วันนี้ (13 มิ.ย.2569) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีและอวกาศชื่อดังอย่าง SpaceX และ Tesla สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของโลกธุรกิจ หลังกลายเป็นบุคคลแรกที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 36 ล้านล้านบาท ภายหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ของ SpaceX ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ตามข้อมูลจากดัชนีมหาเศรษฐีของ Bloomberg มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของมัสก์พุ่งขึ้นแตะ 1.11 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เขาทิ้งห่างมหาเศรษฐีอันดับอื่นของโลกอย่างชัดเจน พร้อมตอกย้ำสถานะบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่
การพุ่งขึ้นของความมั่งคั่งครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง SpaceX เข้าซื้อขายในตลาด Nasdaq ด้วยมูลค่าบริษัทสูงถึง 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ โดยบริษัทกำหนดราคาเสนอขายหุ้นไว้ที่ 135 ดอลลาร์/หุ้น แต่เมื่อเปิดการซื้อขายจริง ราคาหุ้นทะยานขึ้นทันทีที่ 150 ดอลลาร์ ก่อนพุ่งแตะจุดสูงสุดระหว่างวันที่ 176.50 ดอลลาร์ สะท้อนความเชื่อมั่นอย่างสูงของนักลงทุนที่มีต่อธุรกิจอวกาศ ดาวเทียม และปัญญาประดิษฐ์ของบริษัท ก่อนปิดตลาดที่ประมาณ 161 ดอลลาร์/หุ้น
การเสนอขายหุ้นครั้งนี้สามารถระดมทุนได้ถึง 75,000 ล้านดอลลาร์จากนักลงทุนและผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ขณะที่มัสก์ยังคงถือหุ้น SpaceX ราวร้อยละ 42 ทำให้เขามีอำนาจควบคุมทิศทางบริษัทแทบทั้งหมด และสามารถกำหนดแนวทางการใช้เงินลงทุนดังกล่าวได้อย่างกว้างขวาง
Bloomberg ประเมินว่าหุ้น SpaceX ที่มัสก์ถือครองมีมูลค่าประมาณ 767,100 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ยังมีสิทธิซื้อหุ้นหรือออปชันของ SpaceX อีกกว่า 53,800 ล้านดอลลาร์ ขณะที่การถือครองหุ้น Tesla มีมูลค่าประมาณ 168,000 ล้านดอลลาร์ และออปชันของ Tesla อีกกว่า 116,400 ล้านดอลลาร์
หุ้น SpaceX เข้า Nasdaq ส่ง "มัสก์" รวยทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์คนแรกของโลก
อย่างไรก็ตาม การก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีล้านล้านดอลลาร์ของมัสก์ ได้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง โดยมูลค่าทรัพย์สินของเขาใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของประเทศอย่างโปแลนด์หรือสวิตเซอร์แลนด์ทั้งประเทศ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มัสก์ยังกลายเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลทางการเมืองระดับโลก เขาเคยสนับสนุนเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ ให้กับการหาเสียงเลือกตั้งของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และเคยทำหน้าที่บริหารหน่วยงาน Department for Government Efficiency หรือ DOGE ซึ่งผลักดันการลดรายจ่ายภาครัฐอย่างหนัก รวมถึงการยุติบทบาทขององค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID)
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Lancet ยังเตือนว่าการลดงบประมาณดังกล่าว อาจส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นมากกว่า 14 ล้านคนภายในปี 2573 ขณะที่มัสก์ยังถูกวิจารณ์จากบทบาททางการเมืองในหลายประเทศ รวมถึงการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผู้อพยพและประเด็นความขัดแย้งทางเชื้อชาติ ตลอดจนการปะทะคารมกับนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ หลายครั้ง
ด้านนักการเมืองสหรัฐฯ อย่าง เบอร์นี แซนเดอร์ส และ เอลิซาเบธ วอร์เรน ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์การเกิดขึ้นของมหาเศรษฐีระดับล้านล้านดอลลาร์ โดยวอร์เรนระบุว่านี่คือ "สัญญาณเตือน" ที่สะท้อนถึงความจำเป็นในการจัดเก็บภาษี ความมั่งคั่งจากกลุ่มคนร่ำรวยพิเศษ
แม้มัสก์จะมีทรัพย์สินตามบัญชีเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าเป็นความมั่งคั่งในรูปของมูลค่าหุ้นเป็นหลัก ไม่ใช่เงินสด และเขายังไม่สามารถขายหุ้น SpaceX ได้อย่างน้อย 1 ปีหลังการเข้าตลาดหุ้น
นอกจากสร้างเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกแล้ว การเข้าตลาดหุ้นของ SpaceX ยังทำให้พนักงานปัจจุบันและอดีตพนักงานมากกว่า 4,400 คน กลายเป็นเศรษฐีเงินล้านจากหุ้นที่ได้รับเป็นส่วนหนึ่งของค่าตอบแทน
อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับการประเมินมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ SpaceX ยังไม่ได้เป็นบริษัทที่ทำกำไร ปัจจุบันยังคงมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน โดยเอกสารทางการเงินระบุว่าบริษัทขาดทุนรวมมากกว่า 9,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2568 - 2569 เนื่องจากการลงทุนจำนวนมหาศาลในธุรกิจ AI ศูนย์ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ
ธุรกิจหลักของ SpaceX ยังคงเป็นการผลิตและปล่อยจรวด แบบนำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงเครือข่ายดาวเทียมอินเทอร์เน็ต Starlink ขณะที่การเข้าซื้อกิจการ xAI ของมัสก์ในปีนี้ ทำให้บริษัทขยายเข้าสู่ธุรกิจปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบ
SpaceX ระบุว่าจะนำเงินที่ได้จาก IPO ไปใช้สนับสนุนยุทธศาสตร์การเติบโต ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีจรวด ดาวเทียม Starlink ระบบ AI และแนวคิดการสร้างศูนย์ข้อมูลในอวกาศ ซึ่งยังอยู่ในขั้นการวางแผน
แม้ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่าธุรกิจ AI ของ SpaceX เป็น "เครื่องเผาเงินสด" แต่หลายฝ่ายยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาว โดยเฉพาะแนวคิดการควบรวมกิจการระหว่าง Tesla และ SpaceX ในอนาคต ซึ่งอาจสร้างบริษัทที่มีมูลค่าสูงกว่าที่ทั้ง 2 แห่งจะทำได้เพียงลำพัง
เป้าหมายระยะยาวของ SpaceX ยังไปไกลกว่าธุรกิจบนโลก โดยในเอกสารเสนอขายหุ้น บริษัทระบุภารกิจสำคัญคือการทำให้มนุษยชาติ สามารถดำรงชีวิตบนหลายดาวเคราะห์ และผลักดันการสร้าง "เศรษฐกิจบนดวงจันทร์" ซึ่งหมายถึงการขนส่งผู้คนและสินค้า ไปยังดวงจันทร์และดาวอังคารอย่างต่อเนื่อง จนเกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่
แม้ SpaceX จะยอมรับว่าเทคโนโลยีจำนวนมาก ยังไม่พิสูจน์ความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ และอาจไม่ประสบความสำเร็จในอนาคต แต่ความไม่แน่นอนเหล่านี้ไม่ได้ลดทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังคงมองเห็นศักยภาพ จากวิสัยทัศน์อันทะเยอทะยานของอีลอน มัสก์
อ่านข่าวอื่น :
สหรัฐฯ เปิดสนามบอลโลก 2026 ถล่มปารากวัย 4-1 "บาโลกุน" กด 2 ประตู
ร่วมส่งเสด็จขบวนพระศพ "พระองค์ภาฯ" 15.30 น. จาก รพ.จุฬาฯ สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา
นายกฯ นำ ครม. ถวายน้ำสรงพระศพ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" ณ พระบรมมหาราชวัง
ลิซ่าเขย่าเวทีโลก! โชว์สุดอลังการในพิธีเปิดฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐฯ










