"ศุภชัย" ยัน ที่ดิน "ปู่ชัย" ไม่เกี่ยวคดีที่ดินเขากระโดง 5,083 ไร่

การเมือง
15:06
จำนวนผู้ชม 161
Thai PBS
"ศุภชัย" ยัน ที่ดิน "ปู่ชัย" ไม่เกี่ยวคดีที่ดินเขากระโดง 5,083 ไร่
"ศุภชัย" ยัน ที่ดิน "ชัย ชิดชอบ" ไม่เกี่ยวคดีที่ดินเขากระโดง 5,083 ไร่ บอกคนละเรื่องกัน ส่วนทางคดีขอรอฟังคำตัดสินศาลหลัง รฟท. ฟ้องรายแปลง อย่าอ้างคำพิพากษาศาลฎีกา 53 รายตีเหมารวม

วันนี้ (9 มิ.ย.2569) นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ดินเขากระโดงที่ก่อนหน้านี้มีการชี้แจงหลายครั้งแล้วว่า สิ่งที่สังคมต้องรอฟัง คือการรอผลการตัดสินในคดีแพ่งที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ทยอยฟ้องผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีเนื้อที่ 5,083 ไร่

พร้อมย้ำว่า ในการตัดสินของศาลฎีกา และศาลยุติธรรม เกี่ยวกับ 35 รายนั้น ที่แพ้คดี ไม่ได้มีผลผูกพันกับผู้ถือกรรมสิทธิ์ ที่เป็นโฉนดที่ดิน น.ส.3 แปลงอื่น ๆ อีก 995 ราย เพราะทุกคนมีเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยราชการถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งข้อเท็จจริงของ 995 ราย มีข้อเท็จจริงข้อต่อสู้ที่แตกต่างกับ 35 ราย เพราะฉะนั้น จะนำคำพิพากษาศาลฎีกาของ 35 รายนั้นมาบังคับใช้กับ 995 รายนี้ไม่ได้

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ส่วนคำวินิจฉัยศาลปกครอง และคำตัดสินของศาลปกครองที่มีขึ้นระหว่างคู่กรณีคือ รฟท. กับกรมที่ดินนั้น ศาลปกครองกลางเคยวินิจฉัยว่า ให้กรมที่ดินไปดำเนินการให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 61 ซึ่งเป็นอำนาจของอธิบดีกรมที่ดิน ในการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบว่า เอกสารสิทธิ์ที่ออกไปให้กับประชาชนที่ครอบครองที่ดินทั้งหมดเป็นการออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือคลาดเคลื่อน

แต่เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาแล้ว และฟังข้อเท็จจริงกับ รฟท. ซึ่ง รฟท. ไม่สามารถนำเอกสารแผนที่มาแสดงยืนยันเขตที่ดินของตัวเองได้ เพราะฉะนั้น กรมที่ดินจึงไม่มีเหตุผลที่จะไปยกเลิกโฉนดที่ดิน

นายศุภชัย กล่าวว่า ส่วนที่ขณะนี้ รฟท. อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดว่า การออกคำสั่งของกรมที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมาย อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด ดังนั้นจึงต้องรอ หรือในขณะเดียวกันการตัดสินว่า ที่ดินแปลงใดบุกรุกที่ดินของ รฟท. เป็นจำนวนพื้นที่เท่าไหร่นั้น ศาลปกครองก็ไม่เคยวินิจฉัย จึงขอทำความเข้าใจว่า วันนี้เอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยกรมที่ดินที่ให้กับประชาชน เป็นการยื่นออกเอกสารสิทธิ์ที่ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ ขึ้นอยู่กับศาลฎีกาจะวินิจฉัยจนถึงที่สุด เรื่องนี้จึงต้องทำความเข้าใจให้ตรงกัน

นายศุภชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ โดยพาดพิงด้วยว่าการแสดงความคิดเห็นของตนไม่ถูกต้องนั้น ยืนยันว่าความเห็นของ พ.ต.อ.ทวี ต่างหากที่ไม่ถูกต้อง

ท่านบอกว่าอยากให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินที่มีการประกาศใช้วันที่ 1 ธ.ค.2497 ที่ดินของการรถไฟตรงนั้น ได้มีการดำเนินการหวงห้ามไว้ตั้งแต่แรก ซึ่งไม่มีข้อเท็จจริงหรือเอกสารใดที่ปรากฏว่า ที่ดินของ รฟท. ตรงนั้นมีการหวงห้าม และการได้มาซึ่งที่ดินของราชการจะต้องได้มาโดยผลของกฎหมาย การซื้อขาย การเวนคืนที่ดินมา หรือโดยมีการโอนกันระหว่างราชการ แต่ที่ดินบริเวณดังกล่าว รฟท. ไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดมายืนยันเลยว่าเป็นเจ้าของ อ้างแค่ว่ามี ส.ค.1 หรือมีแผนที่เป็นเอกสารภายในของ รฟท.

"ที่ดินเหล่านั้นออกมาโดย รฟท. เองไม่เคยมีการไปคัดค้าน ขณะที่ประชาชนไปยื่นขอ น.ส.3 หรือโฉนดที่ดิน แต่ในทางกลับกันที่ดินบางแปลง การรถไฟมีความเชื่อว่า ที่ดินอยู่ใกล้กับรางรถไฟเป็นของเขา ประชาชนอยู่ที่นั่นก็เชื่อว่า ที่ดินที่อยู่ใกล้รางรถไฟมาประมาณ 40 เมตรเป็นของการรถไฟ ดังนั้น เวลาประชาชนไปขอออกโฉนดที่ดิน จึงให้การรถไฟมาชี้แนวเขตของการรถไฟ ซึ่งมีที่ดินหลายแปลงที่การรถไฟไปชี้แนวเขตว่า ของตัวเองมีอยู่แค่ไหน ดังนั้น การออกโฉนดที่ดินหรือ น.ส.3 ล้วนเป็นการรับรู้ของการรถไฟมาโดยตลอด โดยที่ไม่เคยแสดงความคัดค้าน" นายศุภชัย กล่าว

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า สิ่งที่ประหลาดต่อมาคือประชาชนไม่ว่าจะไปครอบครองที่ดินแปลงใด ถ้าเป็นที่ดินที่มีสิทธิ์ครอบครองตามกฎหมาย เขาก็แจ้งสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งเป็นสิทธิ์ของประชาชนเท่านั้น

ย้ำว่า ราชการจะได้มาซึ่งที่ดินต้องได้มาตามช่องทางอื่น แต่หลังจากประกาศเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2497 กลับไปแจ้งสิทธิครอบครอง ซึ่งไม่มีหน่วยงานราชการไหนต้องไปแจ้งสิทธิครอบครองที่ดิน วันนี้ประชาชนจำนวนมากฟังไม่ชัดไม่เข้าใจ เรื่องกฎหมายใครโพสต์อะไรก็ว่าไปตามนั้นด่าต่าง ๆ นานา จึงขอยืนยันว่า ขอให้รอคำวินิจฉัยคำพิพากษาของศาล ในส่วนของคดีแพ่งจนกว่าจะถึงที่สุด

นายศุภชัย ยังกล่าวถึงกรณีสัญญาที่ดินของ นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา และ สส.บุรีรัมย์ ที่ทำกับ รฟท. ในปี 2513 นั้น ยืนยันว่า ที่ดินแปลงนี้ไม่เกี่ยวกับที่ดิน 5,083 ไร่ แต่เป็นที่ดินที่ใกล้เคียงกับบริเวณรางรถไฟที่โรงโม่หินของ นายชัย ใช้ประโยชน์ในการที่จะมากองหิน เพื่อที่จะขนใส่ขบวนรถไฟ เพื่อบรรทุกไปดำเนินการก่อสร้างหรือซ่อมแซมของการรถไฟเส้นทางสายอีสาน

อย่างไรก็ตาม วันนี้มีคนพยายามผูกโยงว่า นายชัย ยอมรับว่าเป็นที่ของการรถไฟเฉพาะพื้นที่ที่ติดกับรางรถไฟ ซึ่งประชาชนทั่วไปก็ยอมรับ แต่ไม่ได้หมายความว่า 5,083 ไร่ จะเป็นที่ของการรถไฟทั้งหมดด้วย ซึ่งไม่เกี่ยวกันเลย และทำให้ประชาชนเกิดความสับสน บอกว่าปู่ยอมรับแล้ว แต่หลานยังไม่ยอมรับ

"ตอนที่นายชัยขอเอกสารสิทธิ์ในส่วนของเฉพาะบ้านของนายชัย ผมเห็นหลักฐานการขอเอกสารสิทธิ์เมื่อปี 2551 ผมทำเรื่องนี้มานาน ซึ่ง รฟท. เองก็ชี้แนวเขตของตัวเองด้วย เรื่องเหล่านี้ทำให้เกิดความสับสนกับประชาชน โดยสื่อเองก็มีการดำเนินการอะไรบางอย่าง ที่ไปตัดต่อทำอินโฟบางเรื่องโควตคำพูดซ้ำ ๆ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่าง ๆ ก็ขอฝากตรงนี้ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวร้ายป้ายสีพรรคภูมิใจไทยจำนวนมาก แต่วันนี้ใครก็ตามที่แชร์ด้วยความไม่ฉลาดของตัวเอง ความรู้สึกเชื่อโดยสนิทใจแบบนั้นก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าตั้งใจมีเจตนาประสงค์ไม่ดีต่อพรรคหรือหัวหน้าพรรค หรือใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับพรรคนับจากนี้เป็นต้นไป ผมจะดำเนินคดีทุกคดีกับผู้ที่มีเจตนาที่จะใส่ร้ายป้ายสี ทำให้พรรคภูมิใจไทยเสียหาย แม้แต่สื่อมวลชนเองก็ตาม ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ สื่อมวลชนจำนวนมากจับกระแสบางส่วน นำไปบิดเบือนก่อให้เกิดความเสียหาย" นายศุภชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศุภชัย นำโทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง โดยเป็นการนำเสนอข่าว "ย้อนอดีตบุกจับเนวิน สะเทือนวงการเลือกตั้งไทย" พร้อมยืนยันว่านายเนวินไม่เคยถูกจับ เรื่องทุจริตการเลือกตั้งในเหตุการณ์ครั้งนั้น

อ่านข่าว :

"ทนายอั๋น" ร้อง DSI ตรวจสอบบริษัทเอกชน-บุคคล อ้างรุกที่สาธารณะเขากระโดง

กรมที่ดินยืนยันเพิกถอนที่ดิน “เขากระโดง” เฉพาะคดีที่ตัดสิน

“เสรีพิศุทธ์” แจ้งความ “เนวิน” คดีรุกที่ดินเขากระโดง