้าบริเวณด้านข้างตัวรถ พร้อมทั้งติดแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียน 1ด-0929 อันเป็นภาพที่จดจำได้อย่างดีของพสกนิกรชาวไทย ในห้วงเวลาสำคัญต่าง ๆ
นามเรียกขานเพื่อความสะดวกในขบวนเสด็จฯ ยุคทรงงาน
สำหรับที่มาของนามเรียกขานอันเป็นเอกลักษณ์ว่า "เจมส์ บอนด์" นั้น สืบเนื่องมาจากในอดีต รถตู้พระที่นั่งคันนี้ คือยานพาหนะทรงงานคู่พระทัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ซึ่งมักทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร และปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ต่างจังหวัดและถิ่นทุรกันดาร
ข้าราชบริพารและผู้ติดตามจึงถวายคำเรียกขานรถคันนี้ ตามชื่อของสายลับภาพยนตร์ชื่อดัง เนื่องจากภายในรถตู้คันนี้อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์สื่อสารทางวิทยุ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ และระบบกระจายสัญญาณต่าง ๆ ที่ทรงใช้ในการติดตามสถานการณ์ ดูแลความทุกข์สุขของประชาชน และประสานงานความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ประหนึ่งอุปกรณ์เทคโนโลยีชั้นสูง
ห้องทรงงานเคลื่อนที่สะท้อนพระราชจริยวัตร "ความพอเพียง"
สิ่งสำคัญที่ได้รับการกล่าวขานและเป็นแบบอย่างอันดีงามคือ โครงสร้างภายในของรถตู้พระที่นั่ง "เจมส์ บอนด์" มิได้มีการปรับแต่งหรือตกแต่งอย่างหรูหราแต่อย่างใด สภาพภายในรถยนต์รวมถึงเบาะนั่งผ้าทึบและระบบเครื่องเสียงยังคงเป็นวัสดุมาตรฐานเดิม ที่ติดตั้งมาจากโรงงานผู้ผลิตในช่วงปีคริสต์ศักราช 2002 - 2003 ทรงเลือกที่จะไม่บุหนังแท้หรือเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกราคาแพง
หากแต่สิ่งที่ได้รับการติดตั้งเพิ่มเติมมีเพียงวิทยุสื่อสารและ "โต๊ะไม้ขนาดเล็ก" เท่านั้น โดยโต๊ะไม้ตัวนี้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำหรับวางแผนที่ระวางต่าง ๆ เอกสารข้อมูล สมุดจดบันทึก และกล้องถ่ายภาพคู่พระทัย เพื่อใช้ในการวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำและโครงสร้างพื้นฐาน
ยานพาหนะคันนี้จึงแปรสภาพเป็นห้องทรงงานเคลื่อนที่ส่วนพระองค์ที่สมถะ เรียบง่าย และสะท้อนถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ทรงใช้งาน ทรงโปรดให้มีการซ่อมแซม บำรุงรักษาชิ้นส่วนต่าง ๆ ตามรอบอายุการใช้งาน โดยนายช่างประจำตัวอย่างละเอียดถี่ถ้วน แทนการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์รุ่นใหม่ตามกระแสนิยม
เปิดประวัติ "เจมส์ บอนด์ 1ด-0929" รถตู้ทรงงานสู่ราชพาหนะส่งเสด็จครั้งสุดท้าย
หน้าที่สำคัญในฐานะ "ราชพาหนะส่งเสด็จครั้งสุดท้าย"
เมื่อเวลาผ่านไป รถตู้พระที่นั่ง "เจมส์ บอนด์" ได้ปรับเปลี่ยนบทบาทสำคัญจากยานพาหนะเพื่อการทรงงานบุกเบิกพื้นที่ สู่การเป็น "ราชพาหนะส่งเสด็จครั้งสุดท้าย" ของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงหลายพระองค์ ตามห้วงเวลาประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งของประเทศไทย
เมื่อปีพุทธศักราช 2559 รถตู้หมายเลขทะเบียน 1ด-0929 คันนี้ ได้รับเกียรติยศสูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่อัญเชิญพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากโรงพยาบาลศิริราช เคลื่อนขบวนสู่พระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นไปตามพระราชประสงค์และคำรับสั่งที่เคยพระราชทานไว้ในอดีต
ปีพุทธศักราช 2568 รถตู้คันเดิมนี้ ยังคงทำหน้าที่อัญเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระบรมมหาราชวัง ด้วยความสง่างามและสมพระเกียรติ
ล่าสุด ในวันนี้ (13 มิ.ย.2569) รถตู้พระที่นั่งประวัติศาสตร์คันนี้ ได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่สำคัญในส่วนของพิธีการรัฐอีกครั้ง โดยได้รับการจัดให้อยู่ในขบวนอัญเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในการเคลื่อนพระศพจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สู่พระบรมมหาราชวัง ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัย ของประชาชนชาวไทยที่มารอเฝ้าส่งเสด็จตลอดสองข้างทาง
เรื่องราวของรถตู้โฟล์คสวาเกนสีเทาคาดแถบสีฟ้าคันนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องราวของยานพาหนะทางกายภาพทั่วไป แต่เป็นประจักษ์พยานแห่งประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่รวบรวมและบันทึกความผูกพัน ความจงรักภักดี และความทรงจำอันทรงคุณค่าที่พสกนิกรไทย มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ อย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย
อ่านข่าวอื่น :
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ เชิญพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สู่พระบรมมหาราชวัง
ร่วมส่งเสด็จขบวนพระศพ "พระองค์ภาฯ" 15.30 น. จาก รพ.จุฬาฯ สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา
เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก อ่านฟ้า รู้ฝน สร้างชุมชนปลอดภัย รับมือภัยพิบัติอย่างยั่งยืน










