เมื่อการเดินทางระหว่างประเทศ เป็นเรื่องปกติทั่วไป พฤติกรรมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ที่ทำให้ “QR Payment” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนในหลายประเทศทั่วโลก
ปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย ไม่จำเป็นต้องพกเงินสดจำนวนมาก ไม่ต้องเสียเวลาแลกเงิน และไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีธนาคารในประเทศไทยอีกต่อไป เพราะสามารถใช้ Mobile Banking Application หรือแอปพลิเคชันชำระเงิน ที่ใช้งานอยู่ในประเทศของตนเอง สแกนจ่ายผ่าน Thai QR Payment หรือ PromptPay QR ตามร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า รวมถึงผู้ให้บริการต่าง ๆ ในประเทศไทยได้ทันที ผ่านบริการ Cross-Border QR Payment
บริการดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการชำระเงินดิจิทัลของประเทศไทย ที่ช่วยเชื่อมโยงระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ทั้งในมิติของภาคการท่องเที่ยว ภาคธุรกิจ และเศรษฐกิจดิจิทัลโดยรวม
ปัจจุบันประเทศไทย เชื่อมโยงระบบ Cross-Border QR Payment รวม 9 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา เวียดนาม ฮ่องกง ลาว เกาหลีใต้ และประเทศล่าสุดคือ จีน
โดยรองรับผู้ให้บริการด้านการเงิน ธนาคาร และผู้ให้บริการชำระเงินดิจิทัลจากหลากหลายประเทศ อาทิ Alipay, WeChat Pay, UnionPay, DBS, OCBC, UOB, Maybank, CIMB, Touch ’n Go, ABA Bank, Vietcombank รวมถึงผู้ให้บริการรายสำคัญอีกจำนวนมาก
ทำให้นักท่องเที่ยวจากประเทศเหล่านี้ สามารถใช้แอปพลิเคชันของธนาคาร หรือผู้ให้บริการชำระเงินที่เข้าร่วมบริการ สแกน QR Code เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการในประเทศไทยได้ทันทีแบบเรียลไทม์ โดยร้านค้าชาวไทย จะได้รับเงินเป็นสกุลเงินบาทภายในวันเดียวกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารผู้ให้บริการ ช่วยลดความยุ่งยากในการรับชำระเงินจากต่างประเทศ และลดต้นทุนด้านอุปกรณ์รับชำระเงิน เนื่องจากร้านค้าสามารถใช้ QR Code มาตรฐานเดียวกันได้โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งเครื่องรูดบัตรเครดิตเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน คนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศก็สามารถใช้ Mobile Banking Application ของธนาคารไทยที่เข้าร่วมบริการ Cross-Border QR Payment ไปสแกน QR Code เพื่อชำระเงินในต่างประเทศได้ ซึ่งปัจจุบันรองรับการใช้งานในหลายประเทศและเขตเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา เวียดนาม ฮ่องกง และลาว ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ลดภาระในการแลกเงินสดล่วงหน้า และช่วยให้บริหารค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น
ซึ่ง บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด หรือ NITMX ทำหน้าที่เป็น “Payment Infrastructure” หรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้านระบบการชำระเงินของประเทศไทย โดยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยง และส่งต่อคำสั่งชำระเงินระหว่างระบบของไทยกับผู้ให้บริการชำระเงินจากต่างประเทศ เพื่อให้ธุรกรรมข้ามพรมแดนมีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ
Cross-Border QR Payment จึงไม่ใช่เพียงบริการด้านการชำระเงินสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลของไทย ที่ก้าวสู่การเชื่อมโยงระดับภูมิภาค และมีบทบาทสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล การท่องเที่ยว และการค้าระหว่างประเทศ ในระยะยาว
ล่าสุดในการประชุมฟินเทคระดับนานาชาติ ที่จัดขึ้นโดย Ant International ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ Kuala Lumpur ประเทศมาเลเซีย NITMX ได้รับรางวัล “Cross-Border Payments Champion” ด้วย
อ่านข่าว :
"วราวุธ" ลั่นพร้อมสั่งปิดหากพบ รง.ซินเคอหยวน ไร้มาตรฐาน
ลาออกเองก็ได้เงินคืน รู้จัก "กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง" ที่จะเริ่มบังคับใช้ 1 ต.ค.69
“หมู”ไม่ขาดตลาด ค้าภายใน ยันมีผลผลิตพอ 62,300 ตัว/วัน
แท็กที่เกี่ยวข้อง:

