วันนี้ (4 มิ.ย.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ วันแรกของการเปิดให้ประชาชนยืนยันตัวตน เพื่อรักษาสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นไปอย่างคึกคัก แม้ว่าภาครัฐจะเปิดช่องทางให้ดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ ทั้งแอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และเว็บไซต์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากเลือกเดินทางไปยืนยันตัวตนที่ธนาคาร โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้
การเปิดยืนยันตัวตนครั้งนี้ถือเป็นการคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 13 ล้านคนใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้มีรายได้น้อยและผู้เดือดร้อนอย่างแท้จริง โดยผู้ที่ดำเนินการยืนยันตัวตนแล้ว จะต้องรอผลการตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งมีกำหนดประกาศในวันที่ 17 ก.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อย ที่ไม่เคยได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน แม้จะมองว่าตนเองเข้าเกณฑ์ผู้มีรายได้น้อยก็ตาม
นางประสาน ทศกัณฐ์ อายุ 75 ปี ชาว อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี กล่าวว่า ไม่เคยได้รับสิทธิ์ดังกล่าว เนื่องจากไม่ทราบขั้นตอนการลงทะเบียน และไม่รู้ว่าผู้ที่ได้รับสิทธิ์ มีวิธีการสมัครอย่างไร จึงอยากให้ภาครัฐพัฒนาระบบที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น หรือมีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส
ขณะที่ประชาชนใน อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ซึ่งเคยได้รับสิทธิ์มาแล้ว 1 ครั้ง แต่ไม่ได้รับสิทธิ์ในรอบต่อมา เปิดเผยว่า เคยไปสอบถามข้อมูลกับธนาคาร แต่ไม่ได้รับรายละเอียดที่ชัดเจน ทำให้พลาดโอกาสได้รับสวัสดิการ และหวังว่าการลงทะเบียนรอบใหม่นี้จะผ่านการพิจารณา
ส่วนที่ จ.จันทบุรี เจ้าหน้าที่สวัสดิการสังคมของเทศบาลตำบลเกาะขวาง ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนถึงบ้าน โดยเฉพาะกรณีของ นางจำนงค์ หอมสวัสดิ์ อายุ 88 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ โดยลูกชายขอความช่วยเหลือจากเทศบาล เพื่อให้มารดาสามารถลงทะเบียนได้ทันตามกำหนด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บรรยากาศที่ธนาคารใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมาก ต่อแถวรอใช้บริการเพื่อยืนยันตัวตน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิ์มาก่อน หลายคนยอมรับว่าไม่สามารถอ่านหนังสือ หรือใช้งานเทคโนโลยีได้ อีกทั้งอาศัยอยู่ตามลำพัง ไม่มีลูกหลานช่วยเหลือ จึงจำเป็นต้องเดินทางมาที่ธนาคารด้วยตนเอง
เช่นเดียวกับที่ จ.นครราชสีมา มีผู้สูงอายุหลายรายเดินทางมายืนยันตัวตน โดยบางคนถึงกับร้องไห้ด้วยความดีใจ หลังดำเนินการสำเร็จ เนื่องจากไม่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ได้ บางรายต้องอาศัยลูกหลานขี่รถจักรยานยนต์พาเข้าเมือง ขณะที่บางคนรวมกลุ่มเช่ารถหรือเหมารถ เพื่อนบ้านเพื่อเดินทางมายืนยันสิทธิ์
ขณะที่ จ.ขอนแก่น ผู้สูงอายุจำนวนมาก เข้าคิวที่ธนาคารเพื่อดำเนินการยืนยันตัวตน บางรายต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงร่างกาย แต่ยังคงอดทนรอคิวด้วยความหวังว่า จะได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือจากรัฐ โดย นายทองหล่อ กล้าณรงค์ อายุ 85 ปี กล่าวว่า ปัจจุบันต้องดูแลตนเอง และไม่ต้องการเป็นภาระลูกหลาน จึงหวังได้รับสวัสดิการดังกล่าวเพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่าย
อย่างไรก็ตาม หลายคนยังมีความกังวลเกี่ยวกับเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติรอบใหม่ โดยบางรายเกรงว่าจะถูกตัดสิทธิ์ จากกรณีที่ลูกหลานนำชื่อไปใช้ซื้อรถจักรยานยนต์ หรือมีทรัพย์สินบางอย่างที่ไม่ได้สะท้อนฐานะความเป็นอยู่ที่แท้จริง ขณะที่บางคนมองว่าไม่ควรใช้เกณฑ์ เรื่องจำนวนยานพาหนะเพียงอย่างเดียวในการตัดสิน เพราะรถบางคันมีสภาพเก่าและแทบไม่มีมูลค่า
เช่นเดียวกับ นายบุญธรรม คำตั๋น อายุ 76 ปี ชาว อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า กังวลว่าลูกชายซึ่งแยกครอบครัวไปแล้ว อาจนำชื่อของตนไปใช้ลดหย่อนภาษี จนส่งผลต่อการพิจารณาสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนหลายราย ยังเรียกร้องให้ภาครัฐตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนอย่างละเอียดและรอบคอบ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่มีฐานะยากจนจริง เนื่องจากที่ผ่านมาเคยพบว่า ผู้ถือบัตรบางรายมีทรัพย์สินหรือที่ดินทำกิน ในระดับที่ไม่น่าจะเข้าเกณฑ์ผู้มีรายได้น้อย ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใส และความเป็นธรรมของระบบคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ์
อ่านข่าวอื่น :
“ศุภจี” เร่งแจง USTR สู้ศึก ม.301 ปมสหรัฐฯอาจเรียกเก็บภาษี 12.5% เร่งปิดดีล ART มิ.ย.นี้
วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย พ่าย จีน 2-3 เซต ศึกเนชันส์ลีก 2026
"วีรพล-จุฑาทิพย์" ซิวรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยม "กุลวุฒิ-อาฒยา" คว้าถ้วยอาชีพ
นายกฯ ปลื้มเอกชนฝรั่งเศสตอบรับลงทุนไทย ชูศูนย์กลางการบิน-เทคโนโลยี










